กูรู้ vs กูรู #007 ทำไมราคาตั๋วหนังบางเรื่อง จึงแพงกว่าปรกติ

Home / กูรู้ vs กูรู / กูรู้ vs กูรู #007 ทำไมราคาตั๋วหนังบางเรื่อง จึงแพงกว่าปรกติ

สวัสดีครับ พบกันอีกครั้งกับ กูรู้ vs กูรู คอลัมน์ตอบคำถามเกี่ยวกับวงการภาพยนตร์ ครั้งนี้ต้องออกตัวนะครับว่า ผมต้องขอโทษ ที่ผมได้ตอบคำถามในครั้งนี้ช้า เอาละครับอย่าได้เสียเวลากันเลยดีกว่า เรามาเริ่มคำถามแรกกันเลยนะครับ

.

1. ทำไมระยะเวลาในการดูหนังในแต่ละรอบไม่เท่ากัน จริงหรือเปล่าที่เขาว่าช่วงวันท้ายๆมีการตัดหนังออกให้สั้นลง สงสัยมานานแล้ว (ถามโดย คุณ kittythu)

reel film

Filmotopia ตอบ : หนังแต่ละรอบ (ไม่นับการฉายหนังตัวอย่างและโฆษณา ) โดยทั่วๆไปแล้วต้องเท่ากัน เพราะถ้ามีการตัดหนังให้สั้นลง ทางโรงต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพยนตร์ ซึ่งเจ้าของภาพยนตร์ส่วนใหญ่จะไม่อนุญาตให้ตัดหนังแน่ๆ แต่อาจมีกรณียกเว้นในหนังบางเรื่องที่เจ้าของหนังอาจมี? Trick นิดหน่อย คือ เมื่อเวลาส่งเซ็นเซอร์เขาอาจตัดบางฉากบางตอนออกไป แต่พอผ่านเซ็นเซอร์แล้วก็เอาฉากเหล่านั้นมาใส่ใหม่ และส่งไปฉายตามโรง เป็นการลักไก่เจ้าหน้าที่เซ็นเซอร์ ซึ่งคงไม่ได้ออกตรวจทุกครั้งทุกโรง แต่พอฉายไปได้สักระยะ เจ้าของหนังก็อาจจัดการเอาฉากเหล่านั้นออกไป จึงทำให้ความยาวหนังเรื่องนั้นสั้นลงตามที่คุณได้ยินมา หนังแบบนี้มักจะเป็นหนังที่มีฉากโป๊เปลือยมากๆ แต่ถ้าเป็นหนังปรกติทั่วไป ไม่น่าจะมีการตัดให้สั้นลงแน่นอนครับ

.

2. ทำไมตั๋วหนังบางเรื่อง แพงกว่าปรกติ (ถามโดย คุณ min_ty )


ตั๋วหนัง

Filmotopia ตอบ : การกำหนดราคาตั๋วหนังนั้นเป็นการกำหนดโดยเจ้าของโรงหนังเป็นหลัก และ ไม่มีระเบียบทางราชการใดๆมาควบคุมการกำหนดราคา โรงหนังจะกำหนดราคาตั๋วที่ Location ใด หรือเรื่องใด ราคาเท่าไหร่ก็ทำได้โดยไม่ผิดกฎหมาย อันนี้จะเห็นได้จากโรงหนังที่ Location กลางเมืองจะขายตั๋วแพงกว่า Location ชานเมือง และ ในโรงหนังที่เดียวกันก็จะมีที่นั่งพิเศษรูปแบบต่างๆ ราคาแพงกว่าที่นั่งปรกติ (เช่นที่นั่งเบาะกว้างกว่า, นั่งสบายกว่า, นุ่มกว่า, แถวหลังๆ ไม่ใกล้จอมากนัก หรือเป็นการส่วนตัวกว่า) ซึ่งการกำหนดราคาเหล่านี้ เมื่อไม่มีกฎหมายควบคุม ทางโรงก็กำหนดได้ตามใจชอบ

ส่วนที่ตั๋วหนังบางเรื่องราคาแพงกว่าปรกติ อันนี้อาจมาจากหลายเหตุผล เช่น ถ้าหนังเรื่องนั้นระยะเวลาการฉายยาวกว่าทั่วๆไป คือ หนังทั่วๆไปจะยาว 90 นาที ทางโรงก็จะฉาย 1 วันได้ 6 รอบ แต่ถ้าหนังบางเรื่องยาว 120 ? 140 นาที รอบฉายก็จะฉายได้แค่ 4-5 รอบ ซึ่งก็อาจเป็นเหตุผลที่ทางโรงขาดรายได้เขาก็เลยขึ้นราคา หรือ อาจเป็นเพราะทางเจ้าของหนังเห็นว่าหนังของตัวเองลงทุนสูง จึงขอส่วนแบ่งจากโรงมากกว่าปรกติ

เช่น จากเดิม ที่โรง : เจ้าของหนังแบ่งกัน 50:50
ไปเป็น โรง : เจ้าของหนัง? 45:55

ซึ่งก็จะทำให้โรงมีรายได้ต่อที่นั่งน้อยลง โรงจึงใช้เป็นเหตุผลในการขึ้นราคาได้ ซึ่งจริงๆแล้วการที่โรงหนังบางโรงกำหนดราคาตั๋วแพงกว่าปรกติ ทางออกทางเดียวก็คือ คนดูอย่าไปดูหนังโรงนั้น ไปเลือกดูโรงอื่นที่ไม่ขึ้นราคา เพราะตรงนี้ถ้าขึ้นราคาแล้วไม่มีคนดู เดี๋ยวโรงหนังก็จะเปลี่ยนใจเองหละครับ

หรือมีอีกทางในการดูหนังแบบประหยัด สบายกระเป๋า ก็คือ คอยติดตามว่า หนังแต่ละเรื่อง มีโปรโมชั่นอะไรบ้าง มีส่วนลดอะไร ถ้าซื้อตั๋วล่วงหน้าได้ของแถม หรือส่วนลดอะไรบ้าง ซึ่งวิธีนี้ขอแนะนำเลยครับ หากหนังเรื่องไหนคุณตั้งใจจะดูในโรงแน่ๆ และเรื่องนั้นมีโปรโมชั่นขายตั๋วล่วงหน้า ก็ซื้อไปเลย เพราะ ลด-แลก-แจก-แถม อีกเยอะ และอีกทางเลือกที่แนะนำคือ ดูหนังวันพุธ (ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของสัปดาห์ ก่อนที่หนังจะเข้าใหม่วันพฤหัส ซึ่งดีกว่าปล่อยโรงให้ว่างเสียเปล่าๆ) เพราะช่วงนี้ ทางโรงเมเจอร์และเอสเอฟ มีโปรโมชั่น ดูหนังวันพุธ ราคาเพียง 60บาท เท่านี้ก็ขึ้นอยู่กับว่า จะอดใจรอไหวหรือเปล่า หรือมันเป็นวันหยุดของคุณ สะดวกคุณรึเปล่า ก็เท่านั้นเอง

.

3. ทำไมหนังที่ทำเงินมักไม่ได้รางวัล แต่หนังที่ได้รางวัลมักไม่ทำเงิน (ถาม โดย คุณ aoyza)

โปสเตอร์หนังไทย
หนังรางวัลที่ไม่มีโอกาสได้ตังค์เยอะๆ, หนังดีที่ไม่ได้ตังค์ และ หนังได้ตังค์ที่คนตำหนิกันเยอะแยะ

Filmotopia ตอบ : คำถามนี้เป็นคำถามที่ได้ยินบ่อยมากๆ และก็เป็นเรื่องที่ตัวผมคิดว่า ถ้าจะเอาให้เข้าใจง่ายๆก็คงให้ลองคิดดูว่า ทำไมคนหมู่มากในโลกยังนิยมบริโภคน้ำอัดลม หรือ Fast Food, Burger, ไก่ทอด ทั้งๆที่รู้ว่าไม่มีประโยชน์ แต่มีเพียงคนส่วนน้อยที่ชื่นชอบการกินอาหาร Macrobiotic อาหารชีวจิตที่ทุกๆคนรู้ว่ามันดีต่อสุขภาพ? คำตอบที่ได้ก็คงเป็นเพราะ น้ำอัดลม, Fast Food ต่างๆกินแล้วมันถูกปาก มันอร่อยคนจึงชอบกินกัน แม้จะรู้ว่าไม่มีประโยชน์ ก็เหมือนกับหนังที่ทำเงินก็เพราะมันดูสนุกแต่อาจไม่มีองค์ประกอบด้านภาพยนตร์ที่ดี? ขณะที่ อาหารพวกชีวจิต มันไม่อร่อยคนจึงไม่ชอบกิน ทั้งๆที่รู้ว่ามีประโยชน์ต่อร่างกาย เหมือนหนังที่มีองค์ประกอบภาพยนตร์ที่ดีมากๆแต่ดูไม่สนุกคนก็ไม่ชอบดู แต่ก็มีหนังบางเรื่องที่ทั้งสนุก และ มีคุณค่า มีองค์ประกอบด้านภาพยนตร์ที่ดี หนังประเภทนี้ก็จะได้ทั้งเงินและรางวัล ซึ่งจริงๆ หนังที่จะมีคุณสมบัติแบบนี้ก็มีนะแต่หายากอยู่เช่น Titanic หรือ น้ำพุ

โดยสรุปหนังที่ทำเงิน คือ หนังที่สนุกถูกใจคนหมู่มาก , หนังที่ได้รางวัล คือ หนังที่มีองค์ประกอบภาพยนตร์ที่ดีในความเห็นของกรรมการ ซึ่งรสนิยมของคนหมู่มากมักจะไม่ตรงกับมาตรฐานที่เหล่าคณะกรรมการตั้งไว้หน่ะครับ เลยทำให้หนังทำเงินมักไม่ได้รางวัล ยกเว้นหนังที่จะได้ทั้ง เงิน และ รางวัล ต้องเป็นหนังสนุกที่มีองค์ประกอบภาพยนตร์ที่ดีจริงๆ

——————————————-