ถอดบทสัมภาษณ์ เป็นเอก รัตนเรือง จากรายการ ‘ตอบโจทย์’ ทางช่อง ไทยพีบีเอส

Home / ข่าวหนัง, หนังไทย / ถอดบทสัมภาษณ์ เป็นเอก รัตนเรือง จากรายการ ‘ตอบโจทย์’ ทางช่อง ไทยพีบีเอส

ตอบโจทย์ : ผู้กำกับหนัง…มองน้ำท่วม (ไทยพีบีเอส 16 พ.ย. 54) ผลกระทบกับคนในวงการธุรกิจบันเทิง และคำบ่นในฐานะประชาชน

คุณ ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา สนทนากับคุณเป็นเอก รัตนเรือง ผู้กำกับภาพยนตร์ (กำลังมีผลงานกำกับ ฝนตกขึ้นฟ้า) ถึงเรื่องวิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้ ในมุมมองของคนทำภาพยนตร์ และผลกระทบกับคนในวงการธุรกิจบันเทิง และในแง่ประชาชน

เป็นเอก ภิญโญ

ถอดบทสัมภาษณ์ เป็นเอก รัตนเรือง “ประเทศนี้แก้ไขวิกฤตได้ด้วยมิวสิค วิดีโอ”
by Freeclub Bulceerf on Friday, November 18, 2011 at 1:01am

–หมายเหตุ : บทสัมภาษณ์นี้ถอดมาจากเทปสัมภาษณ์รายการตอบโจทย์เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2554 จากรายการตอบโจทย์ ช่อง ThaiPBS โดยคุณภิญโญ ไตรสุริยธรรมา–

ภิญโญ : พี่ต้อมครับ ติดตามข่าวสารบ้านเมืองแล้ว ดูข่าวเหตุการณ์เรื่องน้ำท่วม มันเหมือนกับภาพยนตร์เรื่องไหนครับ เหมือนคำพิพากษามหาสมุทร เหมือนเรื่องตลก 69 หรือฝันบ้าคาราโอเกะครับ ประเทศไทยตอนนี้ ?

เป็นเอก : (หัวเราะ) ผมว่าเป็นฝัน บ้า คาราโอเกะ มันเหมือนมันเริ่มจากอะไรแบบเล็กๆ ที่เราไม่ได้สังเกตมัน มารู้ตัวอีกที เงยหน้าขึ้นมาอีกที มันกลายเป็นเรื่อง .. ใหญ่มาก และทีนี้มันด้วยสื่อด้วยอะไรด้วย มันก็ไม่ยอมหยุดพักให้เรากลับไปทวนในไอ้จุดแรก เราต้องถามมันไปเรื่อยๆๆ โดยที่ไม่รู้ว่าไม่เข้าใจมันจริงๆ แต่ตอนนี้เหตุการณ์มันผ่านไอ้เรื่องน้ำท่วมซัก 1 เดือนแล้วใช่ป่ะ ตอนนี้ก็เลยตัดสินใจว่า วันนี้หยุดตามแผล่บนึง ว่าจะถอยกลับไปดูว่ามันเริ่มยังไง

ภิญโญ : 1 เดือนที่ผ่านมา พี่ต้อมหงุดหงิดเรื่องอะไรมาที่สุด ?

เป็นเอก : ผม..ผมไม่ . ผมอาจจะไม่ค่อยเหมือนคนอื่นที่ว่า โอเค ก็คือ เป็นคนนึงที่ตอนนี้รอน้ำท่วมให้มาอยู่ ยังไม่มาซักที

ภิญโญ : บ้านตัวเองยังไม่ท่วม สุขุมวิท 31 บ้านเดียวกับอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ..

เป็นเอก : (ตอบทันที) คนละบ้านครับ ซอยเดียวกัน (หัวเราะทั้งคู่) เดี๋ยวคนจะเอาอะไรมาปาใส่บ้านผม (หัวเราะ) คนละบ้านครับ แต่ซอยเดียวกัน แต่ว่า คือเราน้ำมันไม่ท่วม ก็รออยู่ ก็เนี้ย ตอนนี้มีบู๊ท มีเรือ เอ่อ และก็ยังไม่ได้หงุดหงิดกับอะไรจริงๆซักที เพราะว่า มันก็มีผลกระทบกับชีวิตนิดหน่อย เช่น หนังจะต้องเข้า เมื่อวันที่ 3 ตอนนี้ก็เลื่อนไปเป็นวันที่ 24 แต่ของพวกนี้มันไม่ได้มีเหตุผลอะไรกับเรามากเท่าไหร่ และก็งานที่ต้องทำตรงนั้นตรงนี้ ก็โดนเลื่อนไป ตอนนี้บางทีก็รู้สึกว่าดีเหมือนกันได้อยู่บ้านอ่านหนังสือ ฟังเพลง ไอ้ความวุ่นวายที่มันอยู่ในชีวิตมันหายไปเลย และว่า กลายเป็นคนว่างมากเลย

ภิญโญ : คือตัวเองไม่หงุดหงิดไม่ได้มีปัญหากับชีวิต พออยู่ได้ดีพอสมควร แต่ดูข่าวสารบ้านเมือง ดูโทรทัศน์ ดูเหตุการณ์สำคัญ ฟังการให้สัมภาษณ์ของนักการเมือง พี่ต้อมรำคาญอะไรบ้างครับ ?

เป็นเอก : ผมรำคาญนักการเมืองเป็นนิจศีลอยู่แล้ว หมายถึงว่าผมไม่ได้รำคาญเค้าตอนเรื่องน้ำท่วมไง คือผมก็รำคาญเค้า เพราะเราก็ไม่เคยเข้าใจเค้า ตรรกะเค้า อะไรของเค้า คือไอ้เรื่องหงุดหงิดเวลาเค้าพูดจากันในสถา หรือมาให้สัมภาษณ์ด่ากัน โยนขี้กันไปกันมาอะไรงี้ ไอ้นี่เราหงุดหงิด แต่มันก็คล้ายๆกับเราเปิดไปแล้วเจอละครที่ไม่ชอบ

ภิญโญ : แต่เราก็ทนดูไป ?

เป็นเอก : เปล่า เราก็ปิด เราก็ไม่ดู เราก็ไม่ต้องดู แล้วจะว่าไปพวกอย่างไอ้ความหงุดหงิดนักการเมืองเนี้ยมันแก้ยาก เพราะเราเติบโตมากับมัน มันเป็นเชื้อโรคของสังคมนี้มาตั้งแต่เราเกิดแล้วไง เราก็อายุจะ 50 อยู่แล้ว เราก็มีภูมิต้านทานกับมัน

ภิญโญ : ขำไหมครับ เวลาเห็นนักการเมืองออกมาให้สัมภาษณ์ เห็นเวลาตัดสินใจ เวลาพูดจากันออกทีวี มันมีความตลก 69 อยู่ในนั้นไหมครับ ?

เป็นเอก : ขำครับ

ภิญโญ : อะไรคือความตลก ยกตัวอย่างให้ฟังได้ไหมครับ ?

เป็นเอก : ที่บอกมีคนเอาจระเข้มาปล่อย เพื่อจะทำลายล้าง อะไรอย่างเงี้ย เราว่า อุ้ย ! กะให้กูเชื่อใช่ไหม หรือว่า ไอ้การเล่นคำประเภทว่า ขอเครื่องสูบน้ำไป แต่ไม่ได้รับ ทางนี้ก็บอกว่า คุณไปให้ข่าวยังงั้นได้ยังไง ว่าเครื่องขอเครื่องสูบน้ำมา แล้วไม่ได้รับการตอบสนอง ฝั่งที่โดนกล่าวหาก็บอกว่า ผมไม่ได้ใช้คำว่า ?ไม่ได้รับการตอบสนอง? ผมใช้คำว่า ?รออยู่? จริงไหมครับผมใช้คำว่า ?รออยู่? คือ กี่ขวบกันวะเนี้ย 8ขวบ หรือ 12 ขวบ คือสรุปที่มันขำคือมันขำว่า เป็นเรื่องของโวหารไปหมด แล้วมันไม่ได้เป็นเรื่องของการกระทำจริงๆ ผมเชื่อนพว่าเขารู้กันอยู่เวลาเค้าพูดจากันแบบนี้ เค้าก็รู้อยู่ว่า จริงๆ เข้าไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นจริงๆ แต่ว่าอันนี้เป็นการแบบ คล้ายๆโชว์ เป็นการโชว์น่ะครับ

ภิญโญ : แล้วเค้าคิดว่า พูดจาแบบนี้ ตีโวหารแบบนี้ ประชาชนจะเชื่อ ? ในฐานะผู้กำกับภาพยนตร์ เวลาเนี้ย ภาพยนตร์เป็นนี้เนี้ย คนดูเค้าเชื่อจริงไหมฮ่ะ?

เป็นเอก : ผมว่ามีจำนวนนึงเชื่อ

ภิญโญ : เชื่อจริง เชื่อจังเลย ?

เป็นเอก : ใช่ ผมว่ามีจำนวนนึงเชื่อ

ภิญโญ : ทีนี้ ถ้ามันพูดจากันแบบนี้ ตีโวหารกันแบบนี้ แล้วมีคนจำนวนไม่น้อยที่เชื่อ สะท้อนว่าเกิดอะไรขึ้นในสังคมไทยครับ?

(ระหว่างถามคำถามคุณเป็นเอกเหงื่อออกมาก เพราะอากาศร้อน คุณภิญจึงขอกระดาษซับหน้าให้คุณเป็นเอก และแซวว่า พูดเรื่องการเมืองจนเหงื่อแตกเลย)

เป็นเอก : ผมว่า ไอ้การที่เราไม่ค่อยมีรายการทีวีดีดีดู ไม่ค่อยได้อ่านหนังสือกัน คือการดูมีแต่คอนเสิร์ตพร้อมกัน 4 ช่อง ละครพร้อมกัน 4 ช่องเนี้ย คือในที่สุดมันก็ส่งผลเมื่อเวลาบ้านเมืองมีวิกฤต เมื่อชีวิตเรามีวิกฤตอย่างเนี้ย ไอ้ระบบความคิดในการแก้ปัญหามันก็ .. ก็ไม่มี เอาเหตุการณ์น้ำท่วมนี่ สิ่งมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันคือ มันก็เป็นความวุ่นวาย แบบKiosk ผมจำได้ว่า ผมดูแบทแมนภาค Dark knight แล้วโจ๊กเกอร์มันพูดประโยคนึงบอกว่า ?ถ้าเราเอาประชาธิปไตยมาใส่ไว้ในสังคมที่ไม่มีระเบียบ เราก็จะมีแต่ความวุ่นวาย? ผมว่าไอ้โจ๊กเกอร์นี่มันน่ามาเป็นนายกประเทศกูจังเลย (หัวเราะ) แต่มันตายไปแล้วไอ้คนนั้น

ตอบโจทย์

ภิญโญ : เค้าบอกว่า เวลาน้ำลด ตอจะผุด แต่ประเทศไทย น้ำยังไม่ทันลด น้ำท่วม ตอผุดขึ้นมาเต็มไปหมด พี่ต้อมเห็นตออะไรบ้างที่ผุดขึ้นมา นอกจากไอ้สิ่งที่เราคุยกันมาแล้วเนี้ย

เป็นเอก : มัน เยอะนะ แต่ว่าหลังๆมานี่ผมรู้สึกว่า มันเป็นการแบบ เป็นการร่วมมือกันระหว่าง… เอาตออันนึงก่อนนะ มันเป็นการร่วมมือกันระหว่างสื่อที่ต้องการจะทำเรื่องนี้ให้เป็นดราม่าให้ได้อยู่ตลอดเวลา แล้วก็ร่วมมือกับประชาชนที่พอไมค์ยื่นเข้ามาเมื่อไหร่ ก็พร้อมที่จะดราม่าได้ คือผมเห็นใจนะ โดนน้ำท่วมแล้วอยู่ชั้นสองกัน คือมันก็เป็นความไม่สะดวกในสเกลที่ใหญ่ แต่ว่า พออาทิตย์ผ่านไป สองอาทิตย์ผ่านไป สามอาทิตย์ผ่านไป จริงหรอ คุณยังไม่เลิกบ่นอีกหรือว่า ความช่วยเหลือมันไม่มาเลย อะไร! ไม่เห็นมาเลย นี่มันสามอาทิตย์ ความช่วยเหลือมันไม่มาเลย อย่าหวังว่ามันจะมาเลย คือคุณต้องหาข้าวกินใช่ไหม คุณต้องจัดการเอง มีเรือผ่านมาก็ต้องโบกนั่งไป คือ ตอนนี้พอดูข่าวตอนกลางคืน มันก็จะมีไมค์ยื่นเข้าไป แล้วก็มีคนพร้อมที่จะร้องไห้ พร้อมจะ…

ภิญโญ : เค้าอาจจะเศร้าจริงๆ ให้สัมภาษณ์แบบนี้เดี๋ยวคืนนี้โดนเฟชบุค ทวิตเตอร์ถล่มเลยนะครับ

เป็นเอก : ผมไม่มีเฟชบุค

ภิญโญ : แต่เค้าจะถล่มในเฟชบุคคนอื่น บอก โอ้โห! คุณเป็นเอกทำไมใจดำจัง

เป็นเอก : แต่ผมไม่มีเฟชบุ๊ค ผมไม่ได้อ่านเรื่องพวกนี้

ภิญโญ : ไม่เดือดเนื้อร้อนใจ?

เป็นเอก : ฮะ

ภิญโญ : ตกลงมันดราม่าจริงๆ หรือว่าสื่อไปทำให้มันดราม่า? ให้คราวนี้มันเศร้าสะเทือนใจ ทุกขเวทนา

เป็นเอก : ผมว่ามันเป็น Combination ของทุกอย่าง อย่างที่บอก มันก็เศร้านะครับ ถ้าบ้านคุณโดนน้ำท่วมถึงชั้นสอง แต่ว่า Music Video บางอันมันก็เกินอะ

ภิญโญ : คือเกินไปหรอฮะ?

เป็นเอก : คือมันมีอยู่วันหนึ่งผมดูข่าวช่องไหนผมจำไม่ได้ แต่ว่า ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ยังติดตามข่าวอยู่ แล้วผมนั่งอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง ครึ่งชั่วโมงนั้นเนี้ย ผมเลยนับช๊อตที่เค้าใช้จำนวนช๊อต น้ำท่วมเนี้ยผมนับไปนับมาในครึ่งชั่วโมง เค้าใช้ 9 ช๊อต แต่ว่าตัดยำไปยำมา สลับไปสลับมา พอถึงท้ายๆ มันเริ่มจะไม่ค่อยได้ผล ก็เริ่มมีการเปิดเพลงเข้ามา มีสกอร์เข้ามาบางๆ เพื่อให้มัน .. คือเนี้ยยังเงี้ยที่ผมหมายถึง ผมไม่ได้ไม่เห็นใจคนน้ำท่วมหรือว่าอะไรนะ

ภิญโญ : ไปทำดราม่าเกิดเหตุ หมายความว่าอย่างนั้น?

เป็นเอก : ครับ คือมันไม่ได้ช่วยอะไร สำหรับผมคือมันไม่ได้ช่วยอะไร แม้กระทั่งการบ่นนำ การที่มีไมค์มายื่นใส่แล้วเราก็บ่นไปว่า ข้าวไม่เห็นมา เรือไม่เห็นมา ถ้าผมอยู่ในสภาพเดียวกันกับเค้า ผมคิดว่าให้ผมไปทำแบบนั้น มันก็ไม่ช่วย

ภิญโญ : คือต้องพึ่งตัวเองแล้วตอนนั้น ?

เป็นเอก : ครับ

ภิญโญ : ทีนี้ผมถาม ถ้ายังงั้น มีรัฐบาลไว้ทำอะไร ? มีศปภ.ไว้ทำอะไร? มีนายกรัฐมนตรีไว้ทำอะไร?

เป็นเอก : คือเค้าต้องช่วยเรานะ แต่ว่าเค้าช่วยไม่ได้

ภิญโญ : เค้าช่วยตัวเองได้ไหม?

เป็นเอก : บ้านนายกน้ำท่วมไม่ใช่หรอ

ภิญโญ : ทีนี้ ในฐานะผู้กำกับการแสดง พี่ต้อมมองนายกรัฐมนตรีในฐานะดารานำฝ่ายหญิงเนี้ย เห็นอะไร?

เป็นเอก : ผมว่าเค้าไม่ใช่นักแสดง

ภิญโญ : เฮ้ย ! เค้าบอกว่านี่นักแสดงเลย บางคนบอกว่า โห ไม่ได้มีอะไรเลย เป็นแต่นักแสดงอย่างเดียว ผู้กำกับบอกว่าไม่ใช่นักแสดงหรอ?

เป็นเอก : ถ้าเราคิดถึงเค้าในฐานะนักแสดง ผมว่าเค้าอาจจะไม่ใช่นักแสดงที่ดี ไม่ใช่นักแสดงที่เก่งมาก

ภิญโญ : เพราะว่าอะไรครับ ?

เป็นเอก : คืออย่างแรกผมว่า เค้าควบคุมเสียงตัวเองไม่ได้ เสียงมันจะเหินไปเหินมาเวลาพูด

ภิญโญ : มันสะท้อนอะไร เสียงเหินไปเหินมา?

เป็นเอก : ตื่นเต้น คือนักแสดงอย่างแรกมันควบคุมเสียงตัวเองได้ก่อนนะ คุณอาจจะไม่รู้ว่าคุณพูดถึงเรื่องอะไรอยู่ คุณอาจจะตื่นตกใจอยู่อะไรอย่างเนี้ย แต่ถ้าเป็นนักแสดงทีดี่มันคล้ายมันจะต้องพอสเลทมันตีแป้กเนี้ย คล้ายกับว่ามันต้องเข้าไปอยู่ในโหมดนั้นได้

ภิญโญ : เราต้องทำเนียนๆ ไว้ใช่ไหมครับ?

เป็นเอก : ใช่ ใช่ แล้วต้องไม่ให้ใครจับได้ว่าเราไม่รู้ว่าพูดถึงอะไรอยู่

ภิญโญ : ซึ่งนายกรัฐมนตรีไม่ใช่?

เป็นเอก : ไม่ใช่ เค้าอินโนเซ็นท์มาก เค้าโชว์หมดเลย ว่าเค้าไม่รู้อะไร เค้าโชว์หมดเลย แต่ว่าผมเห็นใจเค้านะ เพราะว่าเค้าก็คงเหมือนเค้าจะเอาผมเป็นนายกรัฐมนตรีน่ะครับ คือเค้าไม่ได้มีความใฝ่ฝันจะมาอยู่ตรงนี้ ไม่รู้นะเท่าที่รู้สึกเค้าไม่ได้..

ภิญโญ : คือตกกระไดพลอยโจนว่างั้น?

เป็นเอก : ถ้าเค้ามีความใฝ่ฝัน เค้าคงทำอย่างอื่นมาเพื่อปูทางมาตรงนี้ อันนี้ก็ไม่ เพราะ 6 อาทิตย์ก่อนวันจะเลือกตั้ง ผมยังไม่รู้จักว่าเค้าเป็นใครเลย แสดงว่าเค้าไม่ได้วางแผนมา แล้วอุตสาหกรรมการเมืองเนี้ย ไอ้ Politic Business เนี้ย มันเป็นอุตสาหกรรมที่แบบ มันเล่นยากมาก คืออุตสาหกรรมหนังว่ายากแล้ว อุตสาหกรรมการเมืองยากกว่า เพราะว่ามันซับซ้อนมาก แล้วก็โอกาสที่เราจะควบคุมอะไรที่ มันเป็นไปได้ยากมาก ดังนั้น ถ้าคุณไม่พร้อมจริงๆ หรือไม่มีความทะเยอทะยานอย่างยิ่งจริงละก็ มันยากที่จะมา แล้วคุณเป็นนายก ความคาดหวังในตัวนายกมันสูงมาก

ภิญโญ : ทีนี้ คุณยิ่งลักษณ์ไม่ได้เตรียมตัวมาเลย แต่คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เตรียมตัวมาตลอดชีวิตตั้งแต่เด็กๆ รู้แล้วว่าอยากจะเลนการเมือง ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ดาราแสดงนำฝ่ายชาย พี่ต้อมมองยังไง?

เป็นเอก : ผมว่าเค้าเป็นดาราที่ดีกว่า ผมไม่ได้บอกว่าเค้าเป็นคนที่ดีกว่านะ

ภิญโญ : อ่าว มีเคืองนะเนี้ย

เป็นเอก : ประมาณว่าอาจจะเป็นก็ได้ไง แต่ผมไม่พูดในฐานะมนุษย์ ผมพูดในฐานะดารา

ภิญโญ : ในการเล่นหน้าจอ?

เป็นเอก : เพราะเค้ามีประสบการณ์กว่า เค้าคุมเสียงเค้าได้ และก็ตรรกะที่เค้าพูดเนี้ย แบบฟังดูเผินๆแล้วก็ดูเมคเซ้นท์

ภิญโญ : นั่นแสดงว่า ดูลึกๆ มันตีความยังไง?

เป็นเอก : แต่ผมว่าในที่สุด มันก็เป็นเรื่องของโวหาร และมันก็กลับมาเป็นเรื่องของโวหารในที่สุด คุณอภิสิทธิ์พอเป็นนายกจริง ประสบการณ์ก็มากกว่ายิ่งลักษณ์ตั้งเยอะ แต่ตอนที่เค้าเป็นนายก จริงๆเค้าก็ควบคุมอะไรไม่ได้เต็มไปหมดเลย ผมจำได้ว่าตอนปลายๆ ก่อนที่เค้าจะเลือกตั้งใหม่ ผมก็เริ่มฟังเค้าไม่รู้เรื่องเหมือนกันนะ เพราะเค้าต้องพูดในเรื่องที่เค้าไม่รู้เหมือนกัน คือคนอื่นทำบางไว้ แล้วพอเรื่องแดงขึ้นเค้าก็เป็นคนมารับอย่างเนี้ย เราก็จะเห็นเลยว่า เค้าก็มั่วๆเอา แต่ว่าเค้าเป็นนักแสดง เค้าแสดงดีกว่า

ภิญโญ : ทีนี้นักแสดงฝ่ายหญิงก็แสดงได้ดีเท่าที่ควร …

เป็นเอก : ไม่ใช่ แสดงไม่ได้เลย เค้าไม่ใช่นักแสดง

ภิญโญ : เอาฝ่ายหญิงฝ่ายชายออกไป ตัวประกอบที่นั่งกันหน้าสลอนที่ ศปภ. เห็นอะไร?

เป็นเอก : ต้องพูดด้วยหรอ? ผมว่าไม่ต้องเป็นผู้กำกับหนังก็เห็น

ภิญโญ : เห็นอะไร?

เป็นเอก : ก็เห็นว่าทั้งหมดเป็นการแสดง

ภิญโญ : เป็นการแสดงที่ดีหรือเปล่า ?

เป็นเอก : ผมว่าประเด็นไม่ได้อยู่ตรงนั้น ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่ามันแสดงดีหรือไม่ดี ผมว่าเมื่อไหร่ที่มันเป็นการแสดง มันก็แย่แล้วอ่ะ เพราะมันไม่ควรจะเป็นการแสดง

ภิญโญ : ตกลงทุกอย่างเป็นดราม่าไปหมดในประเทศนี้?

เป็นเอก : ใช่ แล้วมันไม่ดีตรงไหนรู้ไหม มันไม่ดีตรงที่ว่า พอทุกอย่างในประเทศกลายเป็นเรื่องโวหาร กลายเป็นเรื่อง แกผิดฉันถูกอะไรอย่างเนี้ย แล้วมันอยู่ที่ว่าใครเหนื่อยก่อนก็แพ้ไป หรือคนไหนที่พูดเก่งกว่าก็ชนะไป สมมติอย่างนี้ ไอ้คนซวยมันก็คือประชาชนไง คือหนังเนี้ยคนทำหนังห่วยมาซํกเรื่องนึง คนไปดูแล้วแม่งไม่ได้เรื่องเลย มันยังให้ไม่มีใครตาย อย่างดีมันก็เสียตังค์ไป 120 บาทค่าตั๋ว แล้วก็กลับไปมันก็นั่งด่า ว่าไม่ได้เรื่องเลยเรื่องนี้ พอมันไม่ใช่หนัง มันก็ไม่ควรมีการแสดง ถ้าจะมีการแสดงอะไร มันควรจะเป็นการแสดงแบบแสดงว่ามีจรรยาบรรณ แสดงแบบนั้นมากกว่า ไม่รู้ผมเห็นนักการเมืองประเทศอื่น เค้าแบบ มันทำผิดอะไรวะ นิดนึงมันก็ลาออกแล้ว หรือนั่นเป็นการแสดงด้วยหรือเปล่าไม่รู้นะ กลับมาที่เรื่องเดิม คือว่า ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าแสดงดีไม่ดี แต่อยู่ที่ว่า มันไม่ควรเป็นการแสดง

ภิญโญ : ถ้าอย่างนั้น มันเกิดอะไรขึ้นกับประเทศนี้ ทุกอย่างมันถึงได้กลายเป็นการแสดงไปหมด แล้วก็ดันแสดงไม่ดีด้วย?

เป็นเอก : ก็กลับไปดูในทีวี ของแบบนั้นมันมีเต็มไปหมด

ภิญโญ : ตกลงนักการเมืองดูทีวี ดูข่าวเยอะไปหรอฮะ?

เป็นเอก : ผมว่าคล้ายๆกับว่า อาจจะทั้งประเทศนะครับ ไมใช่เฉพาะนักการเมือง สมมติว่าพวกรายการประเภทพวกคนมาร้องเพลงกัน พวกเรียลลิตี้ทั้งหลาย แล้วก็จะมีกรรมการมานั่ง แล้วกรรมการต้องพูดถึงคนคนนี้ว่าเค้าทำได้ดีแค่ไหน อะไรอย่างนี้ กรรมการถ้าเล่นละคร บางทีผมนั่งดูผมยังคิดว่า หรือมันมีกรรมการอีกชุดคอยดูวะ

ภิญโญ : กรรมการก็เล่นละครอยู่ เพราะกล้องก็จับกรรมการเหมือนกัน

เป็นเอก : เออ คือที่สุดตกลงมันก็ .. คือเราอยากได้เนื้อบ้าง ไม่ต้องเยอะก็ได้ แต่แบบว่ามัน .. ตกลงมันจะกินแต่เค้กไปตลอดเลยหรอ

ภิญโญ : เรื่องอะไรมันจริงบ้างในประเทศนี้ครับพี่ต้อม หรืออะไรจริงบ้าง?

เป็นเอก : ผมคิดว่า ผมคุยกับพี่สาว พี่สาวก็บอกว่า คือเมื่อก่อนนั่งดูทีวี แล้วผมก็บอกว่า เออมันดีนะประเทศไทย แม่งวิกฤตทุกอย่างมันแก้ไขด้วยมิวสิควิดีโอกันหมดเลย ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรแม่งทำมิวสิค วิดีโอออกมา แล้วแก้ปัญหาได้หมด พี่สาวผมก็บอกว่า หรือไอ้เนี่ยจริงๆแล้วมันคือคนไทย หรือจริงๆแล้ว ไอ้ดราม่าที่เรานั่งพูดกันอยู่เนี้ย หรือจริงๆแล้วมันก็คือเนื้อ เพียงแต่ว่า เราไม่ได้อยู่ในไอ้วงจรนั้น เราก็เลยไปเห็นมันอีกอย่างนึง

ภิญโญ : ตกลงเราเพี้ยนเอก สังคมเค้าปกติอยู่แล้ว เรานั่งด่ามาตลอดรายการสังคมไทยบอกประทานโทษ มึงสองคนเพี้ยนเองมานั่งบ่นอะไร

เป็นเอก : ใช่ ใช่ ใช่ มันเป็นได้ไง อันนี้มันเป็นการวิเคราะห์ของพี่สาวผมนะ หรือว่าคนไทยเค้าปกติกันอยู่ แก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ คืออย่างผมไอ้บางเรื่องแม่งไม่น่าอดทน มันก็อดทนกันได้ คือแบบจราจรอย่างเนี้ย จะไปไหน ไปลาดพร้าวที่แม่ง 3 ชั่วโมง อันนี้ไม่ได้พูดถึงตอนน้ำท่วมนะ เวลาปกติจะไปไหนทีแม่ง 2 ชั่วโมง 3 ชั่วโมง ไม่มีใครลุกขึ้น ไม่เห็นมีใครไปปิดลาดพร้าว แล้วบอกว่าถ้าการจราจรประเทศนี้ไม่ดีขึ้น กูจะไม่ไปไหน คือก็ไม่มี ทุกคนก็ซื้อส้วมฉี่ในรถกัน แล้วก็ขายข้าวตามสี่แยกเอา ก็ทนได้ เรื่องนี้ก็ทนได้ ไอ้บางเรื่องที่ต้องอดทนหน่อย ก็จะไม่ยอมทนกันเลย อะไรอย่างเนี้ย

ที่มา https://www.facebook.com/note.php?note_id=10150405116663898

———————-

แอบเห็นชั้นหนังสือของคุณเป็นเอก มีหนังสือชุดนี้อยู่ buddha ของ เทซึกะ โอซามุ

budha