The Shock Labyrinth 3D ช็อคผีดุ 3 มิติ

Home / หนังใหม่ / The Shock Labyrinth 3D ช็อคผีดุ 3 มิติ

The Shock Labyrinth 3D ช็อคผีดุ 3 มิติ

2010-04-22




The Shock Labyrinth 3D หนังตัวอย่างดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่

The Shock Labyrinth 3D

เรื่องนี้อิงมาจากบ้านผีสิงสุดฮิตในสวนสนุกFuji-Q High Land ใกล้ๆกับภูเขาฟูจิที่ญี่ปุ่น ที่นี่เป็นบ้านผีสิงแบบทางเดินที่ยาวที่สุดในโลกซะด้วย? The Shock Labyrinth 3D คือเรื่องของกลุ่มเด็กที่เข้าไปเล่นในโรงพยาบาลผีสิง ก่อนที่ ยูกิ เด็กผู้หญิงที่อุ้มตุ๊กตากระต่ายตลอดเวลาจะหายสาบสูญไป หลังจากนั้น 10 ปี เธอกลับมาสร้างความประหลาดใจเพื่อนๆ พวกเขารีบพาเธอไปโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ที่สุด แต่กลายเป็นว่ามันคือโรงพยาบาลผีสิงหลังเดิมจากเมื่อสิบปีที่แล้ว พวกเขาต้องเอาตัวรอดจากกับดักเขาวงกตสุดอำมหิตที่คอยคร่าชีวิต

———————————————

ภาพยนตร์สยองขวัญสามมิติเรื่องแรกของเอเชีย จากฝีมือผู้กำกับ Ju-on (ผีดุ)

The Shock Labyrint เป็นผลงานเรื่องล่าสุดจาก ทาคาชิ ชิมิสุ ผู้กำกับต้นตำรับความสยอง ?จูออน ผี..ดุ? ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากบ้านผีสิงชื่อดังของประเทศญี่ปุ่น ฟูจิ-คิว ไฮแลนด์ ซึ่งถูกบันทึกเอาไว้ในกินเนสบุ้คว่าเป็นบ้านผีสิงที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ผู้กำกับ ทาคาชิ ชิมิสุ ที่ห่างหายไปจากการทำหนังสยองขวัญ ตั้งแต่การรีเมคหนังของตัวเองเรื่อง The Grudge 2 ในปี 2006 ครั้งนี้ได้กลับมาพร้อมกับหนังสยองขวัญสามมิติเรื่องแรกในชีวิต โดยเขาเล่าถึงการตัดสินใจนี้ว่า ?The Shock Labyrinth 3D คือโปรเจ็คที่ผมใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็ก ผมหลงรักบ้านผีสิงและคิดว่าถ้าเราได้ทำหนังที่เกี่ยวกับบ้านผีสิงก็คงเป็นเรื่องเยี่ยม ในที่สุดผมก็มีโอกาสสร้าง แถมมันยังเป็นหนังสามมิติอีกด้วย ผมหวังว่าการกลับมาบูมของภาพยนตร์สามมิติจะไม่ใช่แค่กระแส แต่จะเป็นการเสริทสร้างความคิดสร้างสรรค์ในการทำงานให้กับผู้สร้างภาพยนตร์ และทำให้หนังสยองขวัญมีความน่ากลัวขึ้นไปอีกระดับ?

The Shock Labyrinth 3D

ผู้กำกับ ทาคาชิ ชิมิสุ

ภาพยนตร์เรื่องนี้แสดงนำโดย ยูยะ ยากิระ นักแสดงหนุ่มจาก Nobody Knows ที่ทำให้เขากลายเป็นชาวญี่ปุ่นคนแรกที่ได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จากเทศกาลหนังเมืองคานส์ ในเรื่องนี้เขารับบทเป็นหนึ่งในกลุ่มนักศึกษาที่มีส่วนรับผิดชอบต่อการหาย สาบสูญของเพื่อนสมัยเด็ก โดยเขาเล่าถึงเทคโนโลยีสามมิติในหนังสยองขวัญว่า ?ผมโตพอที่ได้ดูหนังสามมิติที่ใช้แว่นกระดาษสีแดง-ฟ้า ซึ่งมันทำให้ตัวเองรู้สึกปวดหัวมาก แต่ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน ทำให้เราสามารถสวมแว่นสามมิติกระจกใสได้โดยไม่ปวดตา ซึ่งผมว่าเอฟเฟ็คสามมิติของ Shock Labyrinth 3D จะทำให้คนดูช็อคสุดๆอย่างแน่นอน?

The Shock Labyrinth 3D

ยูยะ ยากิระ

ต้นกำเนิด Shock Labyrinth 3D

The Shock Labyrinth 3D

เหมือนกับต้นกำเนิดของหนังบล็อคบัสเตอร์ Pirates of the Caribbean และ Haunted Mansion ผู้สร้าง Shock Labyrinth 3D ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเครื่องเล่นในสวนสนุก ซึ่งต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 2005 ในฤดูใบไม้ผลิ เมื่อผู้อำนวยการสร้างได้สัมผัสกับโรงพยาบาลผีสิงในสวนสนุก Fuji-Q Highland ซึ่งถือว่าเป็นบ้านผีสิงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีสถานที่ตั้งก็อยู่ใกล้ภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งต้องใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วโมงในการเดินให้ทั่วทั้งหมด ผู้สร้างเกิดไอเดียทันทีว่า มันจะต้องเป็นพื้นหลังของหนังที่มีประสิทธิภาพที่สุดอย่างแน่นอน

มีตำนานเล่าขานหนึ่งที่น่าสนใจ และก็อาจเป็นเรื่องที่น่าขนลุกที่สุดของบ้านผีสิงแห่งนี้ เมื่อในอดีตมันเคยเป็นโรงพยาบาลมาก่อน เมื่อโรงพยาบาลประสบภาวะขาดทุนและปิดตัวลง มันจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของสวนสนุก มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่เชื่อในตำนานเล่าขานนี้ และเจ้าของสวนสนุกก็ไม่ได้บอกปฏิเสธหรือยอมรับเรื่องดังกล่าว ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ช่วยยืนยันว่ามันเป็นของจริงคือ เครื่องมือทางการแพทย์และอุปกรณ์ต่างๆล้วนเป็นของจริงทั้งสิ้น!

อย่างไรก็ตาม Shock Labyrinth 3D ไม่ได้เล่าถึงตำนานเล่าขานของโรงพยาบาล แต่ได้หยิบเอาสภาพแวดล้อมและบรรยากาศมาเป็นแรงบันดาลใจ เพื่อสร้างเรื่องราวความสยองชิ้นใหม่ และทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความยิ่งใหญ่ และสยดสยองกว่าตำนานของสวนสนุกแห่งนี้!

เทคโนโลยีสามมิติของ Shock Labyrinth 3D

The Shock Labyrinth 3D

ตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 21 ถือเป็นช่วงบูมของภาพยนตร์สามมิติ สตูดิโอชื่อดังอย่างดิสนีย์และพิกซาร์ผลิตอนิเมชั่นสามมิติออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทีมงานของ Shock Labyrinth 3D ตัดสินใจที่จะทำให้ภาพยนตร์ของพวกเขาเป็นระบบสามมิติ อย่างไรก็ตามที่สิ่งอยู่นอกเหนือไปกว่าการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ คือทางเลือกในการสร้างสรค์ของศิลปินที่มากขึ้น มันไม่ได้ถูกกำหนดเอาไว้เพื่อเป็นเพียงลูกเล่นเท่านั้น

สำหรับทีมสร้าง Shock Labyrinth 3D การใช้เทคโนโลยีสามมิติ สำคัญไปกว่าการให้สิ่งของกระโดดออกมาจากจอภาพยนตร์ แน่นอนว่าสิ่งที่พุ่งออกมาเป็นเทคนิคที่ได้ผลกับผู้ชม แต่พวกเขาต้องการมากกว่านั้น พวกเขาต้องการเจาะลึกไปถึงสภาพจิตใจมนุษย์ ตั้งแต่การถูกทรยศและการเชื่อใจ ความรู้สึกผิดและความสิ้นหวัง การล้างแค้นและการสำนึกผิด
พวกเขาต้องการเล่าถึงเรื่องความสัมพันธ์ของมนุษย์ ความมีตัวจริงของอารมณ์เหล่านี้ และผลสุดท้ายพวกเขาต้องการใช้เทคโนโลยีสามมิติและสภาพแวดล้อมโดยรวม เพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่มากไปกว่าการทำให้ผู้ชมตกใจกลัว พวกเขาต้องการสร้างสิ่งลวงตาทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ ที่ส่งไปยังผู้ชมโดยผ่านทางชีวิตของตัวละครในเรื่อง