My Soul to Take 7ตายย้อนตาย

Home / หนังใหม่ / My Soul to Take 7ตายย้อนตาย
My Soul to Take 7ตายย้อนตาย

My Soul to Take 7ตายย้อนตาย

2010-11-25




ณ. เมืองริเวอร์ตันอันเงียบสงบ มีตำนานเล่าขานถึงคำสาบานของฆาตกรโหด ที่จะกลับมาเอาชีวิตของเด็ก 7 คนในค่ำคืนที่เขาถูกสังหาร อีก 16 ปีต่อมาเหตุฆาตกรรมก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง แต่ว่าครั้งนี้ฆาตกรจะเป็นหนึ่งในเด็กทั้ง 7 คน หรือว่าจะเป็นฆาตกรคนเดิมที่กลับมาจากนรกกันแน่

มีผู้ชายเพียงคนเดียวที่รู้คำตอบ อดัม “บัค” เฮลเลอร์ (แม็กซ์ เธียริอ็อต) เกิดในคืนเดียวกับที่ เอเบล พ่อของเขากลายเป็นคนเสียสติ เขาไม่เคยล่วงรู้ถึงคดีฆาตกรรมที่พ่อก่อเอาไว้ ซึ่งทำให้เขาฝันร้ายทุกคืนตั้งแต่จำความได้ แต่ถ้า บัค ต้องการช่วยเพื่อนๆ จากปีศาจที่หวนกลับคืนมา เขาก็ต้องเริ่มค้นหาและเผชิญหน้ากับความจริง ก่อนที่คำสาบานของฆาตกรโหดจะกลายเป็นจริง

————————————————————

my soul to take

ผลงานเรื่องล่าสุดของผู้กำกับ เวส คราเว่น ที่ให้กำเนิดหนังเชือดสยองในตำนานอย่าง A Nightmare on Elm Street (นิ้วเขมือบ) และ Scream (หวีดสุดขีด) โดยเขารับหน้าที่กำกับและเขียนบทเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ Wes Craven’s New Nightmare และเป็นหนังเรื่องแรกของเขาที่ถูกฉายในระบบดิจิตอล

ด้วยไอเดียที่มาจากสมองของ เวส คราเว่น เรื่องแรกนับตั้งแต่ New Nightmare และเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสามารถที่ไม่มีใครเหมือนในการปลุกปั้นเรื่องราวอันน่าสะพรึงกลัว รวมถึงการถือกำเนิดของ เดอะ ริปเปอร์ ฆาตกรสุดโหดที่อันตรายไม่แพ้ เฟรดดี้ ครูเกอร์ และ ฆาตกรหน้าผี โดยเจ้าแห่งหนังสยองขวัญคนนี้ได้บอกเราว่าสัตว์ประหลาดที่น่ากลัวที่สุดนั้นอยู่ในตัวมนุษย์ทุกคน

My Soul to Take อำนวยการสร้าง/กำกับและเขียนบทโดย เวส คราเว่น นอกจากนั้นก็ยังมีทีมงานคุณภาพ เช่นผู้กำกับภาพ เพตรา คอร์เนอร์ (The Wackness), ผู้ออกแบบงานสร้าง อดัม สต็อคเฮาเซน (Scream 4), ผู้ตัดต่อ ปีเตอร์ แม็คนัลตี้ (The Last House on the Left), ผู้แต่งเพลง มาร์โค เบลตรามี่ (The Hurt Locker) และผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย เคิร์ต แอนด์ บาร์ต (Fighting)

My Soul to Take นำแสดงโดยกลุ่มนักแสดงดาวรุ่ง แม็กซ์ เธียริอ็อต จาก Jumper และ Chloe, เอมิลี่ มีอาเด้ จาก Twelve และซีรี่ย์ Boardwalk Empire, เดนเซล วิทเทคเกอร์ จาก The Great Debaters, ซีน่า เกรย์ จาก In Good Company และ นิค ลาชาเวย์ จาก The Last Song

————————————————

My Soul to Take

-เปิดตำนานเชือดบทใหม่-

ผมชื่อ อดัม เฮลเลอร์แมน แต่ทุกคนเรียกว่า “บัค” ผมอาศัยในเมืองริเวอร์ตัน รัฐแมสซาชูเซท เมืองเล็กๆที่ขึ้นชื่อเรื่องการตกปลา ท่องเที่ยว… และเหตุฆาตกรรมต่อเนื่องโดย “ริเวอร์ตัน ริปเปอร์”

ผู้กำกับ เวส คราเว่น กลับมาสู่รากเหง้าของตัวเองกับหนังเชือดสยองที่เขาเป็นผู้ให้กำเนิดใน My Soul to Take โดยเขาได้ไอเดียจากตำนานเล่าขานที่จบด้วยโศกนาฏกรรม และภาพความรุนแรงที่ทำให้เขาสะดุ้งตื่นกลางดึก ถึงแม้ว่าจะน่ากลัวแต่เขาก็ยอมรับว่ามันทำให้ตัวเองตื่นเต้นจนต้องกลับมากำกับหนังอีกครั้ง “เป็นเวลานานมาแล้วที่ผมไม่ได้ทั้งกำกับและเขียนบทภาพยนตร์ ผมกำกับ Red Eye และหนังเรื่องอื่นๆอีกมากมายกับคนเขียนบทที่มีพรสวรรค์ แต่มันก็ไม่ได้ใกล้ชิดกับชีวิตของผมเท่ากับหนังเรื่องนี้”

ฆาตกรโหด ริเวอร์ตัน ริปเปอร์ สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจในการสร้างปีศาจร้ายที่สังหารเหยื่อให้เมืองเล็กๆใน My Soul to Take คราเว่น ตั้งคำถามกับตัวเองว่า จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคนที่ใช้ชีวิตแบบปกติธรรมดาเกิดพบอาวุธที่ฆาตกรเคยใช้ และเมื่อพบว่าอาวุธนั้นเป็นของเขา เขาก็เริ่มที่จะสืบหาถึงต้นตอและต้องตะลึงไปกับสิ่งที่ตัวเองค้นพบ”

คราเว่น ก็ได้คิดถึงไอเดียของฆาตกรที่มีสองบุคลิก ด้านหนึ่งเขาคือหัวหน้าครอบครัวที่มีจิตใจอ่อนโยน อีกด้านหนึ่งคือฆาตกรโรคจิต เขาเป็นใครบางคนที่เป็นทั้งเหยื่อและ ริเวอร์ตัน ริปเปอร์ ในร่างเดียวกัน คราเว่น อธิบายว่า “ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น แต่อีกวินาทีต่อมืดของเขาก็เปื้อนเลือด ชีวิตของผู้ชายคนนี้เหมือนการสับสวิตซ์จากอีกคนไปสู่อีกคน”

คราเว่น อธิบายต่ออีกว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าบุคลิกอันชั่วร้ายหลุดออกจากฆาตกรโหดไปยังคนอื่นในคืนที่เขาถูกสังหาร มันเป็นแรงบันดาลใจให้กับไอเดียของทารกเจ็ดคนที่เกิดในคืนที่ ริปเปอร์ ตาย “ผมคิดว่ามันคงเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ในการติดตามชีวิตของเด็กเหล่านั้น โดยเล่าเรื่องราวผ่านมุมมองของ บัค ตัวละครนำของเรื่อง”

เขารู้ว่านี่เป็นเรื่องท้าทายในการเชื่อมโยงวิญญาณของ เดอะ ริปเปอร์ กับเด็กทั้งเจ็ดที่ถูกเรียกว่า “ริเวอร์ตัน เซเว่น” ที่เกิดในค่ำคืนเกิดเหตุ คราเว่น เล่าว่า “ผมคิดว่าบทภาพยนตร์มีความซับซ้อนกว่าหนังเชือดสยองทั่วไป มันเป็นงานท้าทายในการทำให้ตัวละครมีปฏิสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของวัยรุ่นในโรงเรียนและความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว ผมต้องการเชื่อมโยงตัวละครทุกตัวภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมงที่เกิดขึ้นในหนัง”

เมื่อ ไอย่า ลาบันก้า ภรรยาของ คราเว่น ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้อำนวยการสร้างอ่านบทภาพยนตร์ เธอก็รู้ทันทีว่าเขาได้ให้กำเนิดฆาตกรโรคจิตคนใหม่ขึ้นมา ซึ่งน่ากลัวไม่แพ้ฆาตกรโรคจิตที่เขาเคยสร้างในอดีต ลาบันก้า เผยว่า “ความกลัวที่มีทรงประสิทธิภาพที่สุดเกิดขึ้นในจินตนาการของตัวเอง ฉันคิดว่า เดอะ ริปเปอร์ จะทำให้ผู้ชมกลัวในหลายระดับ ทั้งความโหดจากการกระทำภายนอกและการเล่นกับจินตนาการของคุณจากภายใน แต่เขาก็ยังมีอารมณ์ขันที่บูดเบี้ยว ซึ่งถือเป็นลายเซ็นเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใครของ เวส”

My Soul to Take

My Soul to Take ถือเป็นหนังสยองขวัญแนวจิตวิทยาเหมือนหนังเรื่องก่อนๆของ คราเว่น เมื่อผู้ชมได้รู้จักกับผู้ชายที่ชื่อ เอเบล เขาใช้ชีวิตแบบคนปกติ แต่ทันใดนั้นความชั่วร้ายก็เข้ามาครอบงำและทำให้เขามุ่งเข้าสู่วิถีทางแห่งความชั่วร้าย ซึ่งมันก็ตามล่าทุกคน เอเบล รักที่สุด

ลาบันก้า เล่าต่อว่า “นั้นคือสิ่งที่น่ากลัวเกี่ยวกับฆาตกรของพวกเรา เขามีครอบครัวที่เขายอมพลีชีวิตให้ได้ แต่เขาก็ไม่สามารถควบคุมอสูรร้ายภายในจิตใจที่ทำลายทุกคนรอบตัว เขาไม่สามารถควบคุมหรือมีส่วนร่วมในการกระทำเลย มันน่ากลัวเพราะมันสามารถเกิดขึ้นกับเราทุกคน และเกิดขึ้นในแนวทางที่ไม่สามารถควบคุมได้”

เรื่องราวที่ถูกเล่าจากมุมมองของลูกชายฆาตกรอย่าง บัค เขามีเป้าหมายในการค้นหาว่า แท้จริงแล้ว เอเบล เป็นคนที่มีจิตใจดีแต่ถูกบางอย่างเข้าสิง หรือว่าเขาจะเป็นฆาตกรโหดที่มีจิตใจวิปริตตั้งแต่แรก มากไปกว่านั้น บัค ต้องค้นหาว่าคนที่กลับมาฆ่าอีกครั้งคือ ริเวอร์ตัน ริปเปอร์ หรือว่าเป็นหนึ่งในเด็ก 7 คนที่ถูกสิงโดยวิญญาณอาฆาต… หรือว่าที่ยิ่งน่ากลัวไปกว่านั้น คือวิญญาณดวงนั้นอยู่ในตัว บัค ตั้งแต่แรก

หัวใจของตำนานเล่าขานใน My Soul to Take ถูกเล่าโดย ฌอง แบบติสท์ (รับบทโดย ดาเนีย กูริร่า) เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยที่เกิดในเฮติ ที่เป็นผู้เห็นการสังหารของ ริปเปอร์ เมื่อหลายปีก่อน โดย คราเว่น ได้อธิบายว่า “ชาวเฮติเล่าว่าการที่มนุษย์มีหลายบุคลิก เกิดจากเรามีดวงวิญญาณหลายดวงอยู่ในร่าง และถ้าเขาเกิดตายนั้นก็ไม่ใช่จุดจบ เพราะแม้ร่างกายจะสูญสลายแต่ดวงวิญญาณยังคงมีชีวิต และดวงวิญญาณของ ริปเปอร์ ก็เคลื่อนย้ายไปสิงอยู่กับร่างอื่น และเป็นจุดกำเนิดของฆาตกรต่อเนื่องคนใหม่”

การเปลี่ยนแปลงภายในจิตใจยังเป็นกุญแจหลักของเรื่อง คราเว่น เล่าว่าสิ่งที่เกิดขึ้นถูกถ่ายทอดผ่านทางตัวละครนำ “สำหรับ บัค แล้วประสบการณ์สอนให้เขารู้ว่า ความตายอาจฉุดกระชากวิญญาณดวงเก่า แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการกลับมาเกิดใหม่ มันเป็นสิ่งที่ บัค ต้องเผชิญหน้า และผมคิดว่านี่คือสิ่งที่เราทุกคนต้องเผชิญหน้า พวกเราต้องพยายามขจัดภาพลวงตา เราพบว่าหลายสิ่งที่เกิดขึ้นคือเรื่องลวง เราต้องพยายามกอบกู้สิ่งที่ยังหลงเหลือให้ได้มากที่สุด”

————————