2012 วันสิ้นโลก

Home / หนังใหม่ / 2012 วันสิ้นโลก

การทำนายเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์มานาน โดยเฉพาะการพยากรณ์และการทำนายภัยพิบัติทางธรรมชาติ ดิน น้ำ ลม ไฟ หรือ ดวงดาว แต่ที่น่าตื่นเต้นและดูเหมือนจะเกิดขึ้นจริงที่สุดคือ สิ่งที่ชาวเผ่ามายันได้ทำนายทายทักเอาไว้

หลายศตวรรษมาแล้ว ชาวเผ่ามายันมีความเชื่อและคำทำนายไว้ว่า วันที่โลกจะดับสูญคือวันที่ 21 ธันวาคม 2012 ซึ่งตามวัน และปี พ.ศ. นี้ได้ปรากฎอยู่เป็นวันสุดท้ายในปฏิทินของชาวเผ่ามายัน

แจ็คสัน เคอร์ติส (จอห์น คูแซค) และลูกอีกสองคนอยู่ระหว่างการเดินทางไปเยลโล่สโตน เมื่อพวกเขาเปิดเผยถึงการค้นคว้าเพื่อความสบายของมวลชน และความลับของอโพคาลิพส์ที่แสนอันตราย แจ็คสัน ต้องปกป้องครอบครัวของเขาจากแผ่นดินไหว ลาวาระเบิด สึนามิ และภัยธรรมชาติอื่นๆ เหมือนที่เผ่ามายันโบราณเคยวาดถึงวันแห่งอโพคาลิพส์ไว้

———————————————————

2012

ทฤษฏีที่โด่งดังมากสุดคงต้องยกให้กับคำทำนายที่ว่า โลกบูดเบี้ยวใบนี้จะแตกดับในวันที่ 21 ธันวาคม 2012 หรืออีกแค่ 5 ปีข้างหน้า ด้วยชุดเลขสวย 212012

ทฤษฎีนี้คิดค้นขึ้นโดยชนเผ่ามายัน วันดังกล่าวถือเป็นวันสิ้นสุดปฏิทินลอง เคาต์ (Long Count) หรือ ปฏิทินลำดับที่ 3 ของชาวมายัน โดยปฏิทินลอง เคาต์ เล่มล่าสุดนั้น เริ่มต้นในปี 3114 ก่อนคริสตกาล และจะดำเนินต่อเนื่องเป็น 13 รอบบักตุน (baktun) กินเวลาทั้งสิ้นราว 5,126 ปี บวกลบออกมาแล้วก็ตรงกับปี 2012 พอดี

ก่อนเริ่มต้นของ 13 รอบบักตุน เรียกได้อีกอย่างว่า ?อาทิตย์ดวงที่ 5? ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวจะเวียนมาบรรจบเพื่อก่อกำเนิดดวงอาทิตย์ครบ 5 ดวง ในวันที่ 21 ธันวาคม 2012 โดยคำทำนายระบุเอาไว้ว่า ในวันนั้นโลกจะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งมโหฬารไล่เรียงตั้งแต่ภัย ธรรมชาติที่จะทำลายทุกสิ่งไปจนถึงสงครามอภิมหาโลกาวินาศ จนไม่มีมนุษย์คนได้มีชีวิตรอด ซึ่งอย่างหลังนี้อาจเชื่อมโยงได้กับทฤษฎีสงครามโลกครั้งที่ 3 ของนอสตราดามุส โหราจารย์ชื่อดัง

น่าแปลกที่นอกจาก 212012 จะเป็นวันสุดท้ายของปฏิทินชนเผ่ามายันแล้ว ยังมีข้อมูลทางดาราศาสตร์ที่ระบุไว้ว่า จะเกิดพลังงานลึกลับที่จะเปลี่ยนแปลงโลกไปตลอดกาล โดยในเวลาที่ดวงอาทิตย์อยู่ห่างจากเส้นศูนย์สูตรมากที่สุดในช่วงฤดูหนาวของ ปี 2012 นั้น ดวงอาทิตย์จะอยู่ระนาบเดียวกับใจกลางของทางข้างเผือกเป็นครั้งแรกในรอง 2.6 หมื่นปี ซึ่งหมายความว่า พลังงานทุกประเภทจากใจกลางของทางช้างเผือกจะถาโถมและเกิดการปะทะกับพลังงาน ทั้งที่มองเป็นและมองไม่เห็นของโลกในวันที่ 21 ธันวาคม 2012 เวลา 23.11 น. (11.11 pm ตามเวลาสากล)

สมมุติว่า มีมนุษย์เหลือรอดบนโลก ก็ไม่อาจรู้ว่าจะจำตัวเองได้หรือไม่ เนื่องจากพลังงานทั้งหลายแหล่ข้างต้น จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของ ดีเอ็นเอ นำมาซึ่งการกลายพันธุ์ หรือสรุปคร่าว ๆ ได้ว่า ถึงตอนนั้นโลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง คนที่รอดต้องดิ้นรนสร้างสิ่งต่าง ๆ นับจากศูนย์

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลทางธรณีวิทยาที่ชี้ว่า ปี 2012 คือปีที่ซูเปอร์โวลคาโน หรือภูเขาไฟใต้น้ำ ครบกำหนดเวลา 7.4 หมื่นปีที่จะทำงานหรือระเบิดตัวเอง โดยสัญญาณเตือนภัยครั้งล่าสุด คือโศกนาฏกรรมคลื่นยักษ์สึนามิเมื่อปี 2004 ที่บอกให้ชาวโลกรู้ว่า โครงสร้างพื้นผิวโลกได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และการระเบิดของซูเปอร์โวลคาโน อาจไม่ใกล้ไม่ไกลบริเวณที่เคยเกิดสึนามิมาก่อน

2012

และเป็นที่น่าสักเกตว่า ระยะหลังมานี้ เกิดเหตุแผ่นดินไหว ดินถล่ม และน้ำในแม่น้ำหรือทะเลสาบเหือดแห้งบ่อยครั้งทั่วโลก เป็นไปได้ที่ส่วนหนึ่งเกิดจาก ?ภาวะโลกร้อน? แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้เช่นกันว่าโครงสร้างของพื้นผิวโลกกำลังขยับและเปลี่ยน แปลงตัวเอง โดยที่มนุษย์ไม่รู้ตัว
ด้านนักวิทยาศาสตร์บางรายกลับมองว่า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของโลกจะเป็นภัยคุกคามที่ย้อนกลับมาทำลาย ล้างมนุษยชาติเองในท้ายที่สุด โดยในบทความเรื่อง ?วันสิ้นโลก? ของ ไมเคิล แฮนลอน ในเว็บไซต์เดลี เมล์ ระบุว่า วันสิ้นโลกที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้มาจากการระเบิดครั้งใหญ่ของโลกตามคำทำนายใด ๆ ทั้งสิ้น ทว่า กลับเป็นภัยเงียบที่ก่อตัวมานาน ที่มนุษย์กลับไม่เคยใส่ใจหรือรู้สึกต่างหาก

ย้อนเวลากลับไปเมื่อปี 1990 ที่คอมพิวเตอร์ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพและเป็นจุดกำเนิดของการพัฒนา เทคโนโลยีต่าง ๆ หลังจากนั้น โลกเราได้รู้จักอินเทอร์เน็ตและสามารถคิดค้นเครื่องจักรและหุ่นยนต์ที่มี ศักยภาพทัดเทียมหรือเข้าใกล้ความเป็นมนุษย์เข้าไปทุกที

และช่วงศตวรรษที่ 20 ได้เกิดปรากฏการณ์เครื่องจักรที่เคยถูกสร้างเพื่อเป็นทาสรับใช้ ผันตัวเองมาเป็นผู้ควบคุณมนุษย์โลก และจุดจบของโลกจะเริ่มขั้นในวันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม 2065 ที่บรรดาหุ่นยนต์อันชาญฉลาดได้หันมาเปลี่ยนแปลงโลกให้เป็นบ้านหลังใหม่ สำหรับพวกมัน และเริ่มเข้าควบคุมมนุษย์โลก จนในช่วงปลายศตวรรษเดียวกัน มนุษย์นับพันล้านคนต้องขาดแคลนอาหาร และในท้ายที่สุดในปี 2100 ต้องผันตัวเองกลับไปใช้ชีวิตในถ้ำอย่างในอดีต ขณะที่เมืองต่าง ๆ ก็ตกเป็นของเหล่าเครื่องจักรที่มนุษย์สร้างขึ้นนั่นเอง

อย่างไรก็ดี ไม่ว่าคำทำนายจะน่าสะพรึงกลัวสักเท่าใด ก็ไม่สำคัญเท่ากับความจริงที่ว่าเวลานี้ โลกของเราอาการหนักจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นจากฝีมือมนุษย์ ความขัดแย้งระหว่างประเทศ หรือแม้แต่เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าเกินไปจนทำให้หลายชาติต้องออกมาแสดง แสนยานุภาพของตัวเอง

หากโลกไม่แตกอย่างคำทำนาย ก็คงมีสักวันที่ต้องล่มสลายตามอายุขัย เพราะถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครเคยทำนายได้เลยว่า จริง ๆ แล้ว โลกมีอายุยืนยาวกี่ปีกันแน่ ?
———————————————–

2012

ตัวอย่างภาพยนตร์

ตัวอย่าง ภาพยนตร์ชุดแรกที่ทางสตูดิโอเผยแพร่ออกมาเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 ในตัวอย่างแสดงถึงคลื่นยักษ์สึนามิที่กำลังจะท่วมเทือกเขาหิมาลัย บริเวณทิเบต พร้อมทั้งกับมีข้อความคำโปรยว่า ?How would the governments of our planet? ?Prepare six billion people? ?For the end of the world?? ?They wouldn’t?

ต่อมาได้มีตัวอย่างภาพยนตร์อีกชุดหนึ่ง (ชุดที่สอง) เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2552 ในเนื้อเรื่องแสดงถึงเหตุการณ์ภัยพิบัติหลายรูปแบบ ทั้งการพังทลายของคริสโตรีเดนเตอร์ ในบราซิลระหว่างเกิดแผ่นดินไหว การปะทุอย่างรุนแรงของภูเขาไฟที่อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน การเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนซานอันเดรียสทำให้เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงมาก ทำให้เมืองลอสแอนเจลิสและส่วนอื่นๆ ทางใต้ของแคลิฟอร์เนียพังทลายแล้วจมลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิก แผ่นดินไหวที่อิตาลีทำให้มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ที่นครรัฐวาติกันพังทลาย แผ่นดินแยกขนาดใหญ่ที่ลาสเวกัส และการถล่มของสึนามิขนาดมโหฬารทั่วโลก และคลื่นสึนามิที่พัดเอาเรือยูเอสเอส จอห์น เอฟ เคเนดี ทำลายทำเนียบขาวที่เมืองวอชิงตัน ดี.ซี. นอกจากนี้ยังมีฉากเรือขนาดใหญ่ที่สร้างโดยรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อปกป้องของผู้คนที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์วันสิ้นโลก

วันเข้าฉายในโรงภาพยนตร์
ภาพยนตร์ เรื่อง 2012 ในตอนแรกมีกำหนดการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วโลกวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 แต่ภายหลังได้มีการเปลี่ยนวันเป็น 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 เพื่อหลีกเลี่ยงความวุ่นวายของการเข้าฉายภาพยนตร์อื่นๆ ในช่วงฤดูร้อนเนื่องจากในวันที่ภาพยนตร์เปิดตัวใกล้เคียงกับวันเปิดตัวของ ภาพยนตร์เรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์กับเจ้าชายเลือดผสมภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์แห่งปีของค่ายวอเนอร์ที่เปิด ตัวหลังจากเรื่อง 2012เพียงหนึ่งอาทิตย์และอาจทำให้รายได้ลดลงได้ และการเลื่อนวันกำหนดอาจทำให้ประสบความสำเร็จทางรายได้ การที่เลื่อนอาจจะทำให้ทางผู้จัดทำมีเวลาเพิ่มในการตรวจสอบและผลิตตัวภาพ ยนตร์เพิ่มเติม เนื่องจากวันที่เข้าฉายก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงเป็นวันที่จัดทำภาพยนตร์เรื่อง นี้เสร็จสมบูรณ์พอดี