The Hole 3D มหัศจรรย์หลุมทะลุพิภพ

Home / หนังใหม่ / The Hole 3D มหัศจรรย์หลุมทะลุพิภพ

The Hole 3D มหัศจรรย์หลุมทะลุพิภพ

2010-05-05




The Hole 3D หนังตัวอย่าง จากผู้กำกัีบ เกรมลินดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่

ผลงานภาพยนตร์ระทึกขวัญ-ครอบครัว-ผจญภัย ในระบบสามมิติ ของผู้กำกับ โจ ดันเต้ ที่เข้าไปสำรวจความกลัวและความลับที่อยู่ในจิตใต้สำนึกของทุกคน

ความตื่นเต้นเพียงอย่างเดียวของ เดน คือการพบได้พบกับ จูลี่ (เฮลีย์เบนเน็ทท์ จาก Music and Lyrics) สาวข้างบ้านที่น่ารัก เมื่อแม่ของพวกเขาทํางานมากกว่าอยู่บ้าน

เดน และ ลูคัส จึงทําการสํารวจบ้านและพบประตูลับบนพื้นในห้องใต้ดิน และเมื่อทั้งสองเปิดมันขึ้นก็พบว่าข้างล่างไม่มีจุดสิ้นสุด ทุกอย่างที่พวกเขาทิ้งลงไปไร้เสียงกระทบ ไฟฉายและกล้องวีดีโอที่ส่องลงไป ก็พบแต่ความว่างเปล่า

ทั้งสองชวน จูลี่ เข้ามาเพื่อหาคําตอบในความพิศวงของบ้านหลังนี้ แต่เมื่อทั้งสามพยายามสํารวจในหลุมปริศนามากขึ้น มันก็ได้ปลดปล่อยความชั่วร้ายออกมา เงามืดแพร่กระจายไปทุกซอกทุกมุม และฝันร้ายในอดีตก็กลับขึ้นมามีชีวิตจริง ทั้งสามต้องเผชิญหน้ากับความกลัวของตัวเองและพยายามหยุดยั้งมันให้ได้

**************************************************************************************
รายละเอียดภาพยนตร์

The Hole 3D เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญที่ใช้กล้องระบบสามมิติที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน กำกับโดยผู้กำกับมือเก๋า โจ ดันเต้ (Gremlins, Gremlins 2: The New Batch, Small Soldiers) นำแสดงโดย คริส แมสโซเลีย (Cirque du Freak: The Vampire’s Assistant), นาธาน แกมเบิ้ล (Babel, The Dark Knight), เฮลีย์ เบนเน็ทท์ (Music and Lyrics, Marley & Me) และ เทอรี่ โปโล (Meet the Parents, Meet the Fockers)

อำนวยการสร้างโดย เจ ซี สฟิงค์ (The Ring, The Butterfly Effect)ขียนบทโดย มาร์ค แอล สมิธ (Vacancy) กำกับภาพโดย ธีโอ แวน เดอ ซานเด้ (Cruel Intentions, Yours, Mine and Ours) ควบคุมการถ่ายทำระบบสามมิติโดย แม็กซ์ เพนเนอร์ (My Bloody Valentine, StreetDance 3D)

************** จุดกำเนิดของ The Hole 3D ******************

เหมือนกับนักเขียนในวงการภาพยนตร์ มาร์ค แอล สมิธ รับหน้าที่เป็นคนแก้ไขบทภาพยนตร์ของคนอื่น และเขียนบทภาพยนตร์ต้นฉบับที่ยังไม่ถูกสร้างจำนวนมาก แต่การถือกำเนิดของ The Hole 3D ก็เพื่อให้ลูกสาววัย 12 ปีได้มีโอกาสดูหนังที่เขาให้กำเนิด สมิธ เล่าว่า

“บทภาพยนตร์ที่ผมเขียนมีแต่เนื้อหาที่เป็นผู้ใหญ่? เมื่อผมเริ่มเขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้ ผมก็เลยตั้งใจว่าจะเขียนอะไรที่ดูน่ากลัว แต่ลูกสาวของผมสามารถดูได้ ในที่สุดเธอก็กลายเป็นคนแรกที่ได้อ่านบทภาพยนตร์ร่างแรก และผมก็พยายามปรับเปลี่ยนแก้ไขตามความคิดเห็นของเธอ ผมคิดว่า The Hole 3D จึงถูกหล่อหลอมตามแนวคิดของเด็กวัยรุ่นจริงๆ”

หนึ่งในผู้อำนวยการสร้าง เดวิด แลงคาสเตอร์ เล่าว่า “สำหรับผมแล้วบทภาพยนตร์ถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเราขึ้นไปถ่ายทำกันบนดวงจันทร์หรือไม่ก็ตาม ถ้าตัวละคร เนื้อเรื่อง และบรรยากาศไม่ถูกพัฒนาขึ้นมา ทุกอย่างก็จะไร้ความหมาย ผมคิดว่าพวกเรามีบทภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยม และผมก็เชื่อว่าคนดูจะตอบสนองกับมันได้ดี พวกเราตัดสินใจสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้เพราะเราหลงรักตัวละคร เราหลงไหลมนต์เสน่ห์ของเนื้อเรื่อง”

******************** สารจากผู้กำกับ โจ ดันเต้ *************************

ผมโตขึ้นมาด้วยการดูหนังระทึกขวัญและหนังสัตว์ประหลาด และเมื่อโตขึ้นมา ผมก็ได้รับโอกาสกำกับหนังที่ผสมผสานความระทึกขวัญกับแนว Coming-of-age อย่างเช่น Gremlins, Matinee, Explorers หรือแม้กระทั่งซีรี่ย์ Eerie Indiana แต่ทุกเรื่องล่วนปราศจากส่วนผสมของความน่ากลัว ในแบบที่ทำให้คุณต้องกระเด้งออกจากที่นั่ง และมีอารมณ์ร่วมในเรื่องความสัมพันธ์ของตัวละครอย่างเช่น The Hole 3D

ในภาพยนตร์เรื่อง The Hole 3D ตัวละครวัยรุ่นทั้งสาม จะมีบุคลิกและการหยอกล้อกันเหมือนเด็กในชีวิตจริง ซึ่งทำให้คนดูสามารถเชื่อมถึงตัวละคร และเป็นห่วงชะตากรรมของพวกเขา ไม่ว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจะพิลึกพิลั่นแค่ไหนก็ตาม ผู้ชมก็เต็มใจที่จะเดินทางไปกับพวกเขา และพร้อมที่จะค้นหาความลับเกี่ยวกับหลุมดำแห่งนี้

The Hole 3D เป็นการเดินทางที่มืดหม่นและจริงจัง การหักมุมที่ลึกลับ และน่าค้นหาได้ก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง ผสมผสานกับอารมณ์ขันจากสามฮีโร่ของพวกเรา ผมคิดว่ามันจะเป็นทิศทางที่ทุกคนคาดไม่ถึง โดยเฉพาะการที่เราถ่ายทอดมันออกมาในระบบสามมิติ

***************** โจ ดันเต้ กับการถ่ายทำในระบบสามมิติ *****************

เทคโนโลยีได้เดินทางมาไกล ตอนนี้ทุกอย่างเป็นดิจิตอลหมดแล้ว ซึ่งทำให้การถ่ายทำด้วยกล้องสองตัวที่มักเกิดปัญหาไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป ปัจจุบันนี้กระบวนการถ่ายทำสามมิติเป็นไปได้ด้วยดี ถึงแม้กล้องจะมีขนาดใหญ่กว่าปกติ และต้องใช้ทีมงานหลายคนในการเคลื่อนย้ายไปตามดอลลี่ แต่ยังไงเสียมันก็มีข้อดีมากกว่าข้อเสีย

ข้อจำกัดของการถ่ายทำในระบบสามมิติอยู่ที่การเคลื่อนไหว และการจัดแสงก็ต้องอยู่ในระดับเดียวกัน และการที่มันเป็นกล้องที่มีระดับความละเอียดสูง ดังนั้นการถ่ายทำที่พลาดเพียงนิดเดียวก็อาจเห็นอย่างชัดเจนในมอนิเตอร์ ดังนั้นพวกเราจึงต้องมีการเตรียมงานและการจัดแสงไฟที่นานกว่าเดิม

อย่างไรก็ตาม มันก็ถือเป็นความท้าทายที่ผู้กำกับทุกคนต้องสามารถรับมมือได้ สิ่งที่พวกเราพยายามกระทำคือการทำให้เทคโนโลยีสามมิติรวมเป็นหนึ่งกับเรื่องราว มันจะไม่ใช่กิมมิคเก่าๆในหนังสามมิติในอดีต มันต้องเป็นเครื่องมือที่ช่วยคุณในการเล่าเรื่อง

มันจะไม่เหมือนกับหนังสามมิติสยองขวัญสามมิติทั่วไป The Hole 3D จะเป็นเหมือน Dial M for Murder ของ อัลเฟรด ฮิชค็อก ซึ่งผสานผู้ชมเข้ากับบรรยากาศในหนัง มันจะเป็นหนังสามมิติที่ดึงคุณเข้าไปในจอ มากกว่าที่โยนอะไรใส่คุณที่นั่งอยู่บนเก้าอี้”

***************** แนะนำตัวละครหลักใน The Hole 3D ****************

เดน ธอมป์สัน (รับบทโดย คริส แมสโซเลีย)

เดน เป็นพี่ชายคนโตในสองพี่น้องธอมป์สัน เขากลายเป็นเด็กวัยรุ่นขี้หงุดหงิด เมื่อจำต้องลาจากผองเพื่อนในนิวยอร์ค มาติดแหง่กในเมืองเล็กๆที่ชื่อ เบนสันวิลล์ กับ ลูคัส น้องชายจอมป่วน ด้วยวัย17 ปีที่กำลังคึก เดน คิดว่าไม่มีสิ่งไหนในโลกที่เขารู้สึกกลัว แต่เมื่อทั้งสองทำการสำรวจบ้านหลังใหม่ และได้พบกับหลุมพิศวงในห้องใต้ดิน เดน ก็พบว่า “ความกลัว” อาจเป็นสิ่งที่เขาเข้าใจผิดและไม่เคยนึกฝันมาก่อนในชีวิต

ลูคัส ธอมป์สัน (รับบทโดย นาธาน แกมเบิ้ล)

ลูคัส เป็นเด็กชายวัย 10 ขวบที่รู้สึกตื่นเต้นในการย้ายบ้านมาที่เบนสันวิลล์ แต่เขาไม่สามารถทำให้ เดน พี่ชายรู้สึกแบบเดียวกับเขาได้ ลูคัส เป็นเด็กขี้กลัว เขาพยายามหยอกล้อ เดน เมื่อพี่เขาปิ๊งสาวข้างบ้านอย่าง จูลี่ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาไม่กลัวที่จะล้อเล่นกับพี่ชาย แต่เมื่อหลุมพิศวงในห้องใต้ดินของทั้งสองปลดปล่อยความชั่วร้ายออกมา ลูคัส ก็ต้องเอาชนะความกลัวได้ด้วยตัวเอง

จูลี่ แคมป์เบลล์ (รับบทโดย เฮลีย์ เบนเน็ทท์)

จูลี่ แคมป์เบล คือสาวข้างบ้านวัยสดใส ที่รู้สึกถูกชะตากับ เดน และ ลูคัส ทันทีเมื่อพวกเขาย้ายเข้ามาอยู่ในเมือง เธอเติบโตในเมืองเล็กๆที่ชื่อ เบนสันวิลล์ ตลอดทั้งชีวิต จูลี่ ไม่เคยออกไปไหน เธอหวังอย่างลมๆแล้งๆว่า จะมีบางสิ่งที่น่าสนใจจะเดินทางเข้ามาในเมือง และทำให้ชีวิตมีความน่าสนใจสักครั้ง… หารู้ไม่ว่าเธอต้องร่วมผจญภัยในการเดินทาง และได้รับสิ่งที่เธอขอเอาไว้มากกว่าที่ต้องการซะอีก!

ซูซาน ธอมป์สัน (รับบทโดย เทอรี่ โปโล)

ซูซาน มีภาระล้นมือเมื่อเธอต้องทำงานพร้อมกับการรับบทเป็นแม่เลี้ยงลูกตัวคนเดียว ด้วยความเป็นห่วงความปลอดภัยของ เดน และ ลูคัส เธอจึงย้ายออกจากมหานครนิวยอร์ค มายังเมือง เบนสันวิลล์ แต่ด้วยหน้าที่การงานของ ซูซาน ทำให้ เดน และ ลูคัส ถูกทิ้งเอาไว้ในบ้านหลังใหม่ และทั้งสองจะต้องเจอกับเรื่องราวเหนือจินตนาการ… ไม่ว่าพวกเขาจะต้องการมันหรือไม่ก็ตาม

*********************** ทีมนักแสดง *****************************

คริส แมสโซเลีย (รับบทเป็น เดน ธอมป์สัน)

ภาพจากเรื่อง Cirque du Freak: The Vampire’s Assistant

เขาเริ่มต้นอาชีพนักแสดงในซีรี่ย์ชื่อดังอย่าง Law & Order: Criminal Intent, Wanted ก่อนที่จะได้รับโอกาสในการแสดงหนังครอบครัว/ผจญภัยเรื่อง A Plumm Summer หลังจากนั้น คริส ก็ได้รับความสนใจจากผู้สร้าง จนได้รับบทนำในหนังที่สร้างจากวรรณกรรมเยาวชนเรื่องเยี่ยม Cirque du Freak: The Vampire’s Assistant และก็เป็นโชคดีของเขา เมื่อ โจ ดันเต้ เห็นการแสดงของเขาในหนังเรื่องนั้น และตัดสินใจที่จะเลือก คริส เข้ามารับบทเป็น เดน ใน The Hole 3D


เฮลีย์ เบนเน็ทท์ (รับบทเป็น จูลี่ แคมป์เบล)

เธอใช้ชีวิตในเมืองโอไฮโอ้ ก่อนที่จะย้ายกลับมาบ้านเกิดที่ฟลอริด้า เพื่อศึกษาต่อเรื่องดนตรีและการแสดง ในปี 2005 เธอก็ได้ย้ายเข้ามาในแอลเอพร้อมกับแม่ และได้รับโอกาสครั้งสำคัญในหนังเรื่อง Music and Lyrics ที่เธอรับบทเป็นป็อปสตาร์สาว โคร่า คอร์แมน โดยหลังจากนั้น เฮลีย์ ก็มีผลงานออกมาเรื่อยๆ เช่น Marley & Me และ The Huanting of Molly Hartley

นาธาน แกมเบิ้ล (รับบทเป็น ลูคัส ธอมป์สัน)

เขามีผลงานทางการแสดงที่น่าประทับใจตั้งแต่อายุ 11 ปี โดย นาธาน เริ่มต้นด้วยการรับบทเป็นลูกของ แบรด พิทท์ ในหนังเรื่อง Babel ที่ได้รับรางวัลลูกโลกทองคำ โดยผู้กำกับ อเลฮานโดร กอนซาเลซ อินาริตู เป็นคนค้นพบเขาจากการคัดเลือกเด็กกว่า 20,000 คน หลังจากนั้น นาธาน ก็มีผลงานในหนังบล็อคบัสเตอร์อย่าง The Dark Knight, The Mist รวมถึง Marley & Me

เทอรี่ โปโล (รับบทเป็น ซูซาน ธอมป์สัน)

เทอรี่ เริ่มต้นเส้นทางอาชีพด้วยการเป็นนักเต้น โดยเมื่ออายุได้ 13 เธอก็ได้เข้าเรียนใน New York?s School of Ballet แต่ในช่วงฤดูร้อนปีสุดท้ายของการศึกษา เทอรี่ ก็ได้เซ็นสัญญาเพื่อเป็นนางแบบ ซึ่งเปิดโอกาสให้เธอรับบทในละครเดย์ไทม์เรื่อง Loving และซีรี่ย์การเมืองเรื่องเยี่ยม The West Wing ที่ทำให้เธอเข้าชิงรางวัลเอ็มมี่ จนในที่สุด เทอรี่ ก็มาโด่งดังกับการรับบทเป็นนางเอกในหนังตลกรวมดาว Meet the Parents ที่นำแสดงโดย เบน สติลเลอร์ และ โรเบิร์ต เดอนิโร ซึ่งมีภาคต่ออย่าง Meet the Fockers และภาคล่าสุดที่กำลังจะเข้าฉายช่วงปลายปีนี้

*****************************? ทีมผู้สร้าง *****************************

โจ ดันเต้ (ผู้กำกับ)

โจ ดันเต้ ได้รับการยอมรับว่า เป็นหนึ่งในปรมาจารย์หนังสยองขวัญ โดยเขาเกิดและเติบโตในรัฐนิวเจอร์ซี่ย์ ดันเต้ สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยฟิลาเดเฟีย และเริ่มต้นอาชีพในการเป็นนักวาดรูป ก่อนที่จะเข้ามาอยู่ในวงการภาพยนตร์ เขาทำงานเป็นนักวิจารณ์ภาพยนตร์และคนตัดต่อภาพยนตร์ ก่อนที่เดินทางสู่มาในฮอลลีวู้ดและถ่ายทำหนังสั้น ซึ่งในสุดเขาก็ได้รับความสนใจจากผู้กำกับในตำนาน โรเจอร์ คอร์แมน และได้เข้ามาเป็นหนึ่งในทีมงานของเขา

ดันเต้ ได้กำกับหนังสยองขวัญเรื่องแรก Piranha (1978) ซึ่งกลายเป็นหนังสุดคัลท์และทำให้ชื่อของ โจ ดันเต้ เป็นที่รู้จักกันในแวดวงนักดูหนัง จากนั้นเขาก็ได้กำกับหนังมนุษย์หมาป่า The Howling (1981) ซึ่งประสบความสำเร็จทั้งรายรับและคำวิจารณ์ ต่อมาในปี 1983 เขาก็เป็นหนึ่งในสี่ผู้กำกับของ Twilight Zone: The Movie ร่วมกับ สตีเว่น สปีลเบิร์ก

ด้วยความชื่นชอบและถูกชะตา ทำให้ สปีลเบิร์ก รับบทเป็นผู้อำนวยการสร้าง และชักชวนให้ โจ เข้ามารับหน้าที่เป็นผู้กำกับ Gremlins (1984) รวมถึงภาคต่ออย่าง Gremlins 2: The New Batch (1990) ซึ่งกลายเป็นหนังคลาสสิคประจำทศวรรษที่ 80 และ 90

ผลงานเรื่องอื่นๆของเขาก็ยังมี

Innerspace (1987) หนังตลก/ผจญภัย ที่ได้รับรางวัลออสการ์สาขาเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม, The ‘Burbs (1989) นำแสดงโดย ทอม แฮ้งค์,? Small Soldier (1998) หนังแอ็คชั่น/ผจญภัยที่นำแสดงโดย เคิร์สเตน ดันสต์

แม็กซ์ เพนเนอร์ (ผู้ดูแลการถ่ายทำในระบบสามมิติ)

แม็กซ์ เพนเนอร์ ถือเป็นมือหนึ่งในการการถ่ายทำด้วยระบบดิจิตอลสามมิติ โดยล่าสุดเขาและบริษัทที่เขาก่อตั้ง Paradise FX เป็นผู้รับผิดชอบหนังสยองขวัญสามมิติเรื่อง My Bloody Valentine 3D โดย เพนเนอร์ มีประสบการณ์ในวงการภาพยนตร์กว่า 18 ปี โดยเริ่มทำงานในสตูดิโอของ จิม เฮนสัน และเขาก็เห็นเทรนด์หนังสามมิติที่กำลังกลับมาในปัจจุบัน

เพนเนอร์ ได้พูดถึงมันว่า “ในช่วงสามปีก่อน งานในบริษัทจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับสามมิติประมาณ 20% เมื่อสองปีก่อนมันก็เพิ่มเป็น 80% และในปัจจุบันเราก็ได้รับแต่งานสามมิติ ด้วยการที่โรงหนังสามมิติถูกสร้างเพิ่มขึ้นตลอดเวลา มันจึงมีความต้องการในเทคโนโลยีสามมิติสูง และมันก็กลายเป็นโอกาสของพวกเรา”

เจ ซี สฟิงค์ (ผู้อำนวยการสร้าง)
ผลงาน >>> The Ring, The Butterfly Effect

มาร์ค แอล สมิธ (ผู้เขียนบท)
ผลงาน >>> Vacancy, Vacancy 2: The First Cut

ธีโอ แวน เดอ ซานเด้ (ผู้กำกับภาพ)
ผลงาน >>> Cruel Intentions, Yours, Mine and Ours

จาเวียร์ นาวาร์เรต (ผู้ประพันธ์เพลง)
ผลงาน >>> Pan’s Labyrinth, Inkheart, Fireflies in the Garden