Norwegian Wood ด้วยรัก ความตาย และเธอ

Home / หนังใหม่ / Norwegian Wood ด้วยรัก ความตาย และเธอ
Norwegian Wood ด้วยรัก ความตาย และเธอ

Norwegian Wood ด้วยรัก ความตาย และเธอ

2011-02-17




จากบทประพันธ์ของ ฮารุกิ มุราคามิ ที่ตราตรึงอยู่ในใจของใครหลายคน สู่ภาพยนตร์รักโรแมนติก นำแสดงโดย เคนอิจิ มัตสึยาม่า จาก L: Change the World และ ริงโกะ คิคุจิ จาก Babel

Norwegian Wood คือเรื่องราวของความรัก ความตาย และหัวใจที่แตกสลาย สร้างจากนวนิยายของ ฮารุกิ มุราคามิ ที่ตีพิมพ์ตั้งแต่ปี 1987 และถูกแปลไปกว่า 33 ภาษาทั่วโลก ถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ครั้งแรกโดย ตรัน อานห์ ฮุง ผู้กำกับที่เคยได้รับรางวัลสิงโตทองคำจาก Cyclo และถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์จาก The Scent of Green Papaya นำแสดงโดยนักแสดงดาวรุ่ง เคนอิจิ มัตสึยาม่า (Death Note, Detroit Metal City), ริงโกะ คิคุจิ ที่เคยเข้าชิงออสการ์จาก Babel และนักแสดงหน้าใหม่ คิโกะ มิสุฮาระ

กรุงโตเกียวในยุค 60 นักศึกษารวมตัวเพื่อประท้วงการทำสงคราม ชีวิตส่วนตัวของ โทรุ วาตานาเบะ ก็อยู่ในความว้าวุ่นเช่นกัน ถึงแม้เขาจะทุ่มเทหัวใจให้กับรักแรกอย่าง นาโอโกะ ผู้หญิงที่เปี่ยมไปด้วยสเน่ห์และความคิด แต่ความสัมพันธ์ของพวกเขา เกิดจากความตายของเพื่อนสนิทเมื่อหลายปีก่อน วาตานาเบะใช้ชีวิตโดยได้มีความตายติดตามไปทุกหนทุกแห่ง จนกระทั่ง มิโดริ ผู้หญิงที่เปี่ยมไปด้วยชีวิต มีความมั่นใจในตัวเอง และเป็นเหมือนด้านสว่างของ นาโอโกะ ก้าวเข้ามาในชีวิตเขา วาตานาเบะจึงต้องเลือกระหว่างความรักในอดีตและชีวิตในอนาคต

———————————-

Norwegian Wood

เกี่ยวกับนวนิยาย

เรื่องราวที่พูดถึงความรักและการสูญเสีย วาตานาเบะ ตัวละครนำของ Norwegian Wood หันกลับไปมองชีวิตในช่วงที่เขาเป็นนักศึกษาปีหนึ่งในกรุงโตเกียว พวกเราได้เห็นการพัฒนาความสัมพันธ์ของเขากับผู้หญิงสองคนอย่าง นาโอโกะ ที่มีสเน่ห์แต่มีปัญหาภายในใจ และ มิโดริ ที่เต็มไปด้วยสีสันในชีวิต หนังสือเล่มนี้เล่าเรื่องในฉากหลังของกรุงโตเกียวยุค 60 ช่วงเวลาที่นักศึกษาญี่ปุ่นประท้วงเรื่องสงคราม อย่างไรก็ตาม มุราคามิ บอกว่า Norwegian Wood คือเรื่องราวของความรักที่บริสุทธิ์ที่สุด

มุราคามิ เขียนในหนังสือ Norwegian Wood ในการตีพิมพ์ครั้งแรกว่า ?นี่คือเรื่องราวของความรัก ผมรู้ว่าคำจำกัดความนี้ถูกใช้กันพร่ำเพรื่อ แต่ผมก็นึกถึงคำที่เหมาะสมกว่านี้ไม่ได้แล้ว”

Norwegian Wood ขายได้มากกว่า 10 ล้านเล่มเฉพาะในญี่ปุ่น ถือเป็นข้อพิสูจน์ว่ามันเป็นที่นิยมต่อนักอ่านชาวญี่ปุ่นทุกคน ในขณะที่ยังขายในต่างประเทศอีกกว่า 2.6 ล้านเล่มก็บ่งบอกถึงความเป็นสากล ในปัจจุบัน Norwegian Wood ถูกพิมพ์ขายใน 36 ประเทศทั่วโลก และถูกแปลกว่า 33 ภาษา ไม่ว่าจะเป็น อังกฤษ, ไอสแลนด์, อาราเบี้ยน, อิตาเลียน, เอสโตเนียน, เยอรมัน, คาตาลูน่า, กรีก, โครเอเชียน, สวีดิช, สเปน, เซิร์บ, เชค, เดนนิช, เตอร์กิช, นอร์วิเจี้ยน, ฮังกาเรียน, ฝรั่งเศส, ฮิบรูว์, โปลิช, โปรตุเกส, ลัตเวีย, ลิธัวเนียน, โรมันเนียน, รัสเซีย, จีน, เกาหลี, อินโดนิเซีย, เวียดนาม และ ไทย

————————————————————–

Norwegian Wood

สารจากผู้กำกับ

สำหรับผมแล้ว หัวใจของ Norwegian Wood คือเรื่องราวในชีวิตที่ทุกคนต้องเคยประสบ เช่นแรงปรารถนาที่ไม่ถูกเติมเต็มของวัยรุ่น การประท้วงที่รุนแรง ทางเลือกของชีวิตและความตาย ในหนังสือต้นฉบับนั้นทรงพลังและละเอียดอ่อน มันมีความหลากหลายทางอารมณ์ ทุกอย่างถ่ายทอดด้วยสำนวนโวหารที่งดงาม ผมเชื่อในสัญชาตญาณว่าจะสามารถดัดแปลงหนังสือเล่มนี้ให้เป็นหนังได้ และทำให้หลายคนที่ยังไม่เคยสัมผัส Norwegian Wood ได้เข้าใจถึงความงดงามของมันเป็นครั้งแรก

Norwegian Wood

Norwegian Wood

————————————————

ประวัติ ฮารูกิ มุราคามิ

ฮารูกิ มุราคามิ เป็นนักเขียนและนักแปลร่วมสมัยชาวญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงในระดับโลก ผลงานของเขาถูกนำไปแปลแล้วกว่า 33 ภาษา และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักอ่านทั่วโลก

murakami
ฮารูกิ มุราคามิ

เขาเกิดที่จังหวัดเคียวโตะ ประเทศญี่ปุ่นในปีค.ศ. 1949 แต่โตที่เมืองโกเบ พ่อและแม่ของ มุราคามิ มีอาชีพเป็นครูสอนวิชาวรรณกรรมญี่ปุ่น ชีวิตในวัยเด็กของเขานั้นได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมจากตะวันตก โดยเฉพาะด้านดนตรีและวรรณกรรม เขาเติบโตขึ้นมาด้วยการอ่านวรรณกรรมของนักเขียนตะวันตกทุกประเภท ทำให้ลักษณะงานเขียนของเขามีความแตกต่างจากนักเขียนญี่ปุ่นคนอื่นๆ โดยงานเขียนญี่ปุ่นส่วนใหญ่นั้นจะให้ความสำคัญกับความงามของภาษา ทำให้เกิดรูปแบบการเขียนที่เข้มงวดและเย็นชา แต่ในขณะที่งานเขียนของ มุราคามิ นั้นกลับมีรูปแบบที่เป็นอิสระ

มุราคามิ สำเร็จการศึกษาวิชาการละคร ภาควิชาวรรณคดี จากมหาวิทยาลัยวาเซดะในมหานครโตเกียว ซึ่งเป็นที่ที่เขาได้พบกับ โยโกะ ภรรยาของเขา หลังจากสำเร็จการศึกษา มุราคามิ ได้เปิดบาร์เล็ก ๆ ที่โตเกียวชื่อว่า ปีเตอร์ แคท (Peter Cat) โดยเล่นดนตรีแนวแจ๊สอยู่เป็นเวลา 7 ปี ซึ่งส่งผลในดนตรีได้เข้าไปมีบทบาทสำคัญในงานเขียนของ มุราคามิ

มุราคามิ เริ่มเขียนนิยายเรื่องแรก Hear the Wind Sing ในปี 1979 เมื่อเขามีอายุได้ 29 ปี โดยได้รับแรงบันดาลใจอย่างจากการบรรยากาศในการนั่งชมการแข่งขันเบสบอลรายการหนึ่ง เขาใช้เวลาเขียนนวนิยายเรื่องนี้อยู่สามเดือน โดยใช้เวลาว่างหลังจากปิดร้านในการเขียน หลังจากเขียนเสร็จเขาได้ส่งผลงานเรื่องนี้เข้าประกวดและก็ได้รับรางวัลที่หนึ่ง ความสำเร็จตั้งแต่เรื่องแรกก็กลายเป็นแรงผลักดันให้เขาเขียนหนังสือเรื่อยมา โดยในปีถัดมาเขาได้ตีพิมพ์นิยายชื่อ Pinball, 1973 และ A Wild Sheep Chase ในปี 1982 ทั้งหมดก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม นอกจากนี้ หนังสือทั้งสามเรื่องยังได้รวมตัวกันขึ้นเป็นไตรภาคที่มีชื่อว่า Trilogy of the Rat โดยมีตัวละครที่เชื่อมโยงทั้งสามเรื่องเข้าด้วยกัน

ในปี 1985 มุราคามิ ตีพิมพ์ผลงานชื่อ Hard-Boiled Wonderland and the End of the World ซึ่งเริ่มแสดงออกถึงองค์ประกอบสุดโต่งเหนือจินตนาการ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวและปรากฏแต่ในงานเขียนของเขา มุราคามิ เริ่มมาโด่งดังในระดับชาติในปี 1987 เมื่อเขาตีพิมพ์กับหนังสือเรื่องใหม่ที่ชื่อ Norwegian Wood ซึ่งมียอดจำหน่ายกว่าล้านเล่มเฉพาะในญี่ปุ่น ทำให้ มุราคามิก ลายเป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งในประเทศ

Norwegian Wood
ฉบับแปลไทยชื่อ ด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย แปลโดย นพดล เวชสวัสดิ์ แต่ถ้าปัจจุบันจะหา เป็นของ สนพ อื่นแล้วนะ

ในปี 1986 มุราคามิตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วยุโรป ก่อนที่จะไปใช้ชีวิตอยู่ที่ สหรัฐอเมริกา ระหว่างที่ มุราคามิ ใช้ชีวิตเป็นอาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยในอเมริกานั้น เขาก็มีผลงานออกมาอีกสองเรื่อง คือ Dance, Dance, Dance และ South of the Border, West of the Sun ต่อมาในปี 1994 มุราคามิ ได้ส่งผลงานชื่อ The Wind-Up Bird Chronicle ออกสู่สายตานักอ่าน และได้รับการยกย่องว่าเป็นนวนิยายเรื่องที่ดีที่สุดของเขา

ต่อมาผลงานนวนิยายขนาดสั้นชื่อ Sputnik Sweetheart ได้ถูกตีพิมพ์ในปี 1999 และผลงาน Kafka on the Shore ถูกตีพิมพ์ในปี 2002 และถูกแปลเป็นภาษาอังกฤษในปี 2005 โดยผลงานแปลเป็นภาษาอังกฤษจากผลงานเรื่องล่าสุดของเขาที่ชื่อ After Dark ก็ออกวางจำหน่ายในปี 2007 นอกจากนี้เขายังมีผลงานรวมเรื่องสั้น ที่ผสมผสานระหว่างผลงานเรื่องสั้นที่เขาเขียนในช่วงปี 80 กับผลงานเรื่องสั้นล่าสุดตีพิมพ์ภายใต้ชื่อ Blind, Willow, Sleeping Woman ก็ได้ออกวางจำหน่ายในเดือนสิงหาคม 2006 มูราคามิ ได้ตีพิมพ์ What I talk about when I talk about running ซึ่งเป็นความเรียงกึ่งบันทึก เมื่อปี 2007 โดยได้แปลเป็นภาษาอังกฤษในปี 2008 และเป็นภาษาไทยในปี 2009 ในชื่อ “เกร็ดความคิดบนก้าววิ่ง”

ฮารูกิ มุราคามิ ได้ออกผลงานนวนิยายเรื่องยาวอีกครั้งในปี 2009 ที่ชื่อ 1Q84 โดยมีแผนที่จะออกทั้งหมด 3 เล่ม โดยเล่ม 1 และเล่ม 2 ออกวางจำหน่ายฉบับภาษาญี่ปุ่นเมื่อเดือนพฤษภาคม 2009 ส่วนเล่มที่ 3 ออกจำหน่ายในเดือนเมษายน 2010 ส่วนฉบับแปลภาษาอังกฤษของ1Q84 เล่ม 1-2 นั้นมีกำหนดการวางจำหน่ายในเดือนกันยายน 2011

———————————————————-

Norwegian Wood

เจอกันที่ เฮาส์ ลิโด้ นะครับ

ประวัติ ฮารูกิ มุราคามิ
ฮารูกิ มุราคามิ เป็นนักเขียนและนักแปลร่วมสมัยชาวญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงในระดับโลก ผลงานของเขาถูกนำไปแปลแล้วกว่า 33 ภาษา และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักอ่านทั่วโลก
เขาเกิดที่จังหวัดเคียวโตะ ประเทศญี่ปุ่นในปีค.ศ. 1949 แต่โตที่เมืองโกเบ พ่อและแม่ของ มุราคามิ มีอาชีพเป็นครูสอนวิชาวรรณกรรมญี่ปุ่น ชีวิตในวัยเด็กของเขานั้นได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมจากตะวันตก โดยเฉพาะด้านดนตรีและวรรณกรรม เขาเติบโตขึ้นมาด้วยการอ่านวรรณกรรมของนักเขียนตะวันตกทุกประเภท ทำให้ลักษณะงานเขียนของเขามีความแตกต่างจากนักเขียนญี่ปุ่นคนอื่นๆ โดยงานเขียนญี่ปุ่นส่วนใหญ่นั้นจะให้ความสำคัญกับความงามของภาษา ทำให้เกิดรูปแบบการเขียนที่เข้มงวดและเย็นชา แต่ในขณะที่งานเขียนของ มุราคามิ นั้นกลับมีรูปแบบที่เป็นอิสระ

มุราคามิ สำเร็จการศึกษาวิชาการละคร ภาควิชาวรรณคดี จากมหาวิทยาลัยวาเซดะในมหานครโตเกียว ซึ่งเป็นที่ที่เขาได้พบกับ โยโกะ ภรรยาของเขา หลังจากสำเร็จการศึกษา มุราคามิ ได้เปิดบาร์เล็ก ๆ ที่โตเกียวชื่อว่า ปีเตอร์ แคท (Peter Cat) โดยเล่นดนตรีแนวแจ๊สอยู่เป็นเวลา 7 ปี ซึ่งส่งผลในดนตรีได้เข้าไปมีบทบาทสำคัญในงานเขียนของ มุราคามิ

มุราคามิ เริ่มเขียนนิยายเรื่องแรก Hear the Wind Sing ในปี 1979 เมื่อเขามีอายุได้ 29 ปี โดยได้รับแรงบันดาลใจอย่างจากการบรรยากาศในการนั่งชมการแข่งขันเบสบอลรายการหนึ่ง เขาใช้เวลาเขียนนวนิยายเรื่องนี้อยู่สามเดือน โดยใช้เวลาว่างหลังจากปิดร้านในการเขียน หลังจากเขียนเสร็จเขาได้ส่งผลงานเรื่องนี้เข้าประกวดและก็ได้รับรางวัลที่หนึ่ง ความสำเร็จตั้งแต่เรื่องแรกก็กลายเป็นแรงผลักดันให้เขาเขียนหนังสือเรื่อยมา โดยในปีถัดมาเขาได้ตีพิมพ์นิยายชื่อ Pinball, 1973 และ A Wild Sheep Chase ในปี 1982 ทั้งหมดก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม นอกจากนี้ หนังสือทั้งสามเรื่องยังได้รวมตัวกันขึ้นเป็นไตรภาคที่มีชื่อว่า Trilogy of the Rat โดยมีตัวละครที่เชื่อมโยงทั้งสามเรื่องเข้าด้วยกัน

ในปี 1985 มุราคามิ ตีพิมพ์ผลงานชื่อ Hard-Boiled Wonderland and the End of the World ซึ่งเริ่มแสดงออกถึงองค์ประกอบสุดโต่งเหนือจินตนาการ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวและปรากฏแต่ในงานเขียนของเขา มุราคามิ เริ่มมาโด่งดังในระดับชาติในปี 1987 เมื่อเขาตีพิมพ์กับหนังสือเรื่องใหม่ที่ชื่อ Norwegian Wood ซึ่งมียอดจำหน่ายกว่าล้านเล่มเฉพาะในญี่ปุ่น ทำให้ มุราคามิก ลายเป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งในประเทศ

ในปี 1986 มุราคามิตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วยุโรป ก่อนที่จะไปใช้ชีวิตอยู่ที่ สหรัฐอเมริกา ระหว่างที่ มุราคามิ ใช้ชีวิตเป็นอาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยในอเมริกานั้น เขาก็มีผลงานออกมาอีกสองเรื่อง คือ Dance, Dance, Dance และ South of the Border, West of the Sun ต่อมาในปี 1994 มุราคามิ ได้ส่งผลงานชื่อ The Wind-Up Bird Chronicle ออกสู่สายตานักอ่าน และได้รับการยกย่องว่าเป็นนวนิยายเรื่องที่ดีที่สุดของเขา

ต่อมาผลงานนวนิยายขนาดสั้นชื่อ Sputnik Sweetheart ได้ถูกตีพิมพ์ในปี 1999 และผลงาน Kafka on the Shore ถูกตีพิมพ์ในปี 2002 และถูกแปลเป็นภาษาอังกฤษในปี 2005 โดยผลงานแปลเป็นภาษาอังกฤษจากผลงานเรื่องล่าสุดของเขาที่ชื่อ After Dark ก็ออกวางจำหน่ายในปี 2007 นอกจากนี้เขายังมีผลงานรวมเรื่องสั้น ที่ผสมผสานระหว่างผลงานเรื่องสั้นที่เขาเขียนในช่วงปี 80 กับผลงานเรื่องสั้นล่าสุดตีพิมพ์ภายใต้ชื่อ Blind, Willow, Sleeping Woman ก็ได้ออกวางจำหน่ายในเดือนสิงหาคม 2006 มูราคามิ ได้ตีพิมพ์ What I talk about when I talk about running ซึ่งเป็นความเรียงกึ่งบันทึก เมื่อปี 2007 โดยได้แปลเป็นภาษาอังกฤษในปี 2008 และเป็นภาษาไทยในปี 2009 ในชื่อ “เกร็ดความคิดบนก้าววิ่ง”
ฮารูกิ มุราคามิ ได้ออกผลงานนวนิยายเรื่องยาวอีกครั้งในปี 2009 ที่ชื่อ 1Q84 โดยมีแผนที่จะออกทั้งหมด 3 เล่ม โดยเล่ม 1 และเล่ม 2 ออกวางจำหน่ายฉบับภาษาญี่ปุ่นเมื่อเดือนพฤษภาคม 2009 ส่วนเล่มที่ 3 ออกจำหน่ายในเดือนเมษายน 2010 ส่วนฉบับแปลภาษาอังกฤษของ1Q84 เล่ม 1-2 นั้นมีกำหนดการวางจำหน่ายในเดือนกันยายน 2011