The Great Buck Howard คนเจ๋งเป้ง

Home / หนังใหม่ / The Great Buck Howard คนเจ๋งเป้ง
The Great Buck Howard คนเจ๋งเป้ง

The Great Buck Howard คนเจ๋งเป้ง

2009-03-26




กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว บั๊ค โฮเวิร์ด (จอห์น มัลโควิช) มีชีวิตอยู่ภายใต้แสงสป๊อตไลท์ ด้วยความสามารถพิเศษในการสะกดจิตขั้นเทพ ทำให้ชื่อของเขาวิ่งหราอยู่ในเวกัส แถมยังเคยออกรายการ Tonight Snow ของ จอห์นนี่ คาร์สัน อีกถึง 61 ครั้งด้วยกัน พรสวรรค์ของเขามีล้นเหลือไปกว่าการเล่นกลไพ่มือไวธรรมดาสามัญ การอ่านใจและสะกดจิตของเขานั้น สุดยอดถึงขนาดสะกดจิตคนได้ทั้งห้อง!

แต่ณ.เวลาปัจจุบัน กลที่เคยเลื่องชื่อของเขาก็ดูเหมือนจะขาดมนต์เสน่ห์ไปแล้ว เขาต้องลดระดับมาเปิดการแสดงในห้องประชุมกลางของชุมชน อย่างไรก็ตาม บั๊ค ก็ยังสงวนท่าทีเอาไว้ และมั่นใจในความเป็นดาวโรจน์ของตัวเองอย่างไม่เสื่อมคลาย เขาเชื่อมั่นว่าตัวเองจะกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ในไม่ช้า แต่การที่จะทำเช่นนั้นได้ เขาก็อาจต้องการผู้จัดการใหม่เพียงเท่านั้น

ทรอย เกเบิ้ล (โคลิน แฮงค์ส) เป็นนักศึกษากฏหมายที่เพิ่งลาออกจากมหาวิทยาลัย เขาใฝ่ฝันที่จะเป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียงในอนาคต แต่ปัจจุบันนั้นเขามีสองสิ่งที่ต้องการโดยด่วน หนึ่งก็คืองานและสองก็คือความหมายของชีวิต ซึ่งการที่เขาได้ทำงานร่วมกับนักสะกดจิตไฮเปอร์คนนี้ ก็สามารถช่วยเติมเต็มให้กับสิ่งแรกได้ แต่ความต้องการอย่างที่สองของ ทรอย ก็คงเป็นปัญหาที่เขาต้องขบคิดอยู่ โดยเฉพาะพ่อของเขา (ทอม แฮงค์ส) ที่คิดว่าลูกของตัวเองยังอยู่ในมหาวิทยาลัย

อย่างไรก็ตาม ด้วยความสามารถของ ทรอย และการเล่นตลกของโชคชะตา ก็ทำให้ บั๊ค กลับมานั่งอยู่ในใจของประชาชนชาวอเมริกันอีกครั้ง และเมื่อ บั๊ค ตัดสินใจพา ทรอย ออกเดินทางเปิดการแสดงทั่วประเทศ มันก็เป็นการเดินทางที่มีความหมายต่อการค้นพบความหมายของชีวิต เพราะขณะที่แสงไฟได้สาดส่องลงมาหา บั๊ค เขาก็ได้กลายเป็นครูที่สอนให้ ทรอย รู้จักการใช้ชีวิต ในแบบที่มหาวิทยาลัยไหนๆก็ไม่สามารถมอบให้กับเขาได้


เกี่ยวกับภาพยนตร์

The Great Buck Howard คือภาพยนตร์ตลกเล่าถึงชายสองคนที่มีบุคคลิกแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งก็คือ บั๊ค โฮเวิร์ด นักสะกดจิต และ ทรอย ผู้จัดการส่วนตัวของเขา โดยเส้นทางที่ทั้งคู่ต้องร่วมกันเดินนั้น บ่อยครั้งไปที่มันอาจดูเป็นเรื่องที่สุดเซอร์เรียล

ณอน แม็คกินลี่ย์ คนเขียนบท/ผู้กำกับเองก็มีประสบการณ์มาบ้างในสถานการณ์แบบนี้ “ผมเคยเข้าเรียนในโรงเรียนกฏหมายเช่นเดียวกับ ทรอย และลาออกหลังจากเรียนได้สักพัก ผมนำเงินที่กู้เพื่อการเรียนไปใช้ตั้งตัวที่เมืองลอส แองเจลิส ซึ่งผมไม่รู้จักใครหรือข้อมูลใดๆเกี่ยวกับเมืองนี้เลย พูดง่ายๆคือผมเหมือนกับเป็นบ้านนอกเข้ากรุง ผมไม่เคยมีประวัติการทำงานเลย และผมก็ไม่ใช่อัจฉริยะตั้งแต่กำเนิด ดังนั้นผมจึงมีอาชีพที่ฟังดูตลกในฮอลลิวู้ดมากมาย แต่นั้นก็ทำให้ผมได้พบกับคนแปลกๆหลายคน ที่เหมือนกับเป็นส่วนเกินของโลกมายาใบนี้”

โดยหัวใจของเรื่องนั้น แม็คกินลี่ย์ ได้อธิบายว่า มันไม่มีอะไรที่สายเกินไปหรอก สำหรับใครบางคนที่อยากจะเริ่มต้นชีวิตใหม่

บั๊ค และ ทรอย ได้รู้จักกันในช่วงเวลาที่สำคัญในชีวิต ในขณะที่ บั๊ค อาจไม่ใช่คนที่ความประสบความสำเร็จในความคิดของ ทรอย แต่อย่างน้อย บั๊ค ก็มีแรงปรารถนาและมีความสามารถจริงๆ ซึ่งสุดท้ายแล้ว ทรอย ก็ได้เรียนรู้ว่า มันเป็นไปได้สำหรับการการใช้ชีวิตและทำในสิ่งที่คุณรัก สำหรับ บั๊ค แล้ว เขาพยายามที่จะกลับไปสู่จุดสูงสุดอีกครั้งหนึ่ง แต่สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือ การที่ตัวเองได้ใช้ชีวิตอยู่ในความฝันมาตั้งแต่แรกแล้ว

ซึ่งเรื่องราวที่กินใจและตลกของ กินลี่ย์ นี้เอง ที่ทำให้ โคลิน แฮงค์ส รู้สึกสนใจ “ผู้จัดการของผมส่งบทภาพยนตร์มาจำนวนมหาศาล ซึ่ง The Great Big Howard ก็อยู่ในกองนั้น และด้วยความที่เป็นคนสมาธิสั้นเช่นผม ก็ทำให้ตัวเองลืมมันไปจนหมดสิ้น วันหนึ่งผู้จัดการของผมโทรมาถามว่า ผมได้นั่งอ่านบทภาพยนตร์พวกนั้นบ้างหรือยัง ผมตอบด้วยความละอายแก่ใจว่า ยัง เขาจึงบอกให้ผมเริ่มอ่านเรื่อง The Great Buck Howard ก่อน เพราะเขารู้ว่าผมคงชอบมัน… ชอบมันเหรอ ผมรักมันเลยล่ะ! ตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้าสุดท้ายผมไม่สามารถวางมันลง ผมโทรกลับไปหาผู้จัดการและบอกเขาว่าให้ทำการนัดคุยกับ ณอน ทันที”

บทภาพยนตร์ของเรื่องนี้ก็ยังไปอยู่ในมือของ แกรี่ โกเอทส์แมน ที่ตกหลุมรักมันเช่นเดียวกัน โดยเขาก็ส่งต่อไปให้กับ ทอม แฮงค์ส คู่หูผู้อำนวยการสร้างที่รู้สึกตื่นเต้นกับบทนี้ไม่แพ้กัน ในที่สุด Playtone สตูดิโอหนังของพวกเขา ก็รับหน้าที่ในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้

ณอน แม็คกินลี่ย์ รู้สึกตื่นเต้นในการได้ โคลิน มารับบทเป็น ทรอย เขารู้ทันทีเลยว่า โคลิน จะสามารถถ่ายทอดเอาความตลกและจังหวะดราม่าที่มีอยู่ในบท รวมถึงลักษณะนิสัยของ ทรอย ที่ทั้งอ่อนไหว, สับสนและมีอารมณ์ขันร้ายๆออกมาได้อย่างหมดเปลือก

แม็คกินลี่ย์ เล่าว่า “ผมต้องการนักแสดงที่สามารถรับมือได้ทั้งบทตลกและดราม่า ซึ่งหลังจากได้ดู Orange County แล้ว ผมก็รู้ว่า โคลิน เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด โดยมันอยู่ในช่วงระยะเวลาประมาณ 2 ปีที่เขาตกลงรับบทนี้ จนถึงช่วงเวลาที่หนังเริ่มถ่ายทำ ดังนั้นพวกเราจึงมีเวลามากในการมานั่งคุยถึงเรื่องตัวละครกัน โดย โคลิน มีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนของการคัดเลือกนักแสดง ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่เราเริ่มถ่ายทำจริงๆ เขาจึงเข้าใจในตัวตนของ ทรอย อย่างเต็มเปี่ยม”


นักมายากล vs นักสะกดจิต

ผู้ที่ฝึกฝนการสะกดจิต คือผู้ที่ใช้พลังจิตในการสร้างมายาลวงตา หรือการอ่านใจและควบคุมจิตใจคน ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ทรอย ได้ถาม บั๊ค ในการพบกันครั้งแรกว่า เขาเป็นนักมายากลหรือปล่าว ซึ่ง บั๊ค ก็แก้ไขความเข้าใจของ ทรอย อย่างทันทีว่า “ผมฝึกเป็นนักมายากลตั้งแต่ 3 ขวบ แต่ผมก็พัฒนาตัวเองขึ้นไปแล้ว ไม่ใช่ว่าผมจะจงเกลียดจงชังพวกนักมายากลหรอกน่ะ แต่ผมจะดีใจมากถ้าพวกเขาตายไปซะให้หมด”


ซึ่งความแตกต่างระหว่างนักสะกดจิตและนักมายากล ดูเหมือนทำให้ทั้งทีมงานและกลุ่มนักแสดงรู้สึกสับสนอยู่เหมือนกัน

มัลโควิช มีความคิดเห็นในข้อข้องใจนี้ว่า “บั๊ค เป็นพวกที่เรียกตัวเองว่า นักสะกดจิต ซึ่งก็คือพวกที่แสดงโชว์เช่นการอ่านใจคนและการทำนายเหตุการณ์ต่างๆ… อืมม ก็ไม่เชิงว่าพวกเขาจะอ่านใจคนได้น่ะ ผมคิดว่ามันเป็นการชี้จูงจิตใจคนมากกว่า ซึ่งผมก็ได้ยินมาว่ามันฮิตมากในอดีต”

ตัวของ โคลิน แฮงค์ส เองก็ไม่ค่อยเข้าใจถึงศิลปะในการเป็นนักสะกดจิตเช่นกัน
ก่อนที่พวกเราจะสร้างเรื่องนี้ ผมไม่ค่อยรู้ถึงความแตกต่างระหว่างการเป็นการสะกดจิตและมายากล ซึ่งพอถึงช่วงระหว่างการถ่ายทำ ผมเองก็เริ่มเข้าใจถึงเส้นแบ่งระหว่างสองสิ่งบ้าง สุดท้าบแล้วตอนที่เราถ่ายทำกันเสร็จสิ้น… ผมขอสารภาพจากใจเลยน่ะว่า มันก็ยังงงๆอยู่ดีนั้นแหละ”

สำหรับ แม็คกินลี่ย์ แล้ว ความแตกต่างระหว่างสองสิ่งนั้นคงไม่สามารถหาข้อยุติได้ เขาเล่าว่าความสามารถที่แท้จริงของ บั๊ค โฮเวิร์ด นั้นก็คือการเข้าใจถึงความใฝ่ฝันของตัวเอง

สิ่งที่ผมได้เรียนรู้มาจากคนที่มีนิสัยแปลกๆในช่วงที่ผมเดินทางมาฮอลลิวู้ดใหม่ๆ และประสบการณ์ในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ นั้นก็คือความพึงพอใจในสิ่งที่มีอยู่ และการเติมเต็มชีวิตด้วยการเดินตามหัวใจของตัวเอง และนั้นก็คือสิ่งที่ผมได้เรียนรู้ในภาพยนตร์เรื่องนี้ สำหรับผมแล้วมันคือเวทย์มนต์ที่แท้จริง”


ประวัติของ The Amazing Kreskin นักสะกดจิตผู้ยิ่งใหญ่

เขาคิอนักแสดงโชว์ที่ยอดเยี่ยมที่สุด เขามีความตลกบนเวทีเฉกเช่นเดี่ยวไมโครโฟน เขามีความสามารถในการอ่านใจคนอย่างน่าทึ่ง The Amazing Kredkin คือชื่อที่ยืนยงคงกระพันอยู่ในเส้นทางนี้มามากกว่า 6 ทศวรรษ ชื่อของเขากลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมของทุกชาติ และเป็นที่กล่าวขานจากสื่อของทั่วทุกมุมโลก

เขาเกิดในมืองมอนด์แคลร์ รัฐนิวเจอร์ซีย์ เมื่อตอนเด็กเขาได้ร่วมเล่นเกมส์ “ซ่อนหา” ซึ่งทำให้ Kreskin ได้ค้นพบความสามารถของตัวเอง ที่สามารถหาคนซ่อนได้อย่างไม่ยากเย็น ความสามารถในการอ่านใจของเขาขยายออกกว้างขึ้นไป แม้ว่าตัวเองยังเป็นเด็ก แต่เขาก็กลายเป็นที่รู้จักไปทั้งประเทศ และผู้คนต่างพร้อมใจขนานนามเขาว่า “นักสะกดจิตที่อายุน้อยที่สุดในโลก”

ในช่วงปลายของวัยรุ่น การอ่านใจของเขาได้กลายเป็นไฮไลท์สำคัญในการแสดงของเขา ซึ่งกลสุดท้ายของเขา ก็คือการที่ขอให้ใครก็ได้ นำเช็คเงินสดไปซ่อนที่ไหนก็ได้ในสถานที่การแสดง โดยสัญญาว่าถ้าเขาหามันไม่พบ ก็ขอให้คนคนนั้นยึดเอาเช็คค่าจ้างไปได้เลย

เป็นเวลาหลายทศวรรษ ที่ผู้ชมทุกเพศทุกวัยถูกดึงดูดโดยนักแสดงในตำนานคนนี้ จะมีดาราสักกี่คนที่มีทีวีซีรี่ย์เป็นของตัวเอง มีเกมส์กระดานที่ถูกสร้างในธีมของตัวเอง มีหนังสือที่พูดถึงตัวเองตีพิมพ์มากกว่า 16 เล่ม และมีเพลงเปิดตัวที่แต่งขึ้นมาเพื่อตัวเขาเอง ยังไม่รวมถึงรายการโชว์ไม่ต่ำกว่า 100 รายการ การแสดงของเขาถูกรับชมไปทั่วทั้งโลก และเขาก็บินไปมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ล้านไมล์

The Amazing Kreskin กลายเป็นที่ปรึกษาของตำรวจและหน่วยงานรักษาความปลอดภัยไปทั่วทั้งโลกตะวันตก โดยเขายังได้เสนอ 50,000 เหรียญ สำหรับใครก็ตามที่พิสูจน์ได้ว่าเขามีผู้ช่วยหรือกำลังหลอกคนดู ซึ่งคำท้าทายนี้ก็คงยืนยาวมาจนถึงปัจจุบัน และเขาก็ยังถูกเรียกว่า เป็นนอสตราดามุสแห่งศตวรรษที่ 20 เลยทีเดียว


ตารางการเข้าฉาย ไล่ฉายไปทีละโรง

26 มีนา- 8 เมษา 52 ฉายที่ พาราก้อนซีนีเพล็กซ์
9 – 15 เมษายน  ฉายที่ เมเจอร์รัชโยธิน
16 – 22 เมษายน ฉายที่ เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์
23 – 29 เมษายน ฉายที่ เมเจอร์ สุขุมวิท