Make It Happen ตามใจฝัน สุดใจเต้น

Home / หนังใหม่ / Make It Happen ตามใจฝัน สุดใจเต้น
Make It Happen ตามใจฝัน สุดใจเต้น

Make It Happen ตามใจฝัน สุดใจเต้น

2009-03-19





Make It Happen ตามใจฝัน สุดใจเต้น หนังตัวอย่างดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่

เรื่องราวของ ลอเร็น สาวน้อยจากอินเดียน่าที่เดินทางมาอาศัยอยู่ในชิคาโก ด้วยความฝันที่จะเข้าเรียนในโรงเรียนดนตรีและเต้นแห่งชิคาโก แต่หลังจากที่เธอได้เข้าไปสมัครและทดสอบเพื่อเข้าเรียน กลับต้องผิดหวัง เพราะดันไม่เข้าตากรรมการ เธอจึงต้องกลับไปค้นหาตัวเอง แนวทางที่แท้จริงของเธอ เพื่อที่จะกลับเข้าไปให้ได้ เราจะต้องมาร่วมกันเอาใจช่วย ลอริน สาวน้อยผู้ทะเยอทะยานที่จะทำตามความฝันให้ถึงที่สุด



เรื่องย่อ Make It Happen แบบยาว
*ไม่แนะนำให้อ่าน ดูหนังจบแล้วค่อยมาอ่านจะดีกว่าเพื่อเติมเต็ม และทบทวน

ภาพยนตร์เรื่อง Make It Happen นำแสดงโดยแมรี่ อลิซาเบ็ธ วินสตี้ด เป็นลอเร็น หญิงสาวจากเมืองเล็ก ๆ ในรัฐอินเดียน่า ที่มีความใฝ่ฝันยิ่งใหญ่ที่อยากจะก้าวขึ้นไปเป็นนักเต้นระบำชื่อดังระดับโลก

หลังจากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของพ่อ-แม่ ทำให้ลอเร็นจำใจจะต้องพักความใฝ่ฝันของตัวเองไว้ชั่วคราว แล้วหันมาช่วยดูแลงานบัญชีให้กับโจเอล พี่ชายแท้ ๆ ที่พยายามสานต่อกิจการอู่ซ่อมรถยนต์ของครอบครัวให้ไปได้ตลอดรอดฝั่ง แต่เธอก็ยังคงฝึกซ้อมเต้นระบำในสตูดิโอที่บ้านทุกเช้า ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเตรียมคัดตัวเข้าเรียนที่ โรงเรียนสอนเต้นและดนตรีแห่งชิคาโก้

ในที่สุดวันสำคัญที่เธอรอคอยมาแสนนานก็มาถึง ลอเร็นได้โอกาสไปแสดงความสามารถและร่วมคัดตัวเพื่อเข้าศึกษาในสถาบันชื่อดังแห่งนี้ แต่ท่าเต้นที่เธอฝึกซ้อมไปอย่างดิบดีไม่สร้างความประทับใจให้กับคณะกรรมการเท่าที่ควร เธอเดินออกจากเวทีคัดเลือกตัวอย่างผิดหวัง จิตตกไม่แพ้กับความฝันที่พังครืนราวกับหัวใจจะสลาย ลอเร็นไม่อาจบ่ายหน้ากลับบ้านไปเจอกับโจเอลในสภาพนี้ได้ เธอพบเดน่า เพื่อนใหม่ในเมืองใหญ่ที่ไม่เพียงจะยอมให้เธอได้ที่ซุกหัวนอน แต่สาวนักเต้นเท้าไฟคนเดียวนี้ยังช่วยให้เธอได้ทำงานสะสางบัญชีให้กับ รูบี้ส์ ไน้ท์คลับแนวเบอเลสค์ด้วย

สาวนักเต้นที่รูบี้ส์จะอาศัยแนวยาวของบาร์เหล้าคล้ายแค็ทวอล์คเป็นเวที วาดลวดลายเย้ายวนดึงดูดลูกค้าที่มาหาความสำราญ สลับฉากการแสดงด้วยรัส ผู้คุมดนตรีที่จะเปิดเพลงจากบู้ธดีเจขับกล่อมลูกค้าตลอดทั้งคืน เขาก็มีความใฝ่ฝันอยู่ลึก ๆ ที่จะเขียนและอำนวยการผลิตเพลงในแนวทางที่เป็นตัวของตัวเอง แม้ลอเร็นจะก้มหน้าก้มตาทำงานเยี่ยงสาวสำนักงานบ้าน ๆ แต่ลึก ๆ แล้วก็เธอก็อดไม่ได้ที่จะทึ่งไปกับลีลาท่าเต้นเย้ายวนชวนส่ายสะบัดของทั้งเดน่า, คาร์เม็น และบรู้ค

คืนหนึ่งหลังจากที่บาร์ปิดแล้ว ลอเร็นมั่นใจว่าเหลือแต่เธออยู่ในร้านเพียงลำพัง แต่ไม่อาจห้ามใจตัวเองได้ เธอเปิดเพลง, แอบปีนขึ้นเวที, และปลดปล่อยตัวเองไปตามอารมณ์เคล้าฮิพ-ฮ็อพ เข้ากับ บัลเล่ต์ และ ลีลาเริงระบำสมัยใหม่ นั่นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ออกเดินทางจากบ้านเกิดในอินเดียน่า ที่เธอรู้สึกเลยว่า ได้ปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระ และโลดแล่นไปโดยไม่ยึดติดกับกรอบใด ๆ ทั้งสิ้น หลังจากที่ต้องกังวลมาตลอดว่า ไม่รู้จะบอกโจเอลอย่างไรเรื่องที่เธอเข้าเรียนหลักสูตรดังอย่างที่ตั้งใจมาจากบ้านไม่สำเร็จ ก็พี่ชายของลอเร็นยังเชื่อสนิทว่าเธอแกร่วอยู่ในชิคาโก้ เพื่อรอเข้าเรียนในสถาบันที่ทำให้ความใฝ่ฝันของน้องสาวกลายเป็นความจริง ตอนที่ลอเร็นเต้นอยู่บนเวทีนั่นแหละ เป็นจังหวะที่สมาธิของเธอแน่วแน่ และรู้ตัวมีสติโดยตลอดว่า เธอกำลังทำอะไรอยู่ 

เมื่อลอเร็นปล่อยตัวปล่อยใจทำในสิ่งที่เธอรักมากที่สุด ราวกับได้ใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพัง และไม่ต้องห่วงกังวลอะไรบนโลกใบนี้ เธอจึงไม่ทันสังเกตว่า รัสเฝ้าแอบดูเธออยู่อย่างเงียบ ๆ ในซอกเงามุมมืดของบาร์ รัสเองก็ทึ่งกับภาพที่เห็นอยู่เบื้องหน้าทั้งด้วยความงามของหญิงสาว และท่วงทีลีลาลวยลายของเธอ ลอเร็นเองก็ไม่ทันตั้งตัวเมื่อความลับของเธอรั่วไหล สาวคนนี้เต้นระบำได้ ในขณะที่รัสกับลอเร็นเริ่มสนิทสนมใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น พวกเขาก็ตระหนักว่า ต่างคนต่างก็มีความใฝ่ฝันอันยิ่งใหญ่ที่ฝังลึกอยู่ก้นบึ้งของหัวใจรอวันที่จะลุกขึ้นมาทำให้กลายเป็นความจริง
พอบรู้ค ตัดสินใจลาออกจากรูบี้ส์ รัสก็โพล่งกับเบรนด้า เจ้าของบาร์ว่าน่าจะให้โอกาสลอเร็นขึ้นเต้นบนเวทีบ้าง แรกทีเดียวนั้น ลอเร็นก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แต่พอตั้งสติได้ เธอก็รวบรวมความกล้าและขอลองเต้นระบำดูสักยก ซึ่งก็ไม่ผิดหวังเสียเลยทีเดียว หลังจากเพลี่ยงพล้ำไปเล็กน้อย การแสดงปฐมทัศน์โลกของลอเร็นก็สะกดแขกเหรื่อทั้งร้านได้ชนิดอยู่หมัด เบรนด้าจึงเสนอให้เธอรับงานเต้นประจำที่รูบี้ส์เสียเลย นั่นช่างเหมาะกับที่เธอกำลังต้องการสั่งสมประสบการณ์ค้นหาความมั่นใจให้กับชีวิต และเริ่มที่จะเรียกความเชื่อมั่นในตัวเองกลับมาอีกครั้ง ซึ่งก็ช่างเหมาะเจาะพอดีกับการคัดตัวเพิ่มเติมที่ Chicago School of Music & Dance จะเปิดอีกครั้ง เธอพร้อมและกระตือรือร้นที่จะคว้าโอกาสครั้งที่สองนี้ไว้ให้ได้

แต่ก่อนการคัดตัวเพียงไม่กี่วัน โจเอลก็โผล่มาชิคาโก้ หวังที่จะสร้างความประหลาดใจให้กับน้องสาวสุดที่รัก แต่การไปปรากฎตัวที่รูบี้ส์ ภาพที่น้องสาวเต้นระบำแนวเบอร์เลสค์ทำให้พี่ชายถึงกับช็อค เขาพยายามจะหลบออกมาไม่ให้ใครทันเห็น แต่ก็ไม่อาจรอดสายตาของลอเร็นที่มองลงมาจากเวที และเธอก็ทันเห็นสีหน้าแววตาตกใจขั้นช็อคของพี่ชายพอดิบพอดี ลอเร็นคิดว่าเธอทำพลาดเต็ม ๆ เข้าให้อีกครั้ง จึงบ้ายหน้ากลับบ้านเกิดในอินเดียน่า ทิ้งวิถีนักเต้นมาช่วยอู่ซ่อมรถของโจเอลไม่ให้ต้องปิดกิจการ แต่นั่นก็ไม่ใช่ความใฝ่ฝันของเธอ หากแต่เป็นวิถีชีวิตที่คุ้นเคย และสะดวกสบายต่างหาก ซึ่งเธอก็หักห้ามใจและก้มหน้าก้มตาทำไปเรื่อย ๆ

แต่ โจเอล กลับไม่คิดอย่างนั้น นานเกินไปแล้วที่พี่ชายคนนี้พยายามกีดกันน้องสาวสุดที่รักไม่ให้ไล่ล่าความฝันที่จะเป็นนักเต้นระบำระดับโลก ทั้ง ๆ ที่พ่อ-แม่ของเขาก็ผลักดันส่งเสริมลูกสาวคนนี้มาโดยตลอด และนี่เป็นครั้งแรกที่เขาตระหนักถึงความสามารถที่แท้จริงของน้องสาว เธอเป็นนักเต้นฝีมือดี ดีมาก ๆ เลยด้วยซ้ำ และเขาก็รู้ดีว่า น้องสาวไม่สมควรจะมาลงเอยขลุกอยู่กับอู่ซ่อมรถยนต์ เธอเหมาะที่ไปชิคาโก้ เพื่อเข้าร่วมการคัดตัวครั้งที่สอง แต่วันเวลาของการคัดตัวก็ใกล้เข้ามาแล้วด้วยสิ

ลอเร็นบึ่งเต็มพิกัดมาทันการคัดตัว และเธอตัดสินใจที่จะไม่ยอมให้อุปสรรคใดมาขวางกั้น ลีลาท่าเต้นของเธอประกอบเข้าดนตรีที่รัสบรรจงจัดให้ บทเพลงใหม่ล่าสุดที่เธอเป็นแรงบันดาลใจให้เขาแต่งได้สำเร็จ ส่งให้ความใฝ่ฝันของเธอมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง

ช่วงเวลาที่ลอเร็นโลดแล่นอยู่บนเวทีคัดตัวนั่นเอง ที่เธอมีสติเต็มร้อยและรู้ว่านี่คือโลกที่มีเพียงเธอโดยลำพัง ทั้ง ๆ ที่ถูกสายตาทุกคู่จับจ้องมองเธอเป็นจุดเดียว ประสบการณ์จากรูบี้ส์ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับเธอ และยังเป็นการยืนยันว่า ไม่มีสตูดิโอสอนเต้นระบำใด ๆ ในโลกจะให้เธอได้เทียบเท่าบาร์แห่งนี้ รวมทั้งความกระเหี้ยนกระหือรือที่จะสู้กับอุปสรรคขวากหนามในชีวิตซึ่งไม่อาจหาบทเรียนชีวิตแบบนี้ได้จากที่ไหนนอกจากบาร์แห่งนี้เช่นกัน 

บัดนี้ลอเร็นเป็นนักเต้นระบำเต็มตัว และสถาบัน Chicago School of Music & Dance ก็ตระหนักถึงคุณค่าของหญิงสาวคนนี้ และเสนอให้เธอเข้าเรียนในหลักสูตรที่เธอใฝ่ฝันมาตลอดชีวิต แม้ลอเร็นจะใช้เวลามากไปสักหน่อยกว่าจะทำความใฝ่ฝันของเธอให้กลายเป็นจริง แต่เธอก็ไปถึงฝั่งฝันในที่สุด นั่นเป็นการพิสูจน์ได้ดีว่า แผนอาจจะเปลี่ยนกันได้ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่ความใฝ่ฝันต่างหากที่จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไปได้เลย


ภาพยนตร์แนวเต้นระบำที่ได้รับความนิยม (DANCE MOVIE FEVER)

dance movie

นาน ๆ ครั้งภาพยนตร์แนวเต้นระบำก็จะลุกขึ้นมาสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมชนิดติดตาติดใจลืมไม่ลง ซึ่งคณะผู้สร้างภาพยนตร์เรื่อง Make It Happen ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผลงานของพวกเขาเรื่องนี้จะได้รับการยกย่องให้เป็น ภาพยนตร์เต้นระบำเรื่องเยี่ยม ใกล้เคียงกับผลงานเรื่องก่อนหน้านี้ที่พวกเขาก็ปลื้มไม่น้อยเช่น

Step Up สเต็ปโดนใจ หัวใจโดนเธอ (2006)
Shall We Dance สเต็ปรัก จังหวะชีวิต (2004)
Save the Last Dance ฝ่ารัก ฝ่าฝัน เต้นสะท้านโลก (2001)
Billy Elliot ฝ่ากำแพงฝันให้ลั่นโลก (2000)
The Full Monty ผู้ชายจ้ำเบ๊อะ (1997)
Dirty Dancing (1987)
Footloose ตีนมีหัวใจ (1984)
Flash Dance ไม่มีวันฝันสลาย (1983)
Saturday Night Fever (1977)
West Side Story (1961)


บาร์แนวเบอร์เลสค์ (BURLESQUE)

เบอร์เลสค์ เป็นรูปแบบหนึ่งของการแสดงละครเวทีที่สืบทอดจากวัฒนธรรมดนตรีแนวป๊อปของอเมริกัน เมื่อเอ่ยถึงการแสดงแนวเบอร์เลสค์ก็มักจะให้ภาพของการเต้นระบำเปลื้องผ้าที่ศิลปินนักเต้นโยกย้ายส่ายสะบัด, วาดท่วงท่าลีลาลวดลายสุดเย้ายวน, และสวมเสื้อผ้าน้อยชิ้นกับชุดชั้นในจีสตริงที่สะดวกแก่การปลดเปลื้อง, แต่ภาพลักษณ์เหล่านั้นก็เปลี่ยนแปลงไปแยะในช่วงหลายทศวรรษมานี้

เบอร์เลสค์ถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1860 เมื่อนักเต้นระบำเปลื้องผ้าสาวใจกล้าชาวอังกฤษ  ชื่อลิเดีย ธอมป์สัน และเพื่อนสาวล้วนร่วมคณะที่ลุกขึ้นมาย้อมผมเป็นสีบรอนด์แล้วเปิดการแสดงล้อเลียนโศกนาฏกรรมกรีก หลาย ๆ เรื่อง การแสดงเบอร์เลสค์แบบอังกฤษมักพึ่งพิงเหล่าสาว ๆ ที่นุ่งน้อยห่มน้อยและกล้าอวดเรือนร่างเป็นเสน่ห์ในการตรึงความสนใจของผู้ชม โดยอาศัยมุขตลกเฮฮาและดนตรีเข้ามาช่วยสร้างแนวทางของการแสดงให้เป็นรูปแบบเข้าที่เข้าทางมากขึ้น

ต่อมาในยุควิคตอเรีย ที่อิสตรีนิยมสวมกระโปรงยาวและปกปิดร่างกายด้วยสุ่ม, โครง, และระบายซ้อนหลาย ๆ ชั้น แนวคิดที่จะให้สาว ๆ ขึ้นแสดงบนเวทีด้วยชุดรัดรูปจึงเป็นที่ฮือฮามาก แม้การแสดงเบอร์เลสค์จะถูกเหยียดหยามว่าเป็นมหรสพปลายแถว แต่อิทธิพลของการแสดงรูปแบบนี้ก็ส่งผลถึงพัฒนาการของวงการบันเทิงกระแสหลักมาจวบจนทุกวันนี้

เบอร์เลสค์ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนทางวัฒนธรรมครั้งสำคัญ ตรงที่มันเป็นการแสดงให้เห็นถึงความอ่อนช้อยของสตรีเพศที่พลิกโฉมบทบาทของผู้หญิงบนเวทีอเมริกัน ไปอย่างสิ้นเชิง แต่ถึงกระนั้น การปลดเปลื้องเสื้อผ้าให้เห็นเนื้อหนังมังสาของผู้หญิงในที่สาธารณะเพื่อเรียกร้องความสนใจของผู้คนก็ยังคงเป็นคำถามถึง ความเหมาะสมของบทบาท ของผู้หญิงในสังคมอเมริกันอยู่นั่นเอง

ถ้าจะพูดถึงคุณงามความดีของการแสดงแนวเบอร์เลสค์ ก็คงจะอยู่ที่รูปแบบการแสดงที่สนุกสนานเฮฮา และยังเป็นแหล่งรวมเสียงดนตรีและบทเพลงหลากหลายที่ทำให้ผู้ชมชาวอเมริกัน หัวเราะได้บ้างในยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองช่วงทศวรรษ 1960 นั่นเอง


คนเดียวกับ ลูกสาว บรู๊ซ วิลลิส ใน ดายฮาร์ด4 นั่นแหละ ชอบหนังเพลง แนวเต้นๆ พลาดไม่ได้