5 ภาพยนตร์ที่มีเอนด์เครดิตสุดอาร์ต

Home / mashable / 5 ภาพยนตร์ที่มีเอนด์เครดิตสุดอาร์ต
Blue Valentine Ferris Bueller S Day Off Inland Empire Legend Of The Drunken Master Wall-E

original by Rachel Leyco

หลังจากที่ภาพยนตร์จบลง หลายครั้งผู้ชมจะได้เห็นเอนด์เครดิตที่น่าสนใจ เอนด์เครดิตบางเรื่องเผยให้เห็นความเชื่อมโยงไปยังภาพยนตร์เรื่องอื่น ๆ บางเรื่องเผยให้เห็นฉากสุดท้ายจากเนื้อเรื่องหลัก บางเรื่องก็เผยให้เห็นเบื้องหลังการถ่ายทำสุดฮา และ 5 ภาพยนตร์ต่อไปนี้เป็นภาพยนตร์ที่มีเอนด์เครดิตที่น่าสนใจ ซึ่ง Cinefix ได้รวบรวมมาให้ดูกันแล้ว

5. Inland Empire (2006)

กำกับภาพยนตร์โดย เดวิด ลินช์ (David Lynch)

ว่าด้วยเรื่องราวของ นิกกี เกรซ นักแสดงสาวที่ได้รับมอบหมายให้สวมบทบาท ซูซาน บลู ตัวเอกจากภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง ซึ่งในเวลาต่อมาเธอรู้มาจากผู้กำกับว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่เคยถ่ายทำได้สำเร็จมาก่อน เนื่องจากเกิดโศกนาฏกรรมบางอย่าง ขณะเดียวกันการเตรียมตัวสำหรับบท ซูซาน บลู นี้ได้ทำให้เธอเริ่มสับสนแล้วว่าเรื่องไหนคือความจริง และเรื่องไหนคือบทบาทที่เธอต้องแสดงออกมา เอนด์เครดิตเผยให้เห็นฉากในสถานที่หนึ่งที่ค่อย ๆ เผยตัวละครทีละตัว ก่อนที่ส่วนใหญ่จะออกไปเต้นกันอย่างสนุกสนานกลางห้อง


4. Wall-E (2008)

กำกับภาพยนตร์โดย แอนดรูว์ สแตนตัน (Andrew Stanton)

ว่าด้วยเรื่องราวของ วอล อี หุ่นยนต์ตัวสุดท้ายที่ถูกทิ้งให้อยู่บนโลกที่เต็มไปด้วยขยะ มันทำหน้าที่ในการจัดการขยะตามหน้าที่ที่ได้ถูกโปรแกรมไว้ วันหนึ่ง อีฟ หุ่นยนต์สาวสุดไฮเทคได้เดินทางมายังโลก เพื่อตรวจสอบว่ามนุษย์สามารถกลับมาอาศัยอยู่บนโลกได้อีกครั้งหรือไม่ หุ่นยนต์ทั้งสองตัวได้พบเจอกันและเริ่มต้นความสัมพันธ์ในแบบฉบับของหุ่นยนต์ ทว่าอีฟกลับถูกเรียกตัวกลับไป ทำให้วอล อี ตัดสินใจออกผจญภัยตามหาเธอ เอนด์เครดิตของภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องนี้เผยให้เห็นการสร้างอารยธรรมใหม่ของมนุษย์บนโลกขึ้นมาอีกครั้ง


3. Ferris Bueller’s Day Off (1986)

กำกับภาพยนตร์โดย จอห์น ฮิวจ์ส (John Hughes)

ว่าด้วยเรื่องราวของเด็กหนุ่มไฮสคูลสุดฉลาด กำลังวางแผนจะโดดเรียนด้วยการแกล้งทำเป็นป่วย ไม่รู้ว่าอาจารย์ใหญ่จะคิดอย่างไร แต่หนึ่งวันที่โดดเรียนนี้ได้ให้อะไรกับเด็กหนุ่มคนนี้มากมายทีเดียว เอนด์เครดิตเป็นฉากที่นักแสดงนักแสดงนำออกมาถามกับผู้ชมว่ายังนั่งดูกันอยู่หรือ มันจบแล้ว กลับบ้านไป ซึ่งเอนด์เครดิตของภาพยนตร์เรื่องนี้ ซูเปอร์ฮีโร่ในชุดสแปนเด็กซ์สีแดงอย่าง เดดพูล ได้หยิบมุกนี้มาใช้ในตอนท้ายเอนด์เครดิตใน Deadpool (2016) อีกด้วย


2. Legend of the Drunken Master (1994)

กำกับภาพยนตร์โดย หลิว เจียเหลียง (Chia-Liang Liu)

ว่าด้วยเรื่องราวของ หวงเฟยหง ลูกชายของอาจารย์หวง เจ้าของร้านขายยาเป่าจือหลิน ได้ฝึกวิชาหมัดเมาอันโด่งดัง และได้ใช้วิชากังฟูประลองกับชาวต่างชาติจนสามารถเอาชนะได้สำเร็จ เอนด์เครดิตเป็นการตัดฉากที่ เฉินหลง (Jackie Chan) ได้เล่นจริงแสดงจริงและเสี่ยงอันตราย พร้อมซีนหลุดฮา ๆ หลังฉากรวมมาให้ชมกัน


1. Blue Valentine (2010)

กำกับภาพยนตร์โดย เดเร็ก เซียนฟรานซ์ (Derek Cianfrance)

ว่าด้วยเรื่องราวความสัมพันธ์ของคู่แต่งงานคู่หนึ่งที่แรกเริ่มนั้นหวานจับจิตจับใจ แต่เมื่อเวลาผ่านนานเลยไป ความรักก็ค่อย ๆ จืดจางตามกาลเวลา แต่ภาพความรักในอดีตก็ยังแล่นขึ้นมาให้ได้เห็นถึงความรักของคนทั้งสองในช่วงเวลาที่ต่างกัน เอนด์เครดิตเผยให้เห็นดอกไม้ไฟที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ายามราตรี เมื่อระเบิดออกก็กลายเป็นภาพความใกล้ชิดของคนสองคนที่ยังหวานชื่นกันอยู่

ดูบทความต้นฉบับ : These top movie end credits are pure artistry