npsbmyduad

Home / ดูหนังฟรี / npsbmyduad

ก.วัฒนธรรม โดยสำนักภาพยนตร์ฯ จำกัดโรงฉายฉากรุนแรง-เพศสัมพันธ์ นักวิชาการหนุนรัฐ-คนทำหนังร่วมจัดเรตติ้ง แนะทำยุทธศาสตร์สื่อระดับชาติ มากกว่าใช้มาตรการควบคุมด้วยกฎหมาย

วันนี้ (31 พ.ค.) สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ(สวช.) จัดประชุมแนวทางปฏิบัติของนายทะ เบียนประจำจังหวัดเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติทางปกครองและอาญาตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 หัว หน้าสำนักงานจังหวัด 75 จังหวัดเข้าร่วม โดย นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.) เป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว ทั้งได้เสนอร่างประกาศแต่งตั้งนายทะเบียน เพื่อทำหน้าที่ตรวจและอนุญาตออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงภาพยนตร์ ร้านวีดีทัศน์ และออกใบอนุญาตการประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์ และต่อใบอนุญาตประกอบกิจการดังกล่าว รวมทั้งมีอำนาจเพิกถอนใบอนุญาต หากผู้ประกอบกิจการกระทำความผิด 

ปลัดวธ. กล่าวอีกว่า นายทะเบียนแบ่งออก 2 ส่วน ซึ่งส่วนกลางกรุงเทพที่สวช. และนายทะเบียนประจำจังหวัด ที่แต่เดิมเป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด จะให้วัฒนธรรมจังหวัดทำหน้าที่แทน เพื่อเกิดความสะดวกและคล่องตัวในการทำงาน อย่างไรก็ตามการจะแต่งตั้งนายทะเบียนตามที่เสนอได้หรือไม่ จะต้องได้รับการพิจารณาเห็นชอบจากรมว.วัฒนธรรมก่อนในวันที่ 2 มิ.ย. นี้ สำหรับการจัดเรตติ้งภาพยนตร์ที่ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีชมฉากการมีเพศสัมพันธ์ อาชญากรรม ยาเสพติดนั้น มีหลายฝ่ายเห็นว่าเรื่องดังกล่าวจะเป็นการจำกัดการสร้างภาพยนตร์เกินไป ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป

เรื่องนี้ขอให้ทางผู้ประกอบการไม่ต้องกังวล เพราะการพิจารณาการจัดเรตติ้งภาพยนตร์มีคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์จากภาครัฐและเอกชนร่วมพิจารณา ที่แต่ละเรื่องน่าจะมีเกณฑ์ที่เหมาะสม และคงจะไม่ได้ห้ามการสร้างหนังทั้งหมด ปลัดวธ. กล่าว

ด้าน น.ส.อมรรัตน์ เทพกำปนาท ผอ.สำนักภาพยนตร์และวีดิทัศน์ กล่าวว่า  ผู้สร้างสามารถสร้างภาพยนตร์ประเภทดังกล่าวได้ ขณะเดียวกันจะต้องจัดเรตภาพยนตร์ของตนก่อนที่จะส่งให้คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์ฯ พิจารณาเนื้อหาและภาพอีกครั้ง ตรงตามเรตที่ผู้ประกอบการกำหนดมาหรือไม่ หากพบว่าเป็นภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาและภาพที่รุนแรง ก็จะต้องขยับเรตไปอีกระดับหนึ่ง เช่น ยิงกันเลือดสาด ตัดคอเสพยา ข่มขืนรุนแรง เด็กอายุต่ำกว่า 20 ห้ามชม ต้องจำกัดวัยผู้เข้าชม จำกัดโรงภาพยนตร์ โดยผู้เข้าชมควรมีวิจารณญาณในการชม และต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชนก่อนเข้าชมด้วย อย่างไรก็ตามหากพบว่าโรงภาพยนตร์ใดฝ่าฝืนกระทำความผิด ก็ถูกลงโทษตามกฎหมายอาญา

ด้าน ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันรามจิตติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ที่ผ่านมานักวิชาการได้เสนอเกี่ยวกับการจัดเรตของภาพยนตร์ หากมีเนื้อหาเสี่ยงที่ล่อแหลมไปในเรตโป๊ ก็ควรจำกัดที่จำหน่ายให้เฉพาะผู้ใหญ่เท่านั้นเหมือนในต่างประเทศ อย่างไรก็ตามเรื่องการจัดเรตภาพยนตร์ คนทำหนังต้องตระหนักด้วยว่านี่เป็นการสร้างกติกาในสังคม เพื่อสร้างสรรค์สังคมที่ดี ไม่ใช่เป็นการไปล้มธุรกิจของผู้ประกอบการสื่อ แต่จะทำให้สื่อสาธารณะมีสาระประ โยชน์ต่อผู้ชม โดยเฉพาะการกำจัดสื่อร้ายที่จะเข้าถึงเด็กและเยาวชน

ภาครัฐซึ่งมีวธ. เป็นผู้รับผิดชอบตามกฎหมายควรคำนึง 3 ประเด็นคือ
1. ต้องยอมรับว่ากติกาของสังคม เนื่องจากปัจจุบันสังคมไทยได้รับพิษภัยจากเทคโนโลยีการสื่อสารและความเปลี่ยนแปลงทางสังคม ระบบทุนนิยมที่สร้างผลเสียในด้านการบริโภคนิยมสูง ขณะที่ต่างประเทศมีการกำหนดกติกาเกี่ยวกับการควบคุมสื่อร้าย และสนับสนุนสื่อดี
2. ภาครัฐต้องเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนรวมถึงผู้ประกอบธุรกิจบันเทิงเข้ามามีส่วนร่วมระดมความคิดในการจัดเรตติ้งบนพื้นฐานของเหตุผลอุดมคติที่ดี เพราะการจัดเรตติ้งจะพังหรือรอดอยู่ที่จุดนี้ และ
3. ภาครัฐต้องวางระบบการสนับสนุนผลิตสื่อภาพยนตร์ดีๆ ออกมาด้วย ดร.อมรวิชช์ กล่าว

ผอ. สถาบันรามจิตติ กล่าวอีกว่า การจำกัดพื้นที่ฉายภาพยนตร์เนื้อหาเรื่องเพศและความรุนแรงออกไป จะทำให้พื้นที่บริโภคสื่อว่างลง คนที่ชอบชมภาพยนตร์เกิดอาการน่าเบื่อ ดังนั้นรัฐควรมีกองทุนสนับสนุนผู้ผลิตภาพยนตร์สื่อดีๆ เพื่อครอบครัว เด็กและเยาวชนออกมา อีกทั้งภาครัฐและผู้ผลิตไม่ควรมาทะเลาะกันเรื่องการจัดเรตติ้งหนัง แต่ต้องคิดเรื่องการสร้างกติกาของการควบคุมและดูแลสื่อเพื่อสังคมมากกว่า สิ่งสำคัญคือรัฐต้องคิดเรื่องการวางแผนยุทธศาสตร์สื่อระดับชาติ ให้เป็นนโยบายหลักทุกรัฐบาล

ในต่างประเทศอย่างสหรัฐอเมริกา แม้ว่าจะปล่อยให้มีการดำเนินธุรกิจภาพยนตร์อย่างเสรี แต่ก็มีการสนับสนุนผู้ประกอบการที่ทำหนังออกมาอย่างมีคุณภาพ และเป็นที่นิยม เช่น วอลดีสนีย์ สามารถทำหนังดีๆ ออกมาได้ โดยไม่ต้องมีจุดขายเรื่องเซ็กซ์และความรุนแรง เป็นต้น แต่ในเมืองไทยยังไม่มีศักยภาพที่จะทำตรงนี้ได้ เพราะฉะ นั้นภาครัฐควรให้การสนับสนุนคนรุ่นใหม่ด้วย ผอ.สถาบันรามจิตติ กล่าว

ที่มา หนังสือพิมพ์ สยามรัฐ