STAR TREK

Home / หนังใหม่ / STAR TREK
STAR TREK

STAR TREK

2009-05-07





Star Trek หนังตัวอย่างดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่

อนาคตอุบัติขึ้นแล้ว

การผจญภัยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลได้อุบัติขึ้นแล้ว ด้วย Star Trek เรื่องราวสุดมหัศจรรย์ที่พูดถึงการเดินทางผจญภัยครั้งแรกของลูกเรือหนุ่มสาวบนยานอวกาศที่ก้าวล้ำนำสมัยและไฮเทคที่สุดเท่าที่เคยมีการสร้างกันออกมา อย่างยานยูเอสเอส เอ็นเตอร์ไพรส์ และระหว่างการเดินทางสุดแสนตื่นเต้นครั้งนี้ที่อัดแน่นไปด้วยความหวัง, แผนการร้าย, เรื่องราวสนุกเฮฮา และภยันตรายของจักรวาล บรรดาลูกเรือหน้าใหม่กลุ่มนี้ต้องหาทางหยุดวายร้ายที่หวังจะแก้แค้น ซึ่งส่งผลคุกคามชีวิตของมนุษย์ทุกคน

ชะตากรรมของทั้งแกแล็คซี่ตกอยู่ในกำมือของสองคู่ปรับจากสองโลก คนแรกคือ เจมส์ ไทบีเรียส เคิร์ก (คริส ไพน์) เด็กหนุ่มชาวไร่จากไอโอว่าที่ต้องการความตื่นเต้นในชีวิต ซึ่งมีความเป็นผู้นำอยู่ในสายเลือด อีกคนก็คือ สป็อค (แซ็คคารี่ ควินโต้) ผู้เติบโตมาบนดาววัลแคน เขากลายเป็นแกะดำในสังคมเพราะชาติกำเนิดที่เป็นลูกครึ่งมนุษย์ ทำให้เขามีอารมณ์ที่อ่อนไหวในแบบที่ชาววัลแคนไม่มี แต่ด้วยความที่เป็นนักเรียนที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจและเฉลียวฉลาด ทำให้เขากลายเป็นชาววัลแคนคนแรกที่สามารถเข้าเรียนในสถาบันสตาร์ฟลีทได้ 

เคิร์ก กับ สป็อคแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว แต่ในระหว่างการเดินทางเพื่อค้นหาตัวเองของทั้งคู่ รวมถึงค้นหาสิ่งที่พวกเขาอยากทำเพื่อโลกใบนี้ ในไม่ช้า ทั้งคู่กลายเป็นคู่แข่งในการเรียน ด้วยสไตล์ที่ตรงกันข้ามกันอย่างสิ้นเชิง คนหนึ่งทำทุกอย่างด้วยอารมณ์ อีกคนทำด้วยเหตุผล พวกเขากลายเป็นคู่ปรับที่แข่งขันชิงดีชิงเด่นกันอยู่ตลอดเวลา และต่างไม่ชอบขี้หน้ากัน และต่างฝ่ายต่างต้องการที่จะได้รับเลือกให้อยู่ในกลุ่มนักเรียนหัวกะทิที่จะได้เข้าร่วมทีมลูกเรือของยานยูเอสเอส เอ็นเตอร์ไพรส์ ยานอวกาศที่ก้าวล้ำยุคที่สุดเท่าที่เคยมีการสร้างกันมา 

ลูกเรือกลุ่มนี้อยู่ภายใต้การนำทีมของกัปตันคริสโตเฟอร์ ไพค์ (บรูซ กรีนวู้ด) ที่เข้ามาร่วมผจญภัยบนยานเอ็นเตอร์ไพรส์กับเขา ก็คือ เจ้าหน้าที่แพทย์ประจำยาน เลนนาร์ด โบนส์ แม็คคอย (คาร์ล เออร์แบน), ชายผู้จะกลายมาเป็นหัวหน้าทีมวิศวกรรมของยาน มอนต์โกเมอรี่ สก็อตตี้ สก็อตต์ (ไซม่อน เป็กก์), เจ้าหน้าที่สื่อสาร อูฮูร่า (โซอี้ ซัลดาน่า), นายท้ายยานผู้มีประสบการณ์อย่างซูลู (จอห์น โช) และเด็กอัจฉริยะวัย 17 ปีอย่างเชคอฟ (อันตวน เยลชิน) พวกเขาเหล่านี้จะต้องเผชิญหน้ากับการทดสอบครั้งแรกที่สุดแสนเจ็บปวดที่จะช่วยสร้างความภักดี มิตรภาพ ความกล้าหาญ และอารมณ์ขันที่จะผูกพันพวกเขาไปตลอดกาล

ท่ามกลางเรื่องราวทั้งหมดนี้ เคิร์กกับสป็อคต้องเผชิญหน้ากับพรหมลิขิตที่ปฏิเสธไม่ได้ นั่นก็คือความต้องการที่จะก่อมิตรภาพที่ไม่น่าจะเป็นไปได้แต่ทรงพลังยิ่งนัก ทำให้พวกเขาสามารถนำลูกเรือของพวกเขาเดินหน้าฝ่าฟันไปถึงยังที่ที่ไม่เคยมีใครไปถึงมาก่อน 


พาราเม้าต์ พิคเจอร์ส และสปายกลาส เอนเตอร์เทนเม้นต์ ภูมิใจเสนอ ผลงานการสร้างของแบ็ดโรบ็อท เรื่อง Star Trek นำแสดงโดยจอห์น โช, เบน ครอสส์, บรูซ กรีนวู้ด, ไซม่อน เป็กก์, แซ็คคารี่ ควินโต้, วีโนน่า ไรเดอร์, โซอี้ ซัลดาน่า, คาร์ล เออร์แบน, อันตวน เยลชิน, เอริค บาน่า และเลนนาร์ด นีมอย ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดย เจเจ อับรามส์ (Mission: Impossible III, Lost, Alias) และเขียนบทโดย โรแบร์โต้ ออร์ซี่ และอเล็กซ์ เคิร์ตซ์แมน (MI: III, Transformers) ภาพยนตร์เรื่องนี้อิงเนื้อหาจาก Star Trek ที่สรรค์สร้างโดยจีน ร็อดเดนเบอร์รี่

ภาพยนตร์เรื่องนี้อำนวยการสร้างโดยเจเจ อับรามส์ และเดม่อน ลินเดลอฟ ทีมผู้อำนวยการสร้างบริหารประกอบไปด้วย ไบรอัน เบิร์ก, เจฟฟรีย์ เชอร์นอฟ, โรแบร์โต้ ออร์ซี่ และอเล็กซ์ เคิร์ตซ์แมน, ผู้กำกับภาพ ได้แก่ แดน มินเดล, เอเอสซี, โปรดักชั่น ดีไซเนอร์ ได้แก่ สก็อตต์ แชมบลิสส์ ภาพยนตร์เรื่องนี้ลำดับภาพโดยแมเรี่ยนน์ แบรนดอน, เอซีอี และแมรี่ โจ มาร์กี้, เอซีอี ส่วนผู้ทำหน้าที่ออกแบบเครื่องแต่งกาย ได้แก่ ไมเคิล แคปแลน งานวิชวลเอฟเฟ็กต์และแอนนิเมชั่นเป็นฝีมือของอินดัสเทรียล ไลท์ แอนด์ เมจิค, ดนตรีประกอบเป็นฝีมือของไมเคิล เกียคชิโน่ ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการจัดให้เป็นภาพยนตร์เรต PG-13 อันเนื่องมาจากฉากแอ็กชั่นแนววิทยาศาสตร์ ความรุนแรง และเนื้อหาบางส่วนที่เกี่ยวกับเรื่องเพศ


ย้อนคืนสู่พรมแดนด่านสุดท้าย

ในประวัติศาสตร์ที่กินเวลานานมากกว่า 40 ปี นี่คือผลงานความบันเทิงที่ส่งผลกระทบต่อคนรุ่นแล้วรุ่นเล่า  Star Trek ได้สร้างสถานะที่น่าชื่นชมในวัฒนธรรมยุคใหม่ในฐานะเรื่องราวเพียงเรื่องเดียวที่ยังคงดำเนินต่อไป ที่ว่าด้วยเรื่องราวความกล้าได้กล้าเสียอันแสนกล้าหาญ มหัศจรรย์ และน่ายำเกรงของมนุษย์ที่ปรารถนาจะเดินทางไปให้ถึงดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ ด้วยประโยคเปิดเรื่องที่เป็นอมตะของซีรีส์ต้นฉบับที่สร้างฉายทางทีวีในยุค 1960 ที่บอกว่า อวกาศ พรมแดนด่านสุดท้าย ความสำเร็จของการเดินทางข้ามจักรวาลในซีรีส์เรื่องนี้ ยังคงเป็นเสมือนการเฉลิมฉลองต่อความตื่นเต้นที่เกิดจากการผจญภัย จิตวิญญาณของผู้บุกเบิกที่มีต่อการสำรวจ และแรงกระตุ้นที่จะสร้างอนาคตที่น่าทึ่งที่ทุกอย่างย่อมเป็นไปได้ การเดินทางที่แสนหาญกล้าและกระตุ้นใจของยานสตาร์ชิพ เอ็นเตอร์ไพรส์ และยานอวกาศอีกหลายลำที่ติดตามออกมาในภายหลังตามเส้นทางการบินของยานเอ็นเตอร์ไพรส์ กระตุ้นความเป็นคนช่างฝันในตัวพวกเราทุกคนให้ตื่นขึ้นมา รวมถึงความฝันและความหวังของพวกเราที่ว่าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและวัฒนธรรมจะดึงสิ่งที่ดีที่สุดในความเป็นมนุษย์ของพวกเราออกมา 

เมื่อออกอากาศครั้งแรก ซีรีส์ต้นฉบับยังไม่ได้รับความนิยมมากนัก แต่ต่อมา ความนิยมกลับเริ่มกระจายไปทั่วในกลุ่มแฟนพันธุ์แท้ที่นับวันจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นคนที่ตอบรับตัวละครที่ทั้งตลก ขัดแย้ง มีความสามารถ และภารกิจนานถึง 5 ปีเพื่อค้นหาโลกและวัฒนธรรมใหม่อย่างสันติ แต่ภารกิจที่ว่านี้เริ่มต้นขึ้นได้อย่างไร อะไรคือสิ่งที่ทำให้กลุ่มชายหนุ่มหญิงสาวที่มีความทะเยอทะยานและฉลาดหลักแหลมกลุ่มนี้มารวมตัวกัน และอะไรคือตัวผลักดันให้พวกเขาออกสำรวจดินแดนใหม่เหล่านี้ พวกเขาสร้างมิตรภาพสุดพิเศษครั้งนี้ขึ้นมาได้อย่างไร รวมถึงความมุ่งมั่นที่สร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการค้นพบมากมาย และการผจญภัยในอีกหลายปี หรือหลายศตวรรษต่อมา

สำหรับผู้กำกับ/ ผู้อำนวยการสร้าง เจเจ อับรามส์ การเดินย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้น หลังจากมีการสร้างซีรีส์ที่ฉายทางทีวีถึง 6 ครั้ง และมีภาพยนตร์ออกมาถึง 10 เรื่องคือหนทางเดียวที่จะหลอมอนาคตขึ้นมาใหม่ได้ จินตนาการที่เขามีก็คือการเริ่มต้นใหม่อย่างแท้จริง เริ่มต้นด้วย เจมส์ ที เคิร์ก ที่ยังเป็นเพียงนักบินผู้ช่วย, พัฒนาการของสป็อค เด็กหนุ่มชาววัลแคนในสถาบันสตาร์ฟลีท และการเดินทางครั้งแรกครั้งสำคัญของพวกเขาสองคน 

อับรามส์เดินเข้ามาสู่โปรเจ็กต์นี้ด้วยความนับถือที่เขามีต่อ จีน ร็อดเดนเบอร์รี่ ผู้สร้างซีรีส์เรื่องนี้ รวมไปถึงความสำเร็จทั้งหมดทั้งมวลของ Star Trek ในฐานะที่เป็นผู้สร้างตำนานที่เป็นต้นแบบยุคใหม่ และเป็นปรากฏการณ์ที่มีกลุ่มคนติดตามและคลั่งไคล้บูชา อย่างไรก็ดี อับรามส์อยากจะพาเรื่องราวนี้ไปยังจุดที่มันยังไม่เคยไปถึงมาก่อน นั่นก็คือการสร้างสรรค์เรื่องราวที่เป็นเอพิคแอ็กชั่นเกี่ยวกับผู้นำที่แสนกล้าหาญทั้งสองคนเมื่อครั้งยังเป็นหนุ่มอวดดี

ผมเป็นแฟนของซีรีส์ต้นฉบับอยู่แล้ว ถึงจะไม่ถึงขั้นเป็นชาวเทรคเกอร์ก็เถอะ อับรามส์บอก แต่ผมรู้สึกอยู่เสมอว่ามีบางอย่างที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อนกับ Star Trek มีการสร้างภาพยนตร์ออกมาแล้วถึง 10 เรื่อง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ Star Trek ในเวอร์ชั่นภาพยนตร์จะพูดถึงเรื่องราวที่ถือว่าเป็นรากฐานที่ จีน ร็อดเดนเบอร์รี่ ได้สร้างเอาไว้ในปี 1966 อับรามส์ยังกล่าวต่อไปอีกว่า สิ่งที่ผมตั้งความหวังไว้กับภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คือ คุณไม่จำเป็นต้องเคยเห็นอะไรเกี่ยวกับ Star Trek มาก่อนเลยก็ได้ คุณก็จะยังสนุกไปกับการผจญภัยที่แสนเฮฮาและโรแมนติคสุดตื่นเต้นนี้ได้ แต่มันยังเป็นความภาคภูมิใจที่ได้สานต่อโลกอันแสนวิเศษที่เป็นอมตะที่ จีน ร็อดเดนเบอร์รี่ ได้ให้กำเนิดเอาไว้ สิ่งดีๆ ที่ Star Trek ได้มอบให้กับโลกนี้ก็คือ การมองโลกในแง่ดี และผมหวังว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะสานต่อธรรมเนียมปฏิบัตินั้นต่อมาด้วย

ขณะที่ผู้คนจำนวนมากคาดหวังจะได้เห็นการปฏิวัติอย่างสิ้นเชิงจากอับรามส์ ตัวอับรามส์เองก็รู้สึกตื่นเต้นที่เขาจะได้เดินไปยังทิศทางที่คาดไม่ถึง นั่นก็คือการย้อนเส้นทางกลับไปในช่วงเวลาที่มีการปล่อยยานยูเอสเอส เอ็นเตอร์ไพรส์ เป็นครั้งแรกในศตวรรษที่ 23 ซึ่งยังไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน เมื่ออับรามส์นำไอเดียในการนำเสนอเรื่องราวต้นกำเนิดของ Star Trek ไปคุยกับผู้อำนวยการสร้าง เดม่อน ลินเดลอฟ ซึ่งอับรามส์ (พร้อมด้วย เจฟฟรีย์ ลีเบอร์) เคยร่วมมือกันสร้างซีรีส์ที่เป็นปรากฏการณ์ทางทีวีอย่าง Lost มาแล้ว ลินเดลอฟตอบรับต่อไอเดียนี้ทันที ลินเดลอฟอธิบายว่า สำหรับผมแล้ว ไอเดียที่ยังไม่เคยมีใครเล่าถึงเรื่องราวต้นกำเนิดของเคิร์กและสป็อค และตัวละครเหล่านี้ทั้งหมด มันช่างเจ๋งจริงๆ เราพูดคุยกันอย่างออกรสเกี่ยวกับเรื่องที่ว่าลูกเรือกลุ่มนี้มารวมตัวกันได้ยังไง และพวกเขาได้เรียนรู้ที่จะเสียสละนิสัยส่วนตัวบางอย่างของตัวเอง เพื่อจะปรับตัวเข้าหากันยังไงบ้าง มันคือความสนุกของแท้ และเรื่องถัดมาที่ผมรู้ บ็อบ ออร์ซี่ และอเล็กซ์ เคิร์ตซ์แมนก็เริ่มลงมือเขียนบทภาพยนตร์กันแล้ว 

ในฐานะที่เป็นแฟนของ Star Trek มาตั้งแต่เด็ก ลินเดลอฟเชื่อว่าเรื่องราวและตัวละครของภาพยนตร์เรื่องนี้จะยังคงมีชีวิตยืนยาวต่อไปได้อีกนาน เพราะมันเป็นเรื่องที่เข้าถึงแก่นแท้ที่เกี่ยวข้องกับเทพนิยายที่พูดถึงการเดินทางในอวกาศ นั่นก็คือความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความหวัง เรื่องราวส่วนใหญ่ที่เราได้เห็นกันทุกวันนี้ที่พูดถึงอนาคตอันไกลโพ้นจะเป็นเรื่องที่ดูอ้างว้าง เศร้าซึม และน่าหวั่นเกรง ซึ่งความสุดยอดของซีรีส์ Star Trek ดั้งเดิม ก็คือมันอัดแน่นไปด้วยพลัง มองโลกในแง่ดี และเท่สุดๆ มันนำเสนอโลกอนาคตในแบบที่พวกเราอยากจะเชื่อว่ามันจะต้องเป็นเช่นนั้น มันคืออนาคตที่ทุกคนตั้งเป้าเอาไว้

ลินเดลอฟรู้สึกว่ามุมมองเช่นนั้นช่างเข้ากันได้ดีทีเดียวกับสไตล์ที่แสนสนุกสนานที่เกิดจากการเล่าเรื่องที่เดินเรื่องด้วยตัวละครและฉากแอ็กชั่นของอับรามส์ เจเจได้นำความแปลกใหม่มาสู่ทุกงานที่เขาทำ แต่ยังใส่ความสามารถที่จะเคี่ยวเรื่องราวนั้นๆ ให้กลายเป็นองค์ประกอบที่เป็นมนุษย์ที่สุด และแปลงความท้าทายในงานสร้างที่มีความซับซ้อนสูงให้กลายเป็นงานซึ่งเป็นที่สนใจของคนดูกลุ่มกว้าง และนั่นคือความจำเป็นที่จะต้องกลับไปยังจุดเริ่มต้นของ Star Trek ด้วยเทคโนโลยีทางภาพยนตร์ในปัจจุบัน ลินเดลอฟกล่าว 

ผู้อำนวยการสร้างบริหาร ไบรอัน เบิร์ก ซึ่งเคยร่วมงานกับอับรามส์มาแล้วในซีรีส์อย่าง Lost, Alias และภาพยนตร์เรื่องCloverfield กล่าวว่า เราจินตนาการกันว่าภาพยนตร์ Star Trekเรื่องนี้คือการผจญภัยอันยิ่งใหญ่เกี่ยวกับชายสองคนที่มีความแตกต่างกัน ผู้ซึ่งพรหมลิขิตให้พวกเขาไม่เพียงแต่กลายมาเป็นเพื่อนแท้กันเท่านั้น แต่ยังเป็นเพื่อนร่วมงาน ผู้ป้องกัน และนักสำรวจที่น่าชื่นชม

ผู้อำนวยการสร้างบริหาร เจฟฟรีย์ เชอร์นอฟ ผู้ดูแลงานสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้กล่าวสรุปว่า สำหรับผมแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่เพียงแต่เป็นมุมมองใหม่ต่อโลกของ Star Trek เท่านั้น แต่ยังเป็นเสมือนลูกผสมระหว่าง The Right Stuff และภาพยนตร์ Star Wars ภาคแรก มันมีการเล่าเรื่องข้ามจักรวาลที่มีความสดใหม่และเปี่ยมไปด้วยจินตนาการ แต่ก็มีความติดดินในแง่ของความคิดที่พูดถึงชายหนุ่มและหญิงสาวที่มีหัวใจและมิตรภาพที่ดี เมื่อคุณเพิ่มความเป็นสุดยอดฝีมือของเจเจในการสร้างฉากแอ็กชั่นและความรักในสโคปภาพอันยิ่งใหญ่เข้าไป คุณก็จะได้งานที่ทั้งสนุกและให้ความบันเทิงอย่างมาก


จากผู้กำกับเจ.เจ. อับรามส์ (Mission: Impossible III, Lost และ Alias) และมือเขียนบท โรแบร์โต้ ออร์ซี และอเล็กซ์ เคิร์ตซ์แมน (Transformers, MI:II) ภาพยนตร์การผจญภัยในห้วงอวกาศที่ยิ่งใหญ่ที่สุด Star Trek กำลังจะกลับมาในรูปโฉมใหม่ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของลูกทีมหน้าใหม่ที่หาญกล้าเหยียบย่างเข้าสู่ดินแดนที่ไม่เคยมีมนุษย์หน้าไหนย่างกรายเข้าไปมาก่อน

 <<<คลิกไปดู แต่ละคาแรคเตอร์ในหนัง Star Trek นี่ได้เลย

จอห์น โช (JOHN CHO)     รับบท   ซูลู
เบน ครอสส์ (BEN CROSS)    รับบท   ซาเร็ก
บรูซ กรีนวู้ด (BRUCE GREENWOOD)   รับบท   ไพค์
ไซม่อน เป็กก์ (SIMON PEGG)    รับบท   สก็อตตี้
คริส ไพน์ (CHRIS PINE)    รับบท   เคิร์ก
แซ็คคารี่ ควินโต (ZACHARY QUINTO)   รับบท   สป็อค
วีโนน่า ไรเดอร์ (WINONA RYDER)   รับบท   อาแมนด้า เกรย์สัน
โซอี้ ซัลดาน่า (ZO SALDANA)    รับบท   อูฮูร่า
คาร์ล เออร์แบน (KARL URBAN)   รับบท   โบนส์
อันตวน เยลชิน (ANTON YELCHIN)   รับบท   เชคอฟ
เอริค บาน่า (ERIC BANA)    รับบท   นีโร
เลนนาร์ด นีมอย (LEONARD NIMOY)   รับบท   สป็อค ไพรม์


Editor Note : (7 พ.ค.52) ไม่ได้ดูยากอย่างที่คิด คนที่ไม่เคยดูมาก่อน ก็สนุกได้ เพราะภาคก่อนๆ มันก็นานจนลืมไปแล้ว เป็นภาคที่สร้างมาเพื่อคนยุคใหม่ มีทั้งแอ๊คชั่น เฮฮา การวางแผนรบ และเรื่องทางวิทยาศาสตร์ ผจญภัยในดาวต่างๆ สนุกทั้งแฟนแนวนี้ และไม่แนวนี้ แนะนำเลยจ้า จับลงลิสต์หนังชอบของปี 2009 อีกเรื่อง