Br?no

Home / หนังใหม่ / Br?no

Br?no

2009-07-30




Brunoดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่

Bruno 1

ในปี 2006 ซาช่า บารอน โคเฮน นักแสดงตลกพรสวรรค์ท่วมท้นที่เคยได้รางวัล BAFTA (ออสการ์ของประเทศอังกฤษ) ถึงสองครั้ง ได้นำตัวละคร

คนหนึ่งในซีรี่ย์ของตัวเองอย่าง โบแร็ท มาขึ้นจอภาพยนตร์เป็นครั้งแรกที่ชื่อว่า Borat: Cultural Learnings of America for Make Benefit Glorious Nation of Kazakhstan ซึ่งมันก็สามารถสร้างปรากฏการณ์ช็อคให้กับชาวโลก ทั้ง บารอน โคเฮน และ ลาร์รี่ ชาร์ล ผู้กำกับ/ผู้สมรู้ร่วมคิดได้ถ่ายทำเรื่องนี้แบบกองโจร และมันก็กลายเป็นภาพยนตร์ตลกที่ทั้งนักวิจารณ์และผู้ชมต่างชื่นชอบ

ซึ่งจากภาพยนตร์เรื่องนั้น ก็ทำให้ บารอน โคเฮน ได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ในสาขาเพลงและตลกจากเวทีการประกวดลูกโลกทองคำ

อีกทั้งยังได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ในสาขาภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม นี่คือภาพยนตร์ที่ดังระเบิดระเบ้อ โดยทำรายได้ทั่วโลกไปมากกว่า 260 ล้าน

เหรียญ และเป็นภาพยนตร์ที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับภาพยนตร์ตลกในศตวรรษนี้ และนั้นเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น…

บัดนี้ ทั้งผู้สร้าง, ดารา, นักเขียน และผู้อำนวยการสร้างจาก Borat และ Da Ali G SHow ได้สร้างสิ่งที่เรียกว่า “กล้าที่สุด บ้าที่สุด และเป็นภาพยนตร์ตลกที่เสี่ยงที่สุดเท่าที่เคยจารึกกันมาในประวัติศาสตร์? ใน Bruno

บารอน โคเฮน ได้แนะนำให้ผู้ชมได้รู้จักกับอีกตัวละครหนึ่ง ซึ่งมาจากการสร้างสรรค์ของเขาในซีรี่ย์สุดฮิตทาง MTV บรูโน่ คือแฟชั่นนิสต้าเกย์ ที่เป็นพิธีกรรายการโชว์ช่วงหลังเที่ยงคืนในประเทศที่ใช้ภาษาเยอรมัน…

นอกจากประเทศเยอรมันแล้วจุดมุ่งหมายของ บรูโน่ หน่ะเหรอ? นั้นก็คือการเป็นเซเลบฯจากออสเตรียต่อจาก ฮิตเลอร์

แล้วแผนของเขาหน่ะเหรอ? ก็คือการเดินทางข้ามทวีป มายังดินแดนแห่งโอกาสเพื่อตามหาชื่อเสียงและรักแท้นั้นเอง

———————————————————————-

บารอน โคเฮน และ ชาร์ล ได้กลับไปร่วมมือกับผู้อำนวยการสร้างเดิม ที่พวกเขาทำให้เรื่องที่แล้วประสบความสำเร็จกันมา เจย์ โรส (Borat, Meet the Fockers) และ แดน มาเซอร์ (Da Ali G Show, Borat) โดยยังมีทีมงานอย่างผู้กำกับภาพ แอนโธนี่ ฮาร์ควิค (Borat, television?s Trust Me), ผู้ออกแบบงานสร้าง เดนนิส ฮัดสัน (Accepted, และ The Perfect Game), ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย เจสัน อัลเพอร์ (Da Ali G Show, Borat) และผู้ดูแลเพลงประกอบ ริชาร์ด เฮนเดอร์สัน (Borat, Religulous)

———————————————————————–

เหมือนกับการผจญภัยของ โบแร็ท นักข่าวจากคาซัคสถาน นี่คือภาพยนตร์ที่จะเฝ้าติดตามแฟชั่นนิสต้าชื่อดังชาวออสเตรีย (ผู้มีรายการโชว์เป็นของตัวเองชื่อ Funkyzeit Mit Bruno) ซึ่งก่อนที่จะเริ่มการสร้างนั้น ทีมงานก็ตั้งได้คำถามขึ้นมาว่า “พวกเราจะหลอกคนอื่นสำเร็จอีกครั้งไหม”

ปรากฏว่ามันยังเป็นไปได้ ถ้าพวกเขาสามารถรักษาตัวเองไม่ให้เข้าคุกเข้าตาราง ก่อนที่หนังจะปิดกล้อง

ถ้าผู้กำกับ ลาร์รี่ ชาร์ล และผู้อำนวยการสร้าง ซาช่า บารอน โคเฮน, แดน มาเซอร์, เจย์ โรส และ โมนิก้า เลวินสัน ได้จดจำอะไรมาจากประสบการณ์การสร้าง Borat พวกเขาก็คงเรียนรู้จากกฏเหล็กข้อที่ว่า “รู้และเชื่อฟังกฏหมาย และควรมีทางหนีทีไล่เสมอ” พวกเขารู้ดีว่าถ้า บารอน โคเฮน ถูกจับหรือได้รับบาดเจ็บ การสร้างนี้ก็จะต้องหยุดชะงักและอาจจะต้องล่าช้าออกไปเป็นอาทิตย์ ดังนั้นมันจึงต้องมีการวางแผนทุกขึ้นตอน รวมถึงการทำให้ทุกอย่างอยู่ในแผนอย่างเคร่งครัดอีกด้วย แต่ถ้ามันราบรื่นก็คงไม่ใช่การสร้าง Bruno แน่นอน

การถ่ายทำของภาพยนตร์เรื่องนี้จะถูกกำหนดตามตาราง โดยทีมงานได้คาดเดาไว้คร่าวๆว่าพวกเขาน่าจะเจอกับอะไรบ้าง โดยแต่ละวันก่อนเริ่มต้นการถ่ายทำ ทีมงานก็จะต้องตัดสินใจว่าพรุ่งนี้พวกเขาควรเล็งเป้าไปที่ใคร พวกเขาต้องทำงานตารางของดาราจำเป็น และต้องเคลื่อนย้ายกองถ่ายให้เร็วและคล่อง เพราะพวกเขาต้องรีบย้ายหนี เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังฝ่าฝืนกฏหมายอยู่

แม้มีความกดดันในการสร้างหนังตลกสุดบ้าที่เคยทำไว้กับ Borat แต่ทีมงานก็ได้สร้างให้มันบ้ายิ่งกว่าที่เคยทำเอาไว้ซะอีก พวกเขาต้องเจอกับปัญหากับตำรวจมากกว่าเดิม พวกเขาได้รับโทรศัพท์จาก FBI ที่ขู่ว่าจะควบคุมตัว บรูโน่ ไปสอบสวน รวมถึงการเผชิญหน้ากับประชาชนผู้โกรธแค้น ที่มีอาวุธครบมือและไม่ยอมหลีกทางให้

ตั้งแต่ที่ฉากที่สำคัญอย่างเช่น การถูกโยนออกจากงานแฟชั่นวีค, การพูดถึงหัวข้อชวนช็อคกับประชาชนตาดำๆ และการสัมภาษณ์เซเลบฯที่เปลี่ยนเป็นการทำให้พวกเขาขายหน้า โดย บารอน โคเฮน และทีมงานเขียนบทได้ค้นคว้าข้อมูล และเริ่มไปหาสถานที่ที่พวกเขาควรไปและผู้คนที่พวกเขาควรเจอ

ด้วยการเดินทางในขบวนคาราวาน 5 คัน (ประกอบไปด้วย รถแวน 3 คัน รถมินิแวนไว้หลบหนี 1 คัน และรถอาร์วีหนึ่งคัน ที่ใช้ในการเตรียมการและเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย) ทั้งนักแสดงและทีมงานได้ท่องไปทั้งทวีปอเมริกา, ยุโรป และตะวันออกกลาง ได้ไปทั้งเมือง ลอสแองเจลิส, นิวยอร์ค, วอชิงตัน ดีซี, แคนซัส, อาลาบาม่า และอาร์คันซอว์ ในอเมริกา จนถึงเมืองอย่าง ลอนดอน, ปารีส และมิลาน ในทวีปยุโรป รวมถึงจอร์แดนและอิสราเอลในตะวันออกกลาง พวกเขามีตารางการเดินทางอันน่าเหลือเชื่อ