127 Hours 127 ชั่วโมง

Home / หนังใหม่ / 127 Hours 127 ชั่วโมง
127 Hours

127 Hours 127 ชั่วโมง

2011-03-10




ภาพยนตร์เรื่อง 127 HOURS เป็นภาพยนตร์เรื่องใหม่ของ แดนนี่ บอยล์ ผู้กำกับที่คว้ารางวัล Academy Award? สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมเรื่อง SLUMDOG MILLIONAIRE ในปี 2008 ภาพยนตร์เรื่อง 127 HOURS คือเรื่องจริงของนักปีนเขาที่ชื่อ อารอน รัลสตัน (เจมส์ แฟรนโก) การผจญภัยสุดอัศจรรย์ เพื่อรักษาชีวิตของเขาหลังจากหินหล่นลงมาใส่แขน และทำให้เขาต้องติดอยู่อย่างโดดเดี่ยวในร่องหุบเขาที่ยูท่าห์ ตลอดช่วงการเดินทางของเขา รัลสตันหวนนึกถึงเพื่อนๆ, คนรัก (เคลเมนซ์ โพซี่), ครอบครัวและนักปีนเขาอีกทั้งสอง (แอมเบอร์ แทมบลิน และ เคต มาร่า) ที่เขาพบก่อนประสบอุบัติเหตุ

เวลาผ่านไป 5 วัน รัลสตันต้องต่อสู้กับสิ่งแวดล้อมและสิ่งไม่ดีในตัวเขา จนค้นพบในตอนท้ายว่าเขามีความกล้าหาญ และวิถีทางที่ทำให้เขาหลุดพ้นออกมาได้ด้วยวิธีการที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การหล่นลงมาจากหน้าผาความสูง 65 ฟุต และปีนเขาด้วยระยะที่มากกว่า 8 ไมล์ ก่อนที่เขาจะได้รับความช่วยเหลือในตอนท้าย

ภาพยนตร์เป็นการบอกเล่าโครงสร้างการเล่าเรื่องที่เป็นเอกลักษณ์ ภาพยนตร์เรื่อง 127 HOURS มีเนื้อหาเกี่ยวกับสัญชาตญาณและความตื่นเต้น ที่จะนำผู้ชมเข้าสู่ประสบการณ์การเดินทางที่ไม่เคยพบมาก่อน และพิสูจน์ให้เห็นถึงสิ่งที่เราทำได้เมื่อเราต้องเลือกชีวิตเราเอาไว้

———————————————–

Fox Searchlight Pictures และ Path? นำเสนอ ร่วมกับ Everest Entertainment ภาพยนตร์อำนวยการสร้างโดย Cloud Eight / Decibel Films / Darlow Smithson ภาพยนตร์เรื่อง 127 HOURS กำกับโดย แดนนี่ บอยล์ จากบทภาพยนตร์ของ แดนนี่ บอยล์ และ ไซมอน โบฟอย (SLUMDOG MILLIONAIRE) อ้างอิงจากหนังสือ Between a Rock and a Hard Place โดย อารอน รัลสตัน ภาพยนตร์อำนวยการสร้างโดย คริสเตียน โคลสัน, แดนนี่ บอยล์ และ จอห์น สมิธสัน อำนวยการสร้างบริหารโดย เบอร์นาร์ด เบลลิว, จอห์น เจ. เคลลี่, ฟรังซัวร์ อีเวอร์เนล, คาเมรอน แม็คแครกเกน, ลิซ่า มาเรีย ฟัลโคน และ เทสซ่า รอส เหล่านักแสดงนำทีมโดย เจมส์ แฟรนโก ประกอบด้วย แอมเบอร์ แทมบลิน, เคต มาร่า, เคลเมนซ์ โพซี่, เคต เบอร์ตัน และ ลิซซี่ คาแพลน มีการใช้เทคนิคด้านภาพที่สร้างสรรค์ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่หลากหลายให้แก่นักแสดงนำขึ้นมาใหม่ การสร้างภาพยนตร์ได้ใช้ตากล้องคนสำคัญทั้ง 2 คนอย่าง แอนโธนี่ ดอด แมนเทิล, B.S.C., D.F.F. (SLUMDOG MILLIONAIRE) และเอ็นริเก้ เชดิเอค (28 DAYS LATER) ผู้ออกแบบฉากและผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย สุตติรัต ลาร์ลาร์บ (SLUMDOG MILLIONAIRE) ผู้ลำดับภาพ จอน แฮร์ริส (KICK-ASS) พร้อมด้วยดนตรีจาก เอ.อาร์.ราห์มัน (SLUMDOG MILLIONAIRE)

———————————

จากผู้กำกับ สลัมด็อก มิลเลี่ยนแนร์

ในคืนวันศุกร์ของเดือนเมษายน 2003 อารอน รัลสตัน วัย 26 ปีขับรถไปยังยูท่าห์ เพื่อใช้เวลาปีนเขาในช่วงสุดสัปดาห์ที่ Canyonlands National Park อันสวยงามอย่างน่าตะลึง และอยู่ห่างไกลในยูท่าห์

6 วันต่อมา เขาปรากฏตัวขึ้นเพื่อบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการเอาชีวิตรอดภายนอกบ้านอันน่าทึ่งที่สุด และเป็นเรื่องราวที่ลืมไม่ลงเกี่ยวกับความกล้าหาญของมนุษย์ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเคราะห์กรรม

หลายคนที่ได้ยินเรื่องราวการเอาตัวรอดอย่างทรมานของรัลสตันในป่าเป็นเวลา 127 ชั่วโมง เพราะมือของเขาติดอยู่กับหินก้อนยักษ์ที่เคลื่อนหล่นลงมาไม่ได้ ต้องขาดแคลนอาหาร และขาดน้ำบริสุทธิ์ หนทางเดียวที่จะหลีกหนีได้คือ พฤติกรรมที่กล้าหาญอย่างเหลือเชื่อและน่าประหลาด:

เขาผ่านช่วงเวลาแห่งการพิจารณาที่ร้ายแรงที่สุดอย่างกระทันหันนี้ไปได้อย่างไร?
เขาพบความตั้งใจอย่างบังเอิญ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่สิ้นหวังได้อย่างไร?
เราจะทำในสิ่งที่เขาทำเพื่อการมีชีวิตต่อไปมั้ย?

นี่เป็นคำถามที่สร้างความสนใจให้แก่ทีมผู้กำกับ แดนนี่ บอยล์ ผู้อำนวยการสร้าง คริสเตียน โคลสัน และผู้เขียนบทภาพยนตร์ ไซมอน โบฟอย ผู้ที่ร่วมงานกันล่าสุดในภาพยนตร์เรื่อง SLUMDOG MILLIONAIRE เรื่องราวแห่งความรักอันสดใส ซึ่งใช้สถานที่ถ่ายทำในชุมชนแออัดของประเทศอินเดีย ที่กลายเป็นภาพยนตร์ปรากฏการณ์แห่งโลกรางวัล Academy Award แต่บอยล์เห็นบางสิ่งที่มากกว่าเรื่องราวอันทรงอิทธิพลของรัลสตัน เขาเห็นโอกาสในการหล่อหลอมประสบการณ์ภาพยนตร์ของบุคคลคนหนึ่งที่มีความโดดเด่น ที่สามารถลากผู้ชมให้จมอยู่กับการสะกดอารมณ์ในทุกวินาที — ในทุกจินตนาการ, ความฝัน, ความทรงจำ, ความโศกเศร้าและแรงบันดาลใจ ที่รัลสตันเปลี่ยนความสิ้นหวังเป็นการให้คำมั่นสัญญาที่ประทับใจและทรงอานุภาพ ในการต่อสู้ชีวิตที่ทำให้เขาทำสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้

จากช่วงแรกที่เขาได้เริ่มอ่านบันทึกประสบการณ์ที่ขายดีของ อารอน รัลสตัน ที่มีชื่อว่า Between a Rock and a Hard Place บอยล์รู้ทันทีว่าภาพยนตร์ประเภทไหนที่เขาอยากถ่ายทอดภาพยนตร์จากเรื่องราวชีวิตจริงนี้?? ภาพยนตร์ที่ต้องใช้กล้องที่จับองค์ประกอบเนื้อหา เพื่อแทรกซึมเข้าถึงการเดินทางเฉพาะตัวของตัวละครนำ เพื่อเข้าถึงเบื้องลึกแห่งชีวิตของอารอน และเข้าไปในความคิดของเขาตลอดช่วงเหตุการณ์ที่เป็นหรือตายอย่างเร่งด่วนที่สุด ในรูปแบบที่ไม่มีสื่อกลางอื่นใดสามารถทำได้

?ผมรู้ว่าผมอยากนำผู้ชมเข้าสู่หุบเขาลึกร่วมไปกับอารอน และไม่เปิดเผยพวกเขาจนกว่าเขาจะเป็นผู้บอกเอง? ผู้กำกับอธิบาย ?แน่นอนว่าผมเห็นเรื่องราวไม่ธรรมดาของการเอาชีวิตรอดภายนอกบ้าน แต่ผมว่ามันยังมีส่วนย่อยอื่นทั่วไปที่จะสร้างความประหลาดใจให้แก่ผู้คน มันไม่ใช่แค่เรื่องธรรมดาทั่วไปว่าอารอนเอารอดชีวิตมาอย่างไม่น่าเชื่อแบบนั้นได้อย่างไร มันเป็นแรงผลักดันชีวิตที่สะกิดอารอนให้มีความกล้าหาญที่เหนือกว่าอย่างน่าประหลาดโดยส่วนตัว และนั่นคือสิ่งที่เราหวังจะจับภาพมาอยู่บนจอภาพยนตร์ เป็นสิ่งที่ผูกมัดเราเข้าด้วยกัน และเมื่ออารอนที่ดูเหมือนอยู่คนเดียวในหุบเขาลึกนี้ ถูกดึงกลับสู่ความคิดเกี่ยวกับสังคม ซึ่งมีสิ่งอันทรงพลังมากเกิดขึ้น?

บอยล์กล่าวต่อ:? ?ผู้คนพูดถึงเรื่องราวอยู่บ่อยๆ ว่า ?โอ้ ไม่คิดว่าฉันจะทำอย่างนั้นได้? แต่ผมคิดว่าเราทุกคนทำอะไรก็ได้ที่เราสามารถทำได้เพื่อชีวิต มันเป็นสิ่งงดงามมากและทำให้เราก้าวเดินต่อไป เรื่องที่ผมคิดถึงสิ่งที่อารอนต้องประสบพบเจอที่หุบเขาลึกเป็นเวลานานกว่า 6 วัน คือการรับรู้ถึงคุณค่าแห่งชีวิตขึ้นมาทันที หนึ่งในหลากหลายความคิดที่เขาไม่เคยอยู่อย่างโดดเดี่ยวจริงๆ ในหุบเขาลึก โดยทางกายแล้วเขาอ้างว้างมาก แต่เขาถูกโอบล้อมด้านจิตใจจากทุกคนที่เขาเคยรู้จัก เคยรัก หรือเคยฝันถึง นั่นสร้างความแตกต่างและเราอยากได้ความรู้สึกนั้นมาสู่ในเรื่องราว?

———————-