The International

Home / หนังใหม่ / The International
The International

The International

2009-04-16




เจ้าหน้าที่ตำรวจสากล หลุยส์ ซาลิงเกอร์ (ไคลฟ์ โอเว่น) และผู้ช่วยอัยการแมนฮัตตัน เอลีนอร์ วิทแมน (นาโอมี่ วัตต์ส) พยายามตามล่าหาความยุติธรรมเพื่อล้มคู่ปรับที่มีอิทธิพลอย่างธนาคารใหญ่ระดับโลกแห่งหนึ่งที่มีเส้นสายอยู่ในรัฐบาลของประเทศมหาอำนาจ แม้ภารกิจนี้จะดูไม่น่าเป็นไปได้ แต่พวกเขาต่างมุ่งมั่นที่จะล้มธนาคารแห่งนี้ให้ได้


‘The International เป็นเรื่องของคนสองคนที่พยายามเอาชนะกลุ่มผู้มีอำนาจที่ยิ่งใหญ่กว่าพวกเขา” ผู้อำนวยการสร้าง ชาร์ลส์ โรเว่น กล่าวสรุปเนื้อหาของหนังออกมาอย่างสั้นๆ ”เราทุกคนคือเบี้ยตัวเล็กๆ ในโลกขององค์กรขนาดใหญ่ และจุดหมายของพวกเราได้ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว แต่หนังเรื่องนี้จะแสดงให้เราเห็นว่าไม่ว่าเราจะรู้สึกไร้ความหมายแค่ไหน แต่พวกเราในฐานะของปัจเจกชนย่อมสามารถสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นได้”

ผู้กำกับฯ ทอม ไทก์เวอร์ บอกว่าถ้าเรื่องนี้ไม่เคยปรากฏเป็นหัวข้อข่าว ก็เป็นเพราะหัวข้อข่าวเหล่านี้แสดงให้เห็นว่ากลุ่มธนาคารมีอิทธิพลถึงขนาดที่เข้ามาควบคุมทุกแง่มุมในชีวิตของพวกเราได้ ”ความวุ่นวายที่พวกเราเจออยู่นี้ เริ่มต้นขึ้นเมื่อพวกธนาคารเข้ามาฉวยประโยชน์จากผู้คน และบีบให้พวกเขาต้องใช้ชีวิตเกินกว่าที่ตั้งใจ” ไทก์เวอร์บอก ”การตัดสินใจของพวกธนาคารล้วนแต่ส่งผลขยายไปไกล บ้านของเราต้องเสี่ยง งานของเราต้องเสี่ยง สุดท้าย ชีวิตทั้งหมดของเราก็ต้องเสี่ยง โลกธุรกิจพัฒนาจนกลายเป็นอาณาจักรใหญ่ที่มีผู้บริหารขององค์กรชั้นนำต่างๆ ส่งอิทธิพลต่อเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ และชีวิตของทุกๆ คน”
 
ถึงแม้ The International จะเป็นนิยายที่แต่งขึ้นมา และมีการเสริมเรื่องราวเดิมพันต่างๆ เพื่อให้เรื่องดูน่าตื่นเต้นน่าติดตามมากขึ้น แต่ผู้กำกับฯ ไทก์เวอร์บอกว่าประเด็นหลักๆ ยังคงเหมือนในชีวิตจริงไม่มีผิด ”โดยหัวใจแล้ว มีมนุษย์ธรรมดาอยู่สองคน คือคนอย่างคุณกับผมนี่แหละที่ต่อสู้กับพวกสัตว์เลือดเย็นที่เป็นองค์กรเหล่านี้ที่ดูเหมือนว่าทำยังไงก็ไม่มีทางหยุดพวกเขาได้ ผมว่าทุกคนสามารถเข้าใจการดิ้นรนต่อสู้ของตัวละครเหล่านี้ได้”
 
ถึงแม้จะเป็นนิยายอย่างที่บอก แต่ The International ถือกำเนิดขึ้นมา เพราะได้รับแรงบันดาลใจจากเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับการล่มสลายของธนาคารเครดิตแอนด์คอมเมอร์เชียล อินเตอร์เนชันแนล ธนาคารใหญ่ที่ก่อตั้งในการาจี ประเทศปากีสถาน ในทศวรรษ 1970 โดย แอกซ่า ฮาซาน อเบดี้ ได้กลายเป็นองค์กรฟอกเงินที่มีอำนาจกว้างไกลที่สุดในประวัติศาสตร์ นอกจากให้บริการทางด้านการเงินแล้ว ธนาคารแห่งนี้ยังมีธุรกิจเสริมอยู่ในแวดวงค้าอาวุธ ทหารรับจ้าง และให้การสนับสนุนการก่อการร้าย และในที่สุด สมาชิกสภานิติบัญญัติในสหราชอาณาจักรและอเมริกาได้ตีแผ่ธุรกิจผิดกฎหมายของธนาคารในปี 1991 จนธนาคารแห่งนี้ต้องปิดกิจการ
 
เอริค วอร์เรน ซิงเกอร์ มือเขียนบทของหนังเรื่องนี้บอกว่า เรื่องอื้อฉาวของธนาคารบีซีซีไอคือ ”องค์กรอาชญากรรมที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลกก็ว่าได้ ตลอดหลายปีมานี้ เรื่อยมาจนถึงวิกฤตทางด้านการเงินในปัจจุบัน เราได้เห็นการขยายตัวความโลภขององค์กร แต่สิ่งที่ทำให้ผมทึ่งเกี่ยวกับบีซีซีไอก็คือ มันเป็นยิ่งกว่าความโลภธรรมดา พวกเขาเป็นธนาคารสำหรับคนที่หากินอยู่ในตลาดมืดและตลาดสีเทาของโลกนี้ ทั้งองค์กรจารกรรมข้อมูล พวกค้ายา องค์กรอาชญากรรม และพวกทรราชจากโลกที่ 3 ที่ปล้นสะดมประเทศของตัวเอง”
 
”บีซีซีไอ คือ ธนาคารที่ให้บริการเต็มรูปแบบกับลูกค้าของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นโยกย้ายเงินไปในทุกแห่งในโลกโดยไม่สามารถตามรอยได้ การจัดการฆ่าคนหรือกำจัดสิ่งที่เข้ามาขวางทาง บีซีซีไอคือธนาคารที่คุณไว้ใจได้ พวกเขาสามารถทำงานโดยไม่ได้รับโทษ เพราะเหมือนกับองค์กรผู้ก่อการร้าย หรือองค์กรอาชญากรรมทั้งหลาย และรัฐบาลของประเทศต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งรวมถึงรัฐบาลของเราด้วย ที่ต้องการและใช้บริการของพวกเขา ถึงแม้บีซีซีไอจะปิดตัวลงในยุค 90 แต่ยังมีอีกหลายธนาคารที่ทำงานในแวดวงธุรกิจเดียวกัน ทั้งการฟอกเงิน การสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นเพื่อหากำไรจากหนี้สินที่เกิดจากความขัดแย้งนั้น ธนาคารในหนังของพวกเราคือบีซีซีไอในเวอร์ชั่นศตวรรษที่ 21 และก็เหมือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกจริงๆ พวกเขามีอำนาจสร้างความเสียหายได้มากกว่าบีซีซีไอด้วยซ้ำ บีซีซีไอเวอร์ชั่นปัจจุบันได้เรียนรู้ความผิดพลาดของอดีตมาแล้ว และได้สร้างองค์กรที่โครงสร้างมีความซับซ้อนมากขึ้น และแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ทางบ้านเมืองจะตามรอยและจับพวกเขามาลงโทษด้วยกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย”


ฉายเฉพาะที่โรง SF world เซ็นทรัลเวิลด์ นะครับ 16 เมษา – 13 พฤษภา