Baaria

Home / หนังใหม่ / Baaria

Baaria

2010-08-05





ตัวอย่งหนัง Baariaดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่

Baaria เล่าถึงเรื่องราวที่อบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยเวทย์มนต์ ความฝันในการสร้างดินแดนสวรรค์ กับตำนานที่ถูกเล่าขานผ่านชุมชนเมืองบาอาเรีย จากครอบครัวชาวซิซิเลียนสามรุ่น ตั้งแต่ ชิคโค่ ถึงลูกชายของเขา เป็ปปิโน่ และมาถึงหลานชายของเขา ปิเอโตร

เรื่องราวประทับใจเล่าผ่านชีวิตตัว ละครแต่ละรุ่น และครอบครัวของพวกเขา ในภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดความรัก ความฝัน และความเศร้าโศก ในชุมชนแคว้นปาแลร์โม ตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 จนถึงยุคปัจจุบัน เริ่มตั้งแต่การปกครองของลัทธิฟาสซิสต์ โดย ชิคโค่ เป็นคนเลี้ยงแกะ ที่หาเวลาในการทำตามเสียงเรียกของหัวใจในการแต่งหนังสือ บทกลอน และนวนิยายรัก

จนในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ประชาชนทุกคนต่างได้รับผลกระทบ เป็ปปิโน่ ลูกชายคนเดียวของ ชิคโค่ ได้เป็นพยานถึงความอยุติธรรม และค้นพบจุดมุ่งหมายของชีวิตในเส้นทางการเมือง เมื่อหลังสงครามเขาก็ได้พบกับคู่แท้ในชีวิต แมนนิน่า แต่ความสัมพันธ์ก็กลายเป็นความลำบาก เมื่อ เป็ปปิโน่ เกี่ยวพันกับลัทธิคอมมิวนิสต์ แต่ทั้งคู่ก็พยายามเติมความฝันให้แก่กันและกัน

ฉายเฉพาะ House Rama RCA

Baaria


*********************************************************************************************************

แรงบันดาลใจของ จูเซ็ปเป้ ทอนาทอเร่

Baaria


บา อาเรีย เป็นเมืองในแคว้นปาแลร์โม ซึ่งมาจากภาษาอาราบิคที่แปลว่า “ประตูแห่งสายลม” นี้คือเมืองที่ผมเกิดและเติบโตจนถึงอายุ 28 ซึ่งถ้าอ้างคำพูดของ ดอน ฟาบริซิโอ ในนวนิยายของ ลัมเปดูซา ชื่อ The Leopard ที่บอกว่า ?ชายหนุ่มควรออกจากเกาะซิซิลีก่อนที่พวกเขาจะมีอายุครบ 17 ปี เพื่อหลีกเลี่ยงการซึมซับค่านิยมของชาวซิซิเลียน? ทำให้ผมมีเวลาในการเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างบนเกาะแห่งนี้

สิ่งที่ ชาวซิซิเลียนทุกคนรู้สึกก็คือ คุณคิดว่าสถานที่แห่งนี้เป็นจุดศูนย์กลางของโลก และชุมชนของคุณก็คือสังคมที่ปิดกั้นตัวเองจากภายนอก แต่แล้วความยิ่งใหญ่ก็ต้องหดลงเหลือเพียงนิดเดียว ทันทีที่คุณรู้ว่าจุดศูนย์กลางของโลกไม่ได้อยู่ที่นี่ และมันก็กำลังหมุนไปข้างหน้าโดยทิ้งคุณเอาไว้เบื้องหลัง

ดังนั้น Baaria จึงเป็นการหวนกลับไปสัมผัสความบริสุทธิ์ ที่ผมสูญเสียตั้งแต่เดินก้าวขึ้นเรือเพื่อเดินทางออกจากเมืองซิซิลี เพื่อเป็นการเปิดเผยให้เห็นถึงวัฒนธรรมและประสบการณ์ ในฐานะเป็นชาวซิซิเลียนที่อาศัยอยู่ในโลกภายนอกกว่าสองทศวรรษ ผมคิดถึงการสร้างภาพยนตร์ที่มีความพิเศษ และช่วงเวลาแห่งฤดูอันไร้กาลเวลาในชีวิตผม เมื่อจักรวาลเริ่มต้นที่ เวีย จิโออัคชิโน กัตตูโซ่ 114 ใน ปิอาซซ่า มาดริซ ซึ่งทอดตัวไปตามตรอก คอร์โซ่ อัมบริโอ และไปสิ้นสุดที่ พาลาโกเนีย

ถึงแม้ทุกสถานที่จะอยู่ห่างกัน เพียงไม่กี่ร้อยเมตร แต่เมื่อเดินผ่านไปมาตลอดช่วงระยะเวลาหลายทศวรรษ คุณก็อาจได้เรียนรู้ถึงสิ่งที่โลกภายนอกไม่สามารถมอบให้กับคุณได้

********************************************************************************************************

ความรู้สึกของทีมงานและทีมนักแสดง

Barria

เอนนิโญ มอร์ริคอเน่ (ผู้แต่งเพลง)
การแต่งเพลงของผมมีจุดกำเนิดจากการศึกษาบท ผมต้องการรู้ทุกสิ่งทุกอย่างในหนังเรื่องนี้ ทุกตัวละคร ทุกจุดหักเหของเนื้อเรื่อง ทุกช่วงเวลาในหน้าประวัติศาสตร์ สัมผัสแรกที่ผมรู้จักกับ Baaria ผมคิดว่ามันคือหนังที่มีความซับซ้อนและละเอียดอ่อน การเดินทางตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 จนถึงยุคปัจจุบัน มันยังเป็นหนังที่ จูเซ็ปเป้ ทอนาทอเร่ ต้องการสร้างเพื่ออุทิศให้กับบ้านเกิดของตัวเอง

ความรับผิดชอบในการเขียนเพลงประกอบให้กับหนังที่มีความสำคัญ ผมต้องการเลือกตัวโน้ตที่เหมาะสมที่สุด โดยก่อนที่จะได้ดูภาพยนตร์เวอร์ชั่นสมบูรณ์ ผมก็เขียนธีมเพลงของหนังเอาไว้ก่อนแล้ว ซึ่ง ทอนาทอเร่ ก็รู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก พวกเราพบว่ามีต่างคนต่างมีแนวทางเดียวกันตั้งแต่แรกแล้ว

ผมคิดว่า Baaria เปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์ ไม่ใช่แค่หนังอีกเรื่องหนึ่งของ ทอนาทอเร่ แต่เป็นผลงานที่สามารถทำเวลาให้หยุดนิ่ง มันมาในช่วงเวลาที่เหมาะสมแก่การสร้างศิลปะที่เปี่ยมไปด้วยความงาม ผมคิดว่าผู้ชมคงรับรู้ถึงแรงบันดาลใจที่ส่งกลิ่นฟุ้งออกมาทุกวินาที เรื่องราวอันทรงพลังที่ถูกสร้างด้วยความทุ่มเทของเขา

เมาริซิโอ ซาบาตินี่ (ผู้ออกแบบงานสร้าง)
ทุกอย่างเริ่มต้นตอนปลายปี 2006 จูเซ็ปเป้ ทอนาทอเร่ ชวนผมทานข้าวและเล่าถึงโปรเจ็คนี้ มันเป็นมหากาพย์แห่งภาพยนตร์ที่ต้องการแรงใจและความทุ่มเทในการทำงาน ผมตอบรับความท้าทายนี้ทันที เพราะมันมีไม่บ่อยครั้งหรอกที่คุณจะได้ทำงานกับผู้กำกับที่มีพรสวรรค์

หลังจากสองเดือนในการค้นคว้าข้อมูล ผมส่งผลงานไปให้ ทอนาทอเร่ และเขาก็เห็นด้วยกับผมทันที การร่วมงานของพวกเราเกิดขึ้นด้วยแรงใจ ความมุ่งมั่น และความตั้งใจ หลังจากสามเดือนในการเตรียมงาน การถ่ายทำก็เริ่มต้นที่เมืองตูนิส ซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำที่เหมาะสมที่สุด เพราะด้วยความสะดวกในเดินทางไปการถ่ายทำ โดยเป็นสถานที่ที่สวยงามที่สุด และมีส่วนประกอบที่คล้ายกับ บาอาเรีย ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20

สิ่งที่ท้าทายที่สุดในการออกแบบงานสร้าง คือการทำให้มันดูน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะการก้าวกระโดดจากช่วงเวลาหนึ่งไปยังอีกช่วงนึง บางวันเราต้องถ่ายทำฉากที่เกิดขึ้นในยุค 20 แต่บางวันเราก็อาจถ่ายฉากที่เกิดในยุค 60 ทำให้เราจำเป็นต้องท่องกาลเวลา ซึ่งต้องขอบคุณในการทำงานของทุกคน รวมถึงพลังงานที่ไม่มีจุดสิ้นสุดของ ทอนาทอเร่
Baaria คือภาพยนตร์ที่จะถูกจารึกลงไปในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ ไม่ใช่เพียงแค่ของวงการหนังอิตาลี เพราะผมสำหรับแล้ว มันมีบางอย่างที่เทียบเคียงได้กับหนังคลาสสิกอย่าง Once upon a time in America

ฟรานเชสโก้ ซิอันน่า (รับบทเป็น เป็ปปิโน่)
การได้รับบทนำในหนังของ จูเซ็ปเป้ ทอนาทอเร่ ถือเป็นเรื่องไม่น่าเชื่อสำหรับผม ตอนที่ได้ยินว่าตัวเองถูกรับเลือกครั้งแรก ผมต้องออกไปเตะฟุตบอลเพื่อทำจิตใจให้สงบ ในขณะถ่ายทำผมก็นอนดึกและตื่นตีห้าทุกวัน เพราะมันเป็นเพียงวิธีเดียวที่ช่วยให้ตัวเองลดความกังวล และไม่ให้เกินอาการตื่นเต้นมากเกินไป แต่โดยรวมแล้ว มันถือเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นสำหรับผม และ มากาเร็ธ มาเด ก็เป็นนักแสดงหญิงที่ยอดเยี่ยมที่สุดบนกองถ่าย

มากาเร็ต มาเด้ (รับบทเป็น แมนนิน่า)
ฉันยังไม่รู้เลยว่า ทำไมนางแบบธรรมดาๆอย่างฉันถึงโชคดีขนาดนี้ ก่อนหน้านี้ฉันไปคัดเลือกนักแสดงมาแล้วสามเรื่อง แต่ก็ล้มเหลวทุกครั้ง แต่เมื่อครั้งสุดท้ายซึ่งก็คือเรื่อง Baaria ก็มอบบทนำให้กับฉัน การพูดว่านี้เป็นประสบการณ์อันน่าเหลือเชื่อก็อาจดูน้อยกว่าสิ่งที่ฉัน รู้สึก ฉันขอสารภาพว่าตัวเองร้องไห้ในวันสุดท้ายของการถ่ายทำ ทอนาทาเร่ เป็นผู้กำกับที่วิเศษที่สุด เขาพบบางสิ่งที่น่าสนใจบนใบหน้าของฉัน เขาบอกว่าเป็นภาพจากอดีตที่เขาคุ้นเคย และรู้สึกว่ามันเหมาะกับหนังของเขา

นิโคล กริมัวโด (รับบทเป็น ซาริน่า ตอนเด็ก)
ฉันได้รับเลือกเข้ามาแสดงหลังจากการทดสอบบท ฉันตื่นเต้นมาก การที่ ทอนาทอเร่ เลือกฉันก็อาจเป็นเพราะตัวเองมีสายเลือดซิซิเลียนที่เข้มข้น ฉันรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณเขา การได้ทำงานกับผู้กำกับแบบนี้ถือเป็นกำไรในชีวิตของนักแสดง และฉันก็รู้สึกภูมิใจในเรื่องราวของหนัง ซึ่งตีแผ่ถึงวิถีชีวิตของชาวซิซิเลียนได้เที่ยงตรงและซื่อสัตย์ที่สุด

แองเจล่า โมลิน่า (รับบทเป็น ซาริน่า ตอนโต)
ทอนาทอเร่ โทรหาฉันในวันเกิด มันเป็นข่าวที่ดีมาก สำหรับการได้เป็นส่วนหนึ่งของหนังที่มีความทะเยอทะยานและสำคัญ ฉันรู้สึกดีใจจนถึงขนาดสัญญาว่าจะเลิกสูบบุหรี่ เมื่อพวกเรานัดพบกัน ฉันถามเขาว่าบทของฉันเป็นยังไง เพราะฉันรู้สึกกังวลที่อาจต้องเล่นเป็นตัวละคร ที่โหดร้ายเช่นเดียวกับเรื่อง The Unknown Woman อีกครั้ง

แต่มันก็ไม่ใช่เช่นนั้นเลย ตัวละครของฉันในเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพิเศษ และมนต์เสนห่ที่อยู่ในธรรมชาติของเรื่องนี้ Baaria คือเรื่องราวที่เกี่ยวกับความทรงจำในวัยเด็ก เป็นการสะท้อนถึงช่วงเวลาหนึ่งและรากเหง้าในประวัติศาสตร์ของพวกเรา ซึ่งอาจมีเพียง จูเซ็ปเป้ เพียงคนเดียวเท่านั้นในอิตาลี ที่เข้าใจและสามารถสร้างมันขึ้นมาได้

ลิน่า ซาสทรี้ (รับบทเป็น ทาน่า)
สำหรับฉันแล้ว Baaria เป็นหนังที่เปี่ยมไปด้วยความบริสุทธิ์ ฉันฝันถึงการทำงานร่วมกับ ทอนาทอเร่ มาหลายปีแล้ว พวกเราเคยสัญญากันว่าจะต้องร่วมงานกัน แต่ด้วยเหตุผลหลายประการทำให้เส้นทางของเราไม่พาดผ่านกันซะที แต่แล้วพวกเราก็ได้ร่วมงานกันในที่สุด โดยหลังวันที่ฉันได้รับโทรศัพท์จากเขา ฉันก็เดินทางไปแคว้นคาตาเนีย โดยมีจุดมุ่งหมายที่เมือง Bagheria ฉันรู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะปัญหาเดียวของฉันก็คือสำเนียง ฉันมีสายเลือดชาวนาโปลีเต็มตัว และการพูดสำเนียงซิซิเลียนก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

ลุยจิ โล คาซซิโอ้ (รับบทเป็น ขอทาน)
เมื่อผมรู้ว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์เรื่องนี้ ผมก็ออกไปโบสถ์ที่ผมแต่งงานและทำการขอบคุณพระเจ้า การผจญภัยของผมในกองถ่าย เริ่มต้นจากความกระตือรือล้นของ ทอนาทอเร่ ซึ่งมอบโอกาสให้ผมได้ตักตวงประสบการณ์อันล้ำค่าจากหนังเรื่องนี้

ผมชื่นชม ทอนาทอเร่ โดยเฉพาะการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเขากับนักแสดง เขาเชี่ยวชาญในการดึงสิ่งที่ดีที่สุดออกมาจากนักแสดงทุกคน เขาสนับสนุนและผลักเขาหรือเธอ ให้เข้าไปในดินแดนที่ไม่เคยล่วงล้ำเข้าไป เขาอธิบายให้ผมฟังทันทีถึงสิ่งที่อยู่ในตัวละครที่ผมต้องเล่น เปรียบตัวละครนี้เหมือนนักร้องในวงคอรัสขนาดใหญ่ เป็นคนสำคัญในแต่ละฉาก ถึงแม้ว่าเขาจะกลมกลืนไปกับสถานการณ์

ความโดดเด่นที่สุดที่ผมพบในตัวของ จูเซ็ปเป้ ก็คือ ความสามารถของเขาในการตัดสินใจที่เฉียบขาด ตั้งแต่เรื่องใหญ่ไปจนถึงเรื่องเฉพาะตัวบุคคล เขาคือผู้กำกับที่มีวิสัยทัศน์ทั้งในการสร้างฉากที่มีความอลังการ และยังเอาใจใส่ในรายละเอียดที่อาจดูปลีกย่อยที่สุด

มิเคเล่ พลาซิโด (รับบทเป็น ตัวแทน PCI)
ประสบการณ์ของฉันกับ ทอนาทอเร่ ในกองถ่ายเรื่อง The Unknown Woman ถือเป็นสิ่งที่สำคัญ แน่นอนที่มันไม่ได้เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของมิตรภาพที่ดี แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นการร่วมงานของพวกเรา ที่ฉันคิดว่าจะมีต่อไปเรื่อยๆในอนาคต พวกเราไม่ได้เป็นแค่คู่นักแสดง/ผู้กำกับ แต่มันลึกซึ้งไปกว่านั้น

ฉันรู้สึกสนุกในการได้ร่วมงานกับ ทอนาทอเร่ เพราะเขาทำให้ฉันรู้สึกอินไปกับเรื่องราว เขามักถามถึงข้อคิดเห็นและข้อคำแนะนำจากฉัน ฉันรู้สึกภูมิใจในการได้รับบทนี้ ซึ่งถือเป็นหนังของ จูเซ็ปเป้ ทอนาทอเร่ ที่ประสบความสำเร็จในแง่ของความเป็นมหากาพย์มากที่สุด

เบ็ปเป้ ฟิออเรลลิโอ้ (รับบทเป็น ผู้ค้าเงิน)
ผมไม่เคยพบกับ ทอนาทอเร่ มาก่อน แต่เขาก็เป็นผู้กำกับคนโปรดของผมมาตลอด นี้คือประสบการณ์ตรงในกองถ่าย ที่มอบโอกาสให้ผมได้รู้จักเขาดีขึ้น และผมขอสารภาพว่าตัวเองรู้สึกแปลกใจ เพราะแทนที่เขาจะเป็นผู้กำกับที่เคร่งเครียดไปกับการสร้างสิ่งที่สมบูรณ์แบบ ที่สุด ผมกลับเจอกับสิ่งที่อยู่ตรงข้ามเลย
สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจในตัว จูเซ็ปเป้ ก็คือ การที่เขาเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ขันร้ายๆ เขามีความแหลมคมทางความคิด เป็นคนที่สามารถพาอารมณ์ของคนดูให้ล่องลอยไปตามสั่ง ผมคิดว่า Baaria คือหนังที่มีความสำคัญ ซึ่งอัดแน่นไปด้วยความรื่นเริงและความสุข

อัลโด แบ็คลิโอ (รับบทเป็น นายหน้า)
จูเซ็ปเป้ โทรหาผมตั้งแต่ตอนที่เขายังเขียนบทภาพยนตร์อยู่ ผมรู้สึกดีใจที่บทของตัวเองใน Baaria จะทำให้ทุกคนแปลกใจ เพราะครั้งนี้ผมได้รับบทเป็น “ผู้ร้าย” ซึ่งผมคิดว่าคงเกิดขึ้นครั้งเดียวในชีวิต แต่มันก็เป็นประสบการณ์ที่พิเศษสุด ทอนาทอเร่ เป็นหัวรถจักรที่เคลื่อนที่ตลอดเวลา เขามีจิตวิญญาณอันมุ่งมั่น เป็นผู้กำกับเพียงไม่กี่คนในอิตาลีที่กล้าคิดทำการใหญ่

ราอูล บาว่า (รับบทเป็น นักข่าวชาวโรมัน)

ทอนาทอเร่ และผมเป็นพวกที่ชอบจมอยู่กับความคิดตัวเอง ซึ่งทำให้ทุกครั้งที่เจอกันในอดีต พวกเราก็ไม่มีโอกาสที่จะได้ทำความรู้จัก แต่มันก็เกิดขึ้นในกองถ่ายของ Baaria ที่ผมค้นพบว่าเขาเป็นนักคิด มีแรงใจและความมุ่งมั่นกับสิ่งที่ทำ ซึ่งก็เป็นบุคลิกภาพในวงการภาพยนตร์ในปัจจุบัน ที่แทบไม่มีหลงเหลืออยู่อีกแล้ว

ลอลโล่ ฟรานโก้ (รับบทเป็น ดอน จิอาซินโต้)

การได้เป็นส่วนหนึ่งของหนังหมายถึงการได้พบกับ ทอนาทอเร่ ครั้งแรกในรอบ 25 ปี ผมรู้สึกตื้นตันเพราะในอดีตที่ผ่านมา ผมก็เป็นคนที่มอบรางวัลสำคัญชิ้นแรกให้กับ จูเซ็ปเป้ ซึ่งถูกสลักด้วยประโยคที่ว่า “กวีแห่งภาพเคลื่อนไหว” ดังนั้นถ้าให้ผมตั้งฉายาให้เขา ก็คงต้องเป็นคำว่า “นักกวีแห่งภาพเคลื่อนไหว”

เขาไม่ใช่เพียงแค่ศิลปิน แต่เขาเป็นอัจฉริยะ เป็นอีกหนึ่งบุคคลากรสำคัญที่มีพื้นเพจาก Bagheria ที่ประสบความสำเร็จในการถ่ายทอดมุมมองของตัวเองต่อโลก และความผูกพันธ์กับรากเหง้าของชาวซิซิเลียนผ่านศิลปะภาพยนตร์ ทอนาทอเร่ เป็นผู้กำกับชาวอิตาเลียนที่เข้าใจถึงจิตวิญญาณของผู้คน