Antique แอนทีค เบเกอรี่ หล่อ หรู ร้าย รัก

Home / หนังใหม่ / Antique แอนทีค เบเกอรี่ หล่อ หรู ร้าย รัก
Antique แอนทีค เบเกอรี่ หล่อ หรู ร้าย รัก

Antique แอนทีค เบเกอรี่ หล่อ หรู ร้าย รัก

2009-04-16




ในฐานะทายาทผู้สืบทอดมรดกของตระกูล จินฮุกมีพร้อมทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งเงิน รูปร่างหน้าตา เป็นหนุ่มเจ้าเสน่ห์ที่ใครเห็นเป็นต้องหลงใหล แต่สิ่งที่จินฮุกต้องการในยามนี้ก็คือการค้นหารักแท้ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจเปิดร้านขายขนมเค้ก ซึ่งแน่นอนว่ามันคือที่ที่สาวๆ ให้ความสนใจที่สุด

เขาได้จ้างซุนวู พาติซิเย่ผู้มีฝีมือ ซึ่งเคยปิ๊งส์จินฮุกสมัยยังเรียนมัธยมปลาย นอกจากนี้ เขายังจ้างกีบอม อดีตนักมวยแชมเปี้ยน และบอดี้การ์ดผู้ใสซื่อที่ชื่อซูยอง ให้มาทำงานด้วยกันในร้านเค้กของเขา

ชายหนุ่มผู้หล่อเหลาทั้งสี่ได้ทำให้ละแวกร้านเค้กที่ชื่อ แอนทีค ของพวกเขา ซึ่งเคยเงียบเหงา กลายเป็นย่านที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น และถึงแม้ท่าทางภายนอกของหนุ่มทั้งสี่จะดูไร้กังวลและสุดแสนจะแฮปปี้ แต่ทั้งสี่กลับมีอดีตที่ยากจะลืมเลือนที่พวกเขาแต่ละคนไม่กล้าเผชิญหน้า แต่ในไม่ช้า ความลับในอดีตของพวกเขากลับเริ่มค่อยๆ เผยตัวออกมาอย่างช้าๆ


เรื่องต้นฉบับ :
ANTIQUE  BAKERY

“ANTIQUE BAKERY” คือผลงานมาสเตอร์พีซของฟูมิ โยชินางะ การ์ตูนเรื่องนี้ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกในฐานะการ์ตูนในหนังสือ การ์ตูนรายเดือน ของญี่ปุ่นชื่อ “Wings” ในปี 1999 หลังจากนั้นการ์ตูนเรื่องนี้ได้รับการตีพิมพ์ออกมาเป็นหนังสือการ์ตูนสี่ เล่ม

โยชินางะ ซึ่งเป็นนักชิมอาหารได้นำความรู้ในเรื่องการทำขนมและอารมณ์เฉพาะตัวของเธอมา ผสมผสานกัน เพื่อสร้างเป็นเรื่องราวดราม่าอบอุ่นหัวใจและเรื่องตลกเฮฮาที่ดูจริงใจใน “ANTIQUE BAKERY” ตัวละครหลักประกอบไปด้วย
ทาชิบาน่า ลูกชายนักธุรกิจผู้ร่ำรวย,
โอโนะ เชฟทำขนมอัจฉริยะที่มีเสน่ห์แบบเกย์, 
คันดะ ลูกมือทำขนมซึ่งอดีตเคยเป็นนักมวยระดับแชมเปี้ยน
และชิคาเงะ บอดี้การ์ดที่ทำหน้าที่เป็นพนักงานเสิร์ฟด้วย

หนังสือการ์ตูนเรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวของสี่หนุ่มที่อดีตอันลึกลับของพวก เขาซุ่มซ่อนอยู่ภายในบรรยากาศอันแสนเริงรื่นของร้านแอนทีค เบเกอรี่ เมื่อกาลเวลาผ่านไป อดีตของพวกเขาค่อยๆ ถูกเผยออกมาทีละน้อย และรอยแผลที่เคยฝังลึกอยู่ภายในตัวละครแต่ละตัวเริ่มได้รับการเยียวยา

หนังสือการ์ตูนเรื่องนี้ทำยอดขายไปกว่า 1.7 ล้านเล่ม และได้รับรางวัล Best Girls Comic Books Awards ที่งานประกาศรางวัล Kodansha Manga Awards ครั้งที่ 26 และในปี 2001 หนังสือการ์ตูนเรื่องนี้ได้ถูกนำไปสร้างเป็นซีรีส์ของญี่ปุ่นที่ออกอากาศทาง ช่องฟูจิ ทีวี และในปี 2008 ได้ถูกนำไปสร้างเป็นหนังการ์ตูนซีรีส์ และออกอากาศทางฟูจิ ทีวี, คันไซทีวี และโตไก ทีวีมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ผลงานยอดนิยมเรื่องอื่นๆ ของฟูมิ โยชินางะ ยังรวมถึงเรื่อง “ALL MY DARLING DAUGHTERS”, “A CHILDS TEMPERATURE”, “THE SHOGUNS HAREM”, “FLOWER OF LIFE” และ “NOT LOVE BUT DELICIOUS FOODS MAKE ME SO HAPPY”


นี่คือภาพยนตร์ที่จะสานต่อความเป็นภาพยนตร์เกาหลีสุดฮิตโกยรายได้ตามแบบ ภาพยนตร์อย่าง OLD BOY, TAZZA: THE HIGH ROLLERS, 200 POUNDS BEAUTY และ LE GRAND CHEF

สร้างจากหนังสือการ์ตูนขายดีของญี่ปุ่นเป็นเวลานานหลายปีแล้วที่วงการ ภาพยนตร์จอแก้วและจอเงิน ได้เห็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของภาพยนตร์ที่สร้างจากหนังสือการ์ตูน เริ่มต้นจากภาพยนตร์เรื่อง OLD BOY (2003) ที่ได้รับเสียงวิจารณ์ชื่นชม เจ้าของรางวัล Grand Prix of the Jury ที่งานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ครั้งที่ 57 หนังสือการ์ตูนอีกหลายเรื่องได้กลายมาเป็นภาพยนตร์ฮิตโกยเงิน อาทิเช่น TAZZA: THE HIGH ROLLERS(2006), 200 POUNDS BEAUTY (2006) และ LE GRAND CHEF (2007) ยิ่งไปกว่านั้น บรรดาหนังซีรีส์ทางทีวีที่สร้างจากหนังสือการ์ตูน อาทิเช่น PRINCESS HOURS (2006, MBC TV Series), FULL HOUSE (2004, KBS TV Series), MONEY WAR (2007, SBS TV Series) และ SIK GAEK (2008, SBS TV Series) ได้สร้างกระแสความนิยมไปทั่วประเทศ ส่งให้เรตติ้งของซีรีส์เหล่านี้ พุ่งกระฉูดทะลุเพดานเพื่อสานต่อความสำเร็จเหล่านี้  ก็คือภาพยนตร์ที่สร้างจากหนังสือการ์ตูน

หนังสือการ์ตูนต้นเรื่องอันเป็นผลงานของฟูมิ โยชินางะ เรื่อง “ANTIQUE BAKERY” คือหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องที่ 3 ที่ถูกดัดแปลงมาขึ้นจอเงิน ตามหลังหนังสือการ์ตูนเรื่อง OLD BOY และ 200 POUNDS BEAUTY ในประเทศญี่ปุ่น หนังสือการ์ตูนเรื่อง “ANTIQUE BAKERY”  ทำยอดขายไป 1.7 ล้านเล่ม และยังถูกนำไปสร้างเป็นซีรีส์ที่ฉายทางทีวี และซีรีส์ที่เป็นหนังการ์ตูนด้วย “ANTIQUE BAKERY”  ซึ่งคว้ารางวัล Kodansha Manga Awards ในปี 2002 ไม่ใช่เป็นแค่หนังสือการ์ตูนยอดนิยมเท่านั้นแต่ยังเป็นผลงานศิลปะชิ้นเลิศ อีกด้วยด้วยตัวละครที่มีเอกลักษณ์พลอตเรื่องได้โยงใยถึงกันด้วยธีมที่มีความ แปลกใหม่เกี่ยวกับเค้กและการทำขนม เรื่องราวยังนำเสนอความกลมกลืนที่เข้ากันได้อย่างลงตัวของเสียงหัวเราะและ ความอบอุ่นหัวใจตัวหนังสือการ์ตูน ต้นฉบับกลายเป็นหนังสือการ์ตูนแนวรักโรแมนติคที่ทำยอดขายอันดับ 1 ในเกาหลี จนมีฐานแฟนจำนวนมากมาย และในเดือนพฤศจิกายนคอภาพยนตร์ชาวเกาหลีก็ได้สัมผัสกับเรื่องราวที่มีความ โดดเด่นเรื่องนี้ รวมไปถึงจินตนาการ ที่แสนเฮฮาของ ANTIQUE บนจอภาพยนตร์


ผู้กำกับMEMENTO MORI, ALL FOR LOVE ผู้กำกับมินกูดอง

ผู้กำกับมินกูดองคือหนึ่งในผู้กำกับชาวเกาหลีเพียงไม่กี่คนที่มาพร้อมพลังใน การผลิตผลงานเอาใจตลาดที่ผ่านการพิสูจน์ฝีมือมาแล้ว พอๆ กับที่มีฝีมือในการสร้างผลงานเชิงศิลป์ ฝีมือที่ถือว่ายอดเยี่ยมที่สุดของเขาคือความสามารถในการค้นพบวิธีการใหม่ๆ ในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ภายในเรื่องราวที่มีอยู่แล้ว นักวิจารณ์ต่างชื่นชมผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกของเขา MEMENTO MORI (1999) ในแง่ของการนำเสนอสภาพจิตที่ไม่มั่นคง และความรู้สึกอันเปราะบางของวัยรุ่นหญิงภายในเนื้อหาที่เป็นแนวสยองขวัญ ภาพยนตร์เรื่องนี้กลายเป็นภาพยนตร์สยองขวัญที่มีความสุนทรีย์ที่สุดใน ประวัติศาสตร์ภาพยนตร์เกาหลี ผลงานภาพยนตร์เรื่องที่ 2 ของเขา ALL FOR LOVE (2005) บอกเล่าเรื่องราวความรักของคนเจ็ดคู่ผ่านโครงสร้างที่เป็นเรื่องสั้นอันโดดเด่น ภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถดึงคนดูกว่า 3 ล้านคนให้แห่กันเข้าโรงภาพยนตร์ ทางด้านนักวิจารณ์ต่างกล่าวชื่นชมว่า มินกูดองได้ช่วยเปิดศักราชใหม่ให้กับภาพยนตร์ตลกโรแมนติคของเกาหลี

ภาพยนตร์เรื่อง ANTIQUE ยังได้สอดแทรกเรื่องราวเกี่ยวกับรักร่วมเพศเข้าไปในเรื่องราวดราม่ากึ่งตลก ที่ทุกคนคุ้นเคย นอกจากนี้ โครงสร้างของพลอตเรื่องแนวลึกลับยังได้รับการผสมผสานเข้ากับเนื้อหาที่แหวกกฎ จนทำให้ ANTIQUE กลายเป็นเรื่องราวดราม่ากึ่งตลกที่ไม่เหมือนกับภาพยนตร์เรื่องใด แทนที่จะนำเสนอประเด็นในเรื่องรักร่วมเพศ ออกมาอย่างระมัดระวัง ผู้กำกับมินกูดองกลับยอมรับแนวคิดจากหนังสือการ์ตูนต้นฉบับ และนำเสนอมันด้วยเสียงหัวเราะอันร่าเริงแจ่มใส มินกูดองได้เปลี่ยนเรื่องราวของหนังสือการ์ตูนต้นฉบับให้กลายเป็นเรื่องดราม่าซึ่งอยู่เหนือมาตรฐานของภาพยนตร์ตลกที่อิงตัวละครเป็นหลักด้วยการใช้พลอ ตเรื่องที่มีความลึกลับและเย้ายวน ในการเล่าเรื่องราวอดีตอันลึกลับของชายทั้งสี่ และกระบวนการในการเยียวยาของพวกเขา

มินกูดองเคยแสดงให้คนดูได้เห็นถึงความรู้สึกที่เป็นเอกลักษณ์ของเขามาแล้วใน อดีต เช่นในภาพยนตร์เรื่อง MEMENTO MORI ความรู้สึกเหล่านั้นถูกส่งผ่านออกมาให้เห็นจากคู่วัยรุ่นที่เป็นเลสเบี้ยน, ในภาพยนตร์เรื่อง ALL FOR LOVE เป็นการนำเสนอผ่านความรักระหว่างชายสองคน คือเจกุง และเทฮุน ภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องนี้ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถของมินกูดองในการทำให้ แนวคิดเหล่านี้เป็นสิ่งที่คนดูทั่วไปสามารถเข้าใจได้ แม้กระทั่งในภาพยนตร์เรื่อง ALL FOR LOVE มินกูดองยังสามารถรวมเรื่องราวความรักที่แตกต่างกัน 7 คู่ให้กลายมาเป็นเรื่องราวดราม่าหนึ่งเดียวกัน ด้วยความสามารถเช่นนี้ ซึ่งมีเพียงผู้กำกับมินกูดองเท่านั้นที่สามารถนำมาขึ้นจอได้ ก็คือสิ่งที่ช่วยเติมเชื้อไฟให้กับความคาดหวังที่นับวันจะมีมากขึ้นต่อผลงาน ภาพยนตร์เรื่องใหม่ของเขา


ตัวละครและนักแสดง

“นอกจากน้ำตาลแล้ว ในเค้กนี่นายยังได้รสชาติอื่นด้วยเหรอ?
สาบานได้ คนที่กินเค้กนี้มากกว่าหนึ่งชิ้นต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ”
พ่อค้าขายเค้ก : ทายาทมรดกและเจ้าของร้าน, จินฮุก

ด้วยหน้าตาหล่อเหลาถูกสเป็คสาวๆ บวกกับความเป็นคนช่างพูดช่างเจรจาซึ่งช่วยเพิ่มยอดขายให้พุ่งกระฉูด จินฮุกคือชายหนุ่มเจ้าของร้าน “แอนทีค” แม้จะเกลียดของหวานเข้าไส้ แต่หนุ่มทายาทมรดกร้อยล้านที่มีนิสัยแปลกๆ ผู้นี้กลับเปิดร้านขายเค้กด้วยเหตุผลเดียวเท่านั้น นั่นก็คือลูกค้าส่วนใหญ่ของร้านคือผู้หญิง สำหรับคนอื่นๆ ในร้านแอนทีค จินฮุกเป็นเพียงดอน ฮวนจอมเจ้าชู้ ที่ช่างเจรจา แต่ขี้หงุดหงิด อย่างไรก็ดี เมื่ออยู่ต่อหน้าครอบครัวของเขา จินฮุกกลับสามารถแปลงร่างให้กลายเป็นสุภาพบุรุษหนุ่มในฝันที่เปี่ยมไปด้วย เสน่ห์ เมื่อสมัยยังเด็ก จินฮุกเคยโดนลักพาตัวไปนานถึงสองเดือน แต่เขากลับจำเหตุการณ์นั้นไม่ได้เลย จะจำได้ก็เพียงความจริงที่ว่าคนที่ลักพาตัวเขาไปให้เขากินเค้กทุกวันจูจีฮุน

จูจีฮุนกลายเป็นดาราดังในแวดวงจอแก้วทันทีเมื่อเขารับบทพระเอกในซีรีส์เรื่อง PRINCESS HOURS หรือเจ้าหญิงวุ่นวายกับเจ้าชายเย็นชา (2006) ซีรีส์ที่สร้างมาจากหนังสือการ์ตูน

จูจีฮุนประเดิมงานแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกด้วยเรื่อง ANTIQUE งานนี้ ตัวละครช่างเจรจาที่มีอารมณ์ขันตัวนี้ถือเป็นความท้าทายใหม่สำหรับจูจีฮุน ผู้ซึ่งบทบาทก่อนๆ ของเขาคือบทเจ้าชายรัชทายาทผู้แสนเดียวดายใน PRINCESS HOURS และบททนายที่แสนเย็นชาใน THE LUCIFER (2007) ขณะที่ซีรีส์สองเรื่องนี้ได้ถูกนำไปออกอากาศ ในหลายประเทศ ในทวีปเอเชีย บัดนี้ ทุกสายตาของคนทั้งทวีปต่างจับจ้องอยู่ที่ภาพยนตร์เรื่อง ANTIQUE ในฐานะภาพยนตร์ เรื่องแรกของดาราดาวรุ่งรุ่นใหม่


พร้อมเข้าฉายอย่างเป็นทางการ 16 เมษายน 2552
เฉพาะโรงภาพยนต์ในเครือ SF เท่านั้น