Vanishing On 7th Street แวนิชชิ่ง จุดมนุษย์ดับ

Home / หนังใหม่ / Vanishing On 7th Street แวนิชชิ่ง จุดมนุษย์ดับ
Vanishing on 7th Street

Vanishing On 7th Street แวนิชชิ่ง จุดมนุษย์ดับ

2011-03-24




เกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับอย่างไม่รู้สาเหตุ ในเมือง ดีทรอย เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้า ก็หลงเหลือผู้คนอยู่ไม่กี่คน ท่ามกลางข้าวของเสื้อผ้า รถรา ถูกทิ้งเกลื่อนกราด? นักข่าวโทรทัศน์ ลุค ( เฮย์เดน คริสเตนเซน) ก้าวเท้าออกจากบ้าน? มาพบว่า? บรรดาอาคารใหญ่รอบๆ ตัวเขา ทั้งเมืองได้กลายเป็นเพียงสถานที่ว่างเปล่าไร้สิ้น ซึ่งสิ่งมีชีวิตใดๆ

พอล? นักฉายหนัง (ลีกุยซาโม่ ) พบตัวเองอยู่ลำพังในโรงหนังที่ครั้งหนึ่งเคยคลาคล่ำไปด้วยคนดู เช่นเดียวกับ โรสแมรี่ (แทนดี้ นิวตั้น) นักกายภาพบำบัด ออกมาสูบบุหรี่ และกลับเข้าไปพบโรงพยาบาลไร้ผู้คนไปแล้ว และ เจมส์ เด็กชายขี้หวาดกลัว (จาค็อป ลาติมอร์) เจมส์เฝ้ารอคอยให้แม่กลับมาหาอย่างจดจ่อ พวกเขาแต่ละคนต่างหาทาง หนีลงไปที่บาร์? สถานที่ซึ่ง ยังมีพลังงาน อาหารและเครื่องดื่มเก็บอยู่? ทำให้ที่นั่นกลายเป็นแหล่งที่พึ่งสุดท้ายของเมืองร้างแห่งนี้

ทุกอย่างเริ่มต้น เมื่อแสงแดดสาดส่อง เช้าวันนั้น ทุกสิ่งที่เราคุ้นเคยหายสิ้นไป ไร้สรรพเสียงของสิ่งมีชีวิตใดๆหลงเหลือในบริเวณรอบๆตัว ผู้รอดชีวิต ลุคได้พบร่องรอยกระเป๋าของคนจากเมืองอื่น อย่างชิคาโก เขาจึงค้นหาทั่วเมือง เพื่อหาพาหนะที่จะพาพวกเขาทุกคนที่ไปนั่น แต่โรสแมรี่ ผู้ที่ยังโศกเศร้าจากการสูญหายของลูก เจมส์ก็ไม่ยอมจากเมืองนี้ไปถ้าไม่มีแม่? ส่วน พอลก็บาดเจ็บเกินกว่าจะเดินทางได้ และเวลาของพวกเขาก็ดูจะลดน้อยลงทุกที เพราะความมืดกำลังคืบคลานเข้ามาอีกครั้ง ไม่มีใครรู้ว่า พวกเขากำลังเผชิญหน้ากับที่สุดของความสยดสยอง เมื่อความมืดกลับมาเยือนอีกครั้ง…..

—————————————–

Vanishing on 7th Street

จุดเด่น

-? สร้างจากภาพยนตร์สั้นที่ชนะเลิศ รางวัลจากเทศกาล Tampere Internaiton Short Film Festival ทั้งยังสร้างกระแสกล่าวขวัญอย่างมากมายผ่านโลกไซเบอร์ ได้รับการโหวตจากสื่อยุโรปให้เป็นภาพยนตร์ประจำคริสต์มาสที่น่าสนใจประจำปลายปี 2010

– การกลับมาแสดงอีกครั้งของพระเอกหนุ่มรูปหล่อ เฮย์เด็น คริสเต็นเซ่น ผู้รับบท อนาคิน สกายวอล์คเกอร์ จาก Star Wars พร้อม จอห์น ลีกุยซาโม่ จาก Moulin Gouge! และนักแสดงสาว แธนดี้ นิวตัน จาก 2012? และทีม Special Effect ที่จะมาสร้างเมืองหลอนๆ กันยกเมือง จาภาพยนตร์เรื่อง The Chronicles of Narnia

———————–

Vanishing on 7th Street

เกี่ยวกับงานสร้าง

Vanishing on7thStreet พูดถึง หนึ่งในสิ่งที่เป็นพื้นฐานของมนุษย์ทุกๆ คน และ ความหวาดกลัวที่เป็นสากลที่สุดของคนเรา? นั่นคือ? กลัวความมืด? ในช่วงเวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่วัน ตัวของความกลัวที่เพิ่มมากขึ้นทุกขณะ ได้กลายเป็นอันตราย ต่อ 4 ชีวิตที่ยังเหลือรอดอยู่? พวกเขาประจักษ์ว่า? กำลังเผชิญหน้ากับที่สุดของความกลัวที่ กำลังคุกคามความการมีอยู่ของมนุษยชาติ

อันที่จริง ตัวของความมืดเอง อาจไม่จำเป็นที่เราต้องกลัวก็ได้? พูดจาก มุมมองของผู้กำกับฯ แบรด? แอนเดอร์สัน ?แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่ในความมืดต่างหาก?? แบรด กล่าว ?เมื่อมีอะไรบางอย่าง ซ่อนตัวอยู่ในความมืด สิ่งที่เราบอกไม่ได้ว่ามันคืออะไร ชี้นิ้วไปที่สิ่งนั้น จ้องจนปวดตา? ก็ยังจนปัญญาจะบอกได้ว่ามันคืออะไร สิ่งที่เราไม่สามารถเห็นนั้นล่ะ กลายเป็นสิ่งที่มนุษย์เราหวาดกลัวมากที่สุด เพราะมันพามนุษย์เราย้อนกลับไปหาวันเวลาที่ยังอาศัยอยู่ในถ้ำ? ต้องต่อสู้กับ หมี และ เสือเขี้ยวยาว ที่รอจะขย้ำเรา? มันอาจจะเป็นความกลัวที่ฝังอยู่ในยีนพันธุกรรมของมนุษย์เราไปแล้ว?

การดึงเอาเรื่องราวคำทำนายวันอวสานโลก ตามคัมภีร์คริสตศาสนา แปรเป็นภาพของเมืองร้างในภาพยนตร์ เป็นงานของผู้เขียนบทภาพยนตร์ แอนโธนี่ จาสวินสกรี้ ที่สร้างสรรค์ จิตนาภาพโลกยุคปัจจุบันที่ปกคลุมไปด้วยบรรยากาศสยองขวัญภายใต้เงามืด ?ผมต้องการทำหนังเขย่าขวัญที่กำหนดเหตุการณ์อยู่ในบาร์เล็กๆ? สักแห่งหนึ่ง? จาสวินสกี้ กล่าว ?ผมพยายามจะนึกภาพว่า จะทำหนังเขย่าขวัญอย่างไรโดยไม่ให้มีสัตว์ประหลาด ไม่มีสิ่งเหนือธรรมชาติ แล้วไอเดียของการต้องมีชีวิตแบบไม่มีชีวิต อยู่แบบไม่มีตัวตน โดยตัวมันเองก็กลายเป็นประเด็นหลักขึ้นมาได้?

บทภาพยนตร์ ของ จาสวินสกี้ จับเอาสิ่งที่อยู่ในใจมนุษย์ บวกจินตนาการของ ผู้อำนวยการสร้าง เซลลีน รัตเทรย์ ประธานบริษัท Mandalay Vision, แห่ง Mandalay Entertainment กรุ๊ป? บริษัทผู้สร้างหนังน้องใหม่ เซลลีน กล่าวว่า ?มันเป็นบทที่ดีเยี่ยมและชาญฉลาด? เรื่องราวผสมผสาน ความเขย่าขวัญ ที่เข้าถึงคนดูกลุ่มใหญ่ และส่วนลึกหนังก็แตะต้องถึงการมีตัวตนอยู่ของมนุษย์เรา?

บทภาพยนตร์ที่ทรงพลัง และไม่เหมือนใครนี้? สร้างความประทับใจให้กับผู้อำนวยการสร้าง และนายทุน นอร์ตัน เฮอร์ริค ประธานของ Herrick Entertainment ?มันเป็นบทหนังที่กล้ามาก? เขากล่าว ?ตัวภาพยนตร์ยิ่งดีกว่าบทอีก ความไม่ธรรมดาของมัน ทำให้ทีมงานของผมทุกคน เห็นพ้องกับบทหนังเรื่องนี้เป็นเอกฉันท์ เหนืออื่นใด คือ พวกเราทุกคนที่ได้อ่าน ตกหลุมรักบทหนังเรื่องนี้กันหมด?

รัตเทรย เสนอให้ เบรด แอนเตอร์สัน ให้เข้ามากำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ เพราะความชื่นชอบที่เคยดูผลงานหนังระทึกขวัญ ฝีมือกำกับฯของ แอนเดอร์สัน มาก่อนหน้านี้ อย่างเรื่อง Session 9, Transsiberian และ The Machinist? ?เบรด เป็นชื่อแรกสุด บนรายชื่อผู้กำกับฯของเรา? เบรดเป็นผู้กำกับฯ ที่ ? ดึงคนดูเข้าไปมีส่วนร่วมในหนัง? แต่ก็ยังสร้างแก่นเรื่องที่มีความหมายลึกซึ้ง กว้างใหญ่ขึ้นไป?

สิ่งที่ผู้ชมจะได้รับจากการดูหนังย่อมแตกต่างกันไป? ในแต่ละบุคคลอยู่แล้ว? ตามที่ แอนเตอร์สัน? พูดต่อไปนี้

? สิ่งที่หนังเรื่องนี้พูดถึง มันอยู่ในประสบการณ์ที่ตัวละครแต่ละคนเข้าไปพบเจอ? นี่จึงเป็นประสบการณ์ของผู้ชมที่จะสวมวิญญาณ ตัวละคร ในช่วง? 2? ชม.ที่ไฟโรงหนังปิด พอไฟเปิดอีกที ผู้ชมก็ออกไปจากโรงหนัง? กลับไปคุยกันถึงพฤติกรรมต่างๆ ที่พวกเขาได้ทำลงไปในช่วงไฟปิดลง? แต่ระหว่างที่ดูหนัง? ผมอยากให้พวกเขาได้รู้สึกเหมือนกัน ที่เราได้รับเวลาที่ความมืดเข้ามาครอบคลุม และ รอบตัวมีเพียงแสงสว่างวอมแวมน้อยนิด? ความรู้สึกเหมือนกับเวลาเราเดินเข้าไปในห้องมืดๆ? ก่อนจะสามารถเปิดไฟได้? มันเป็นลำดับต้นๆ ของความกลัวที่มนุษย์ทุกคน หวาดกลัวแทบตาย?

———————————–