ฌอน เพนน์ ในบทร็อคสตาร์ผู้ตกอับ กับภารกิจติสแตก This Must Be The Place

Home / ข่าวหนัง, หนังฮอลลีวูด / ฌอน เพนน์ ในบทร็อคสตาร์ผู้ตกอับ กับภารกิจติสแตก This Must Be The Place

This Must Be The Place คนเซอร์หลุดโลก

เอ็ม พิคเจอร์ส ชวนชมภาพยนตร์คอมเมดี้-ดราม่าสุดฮาพิลึกโลก This Must Be The Place คนเซอร์หลุดโลก ชมการพลิกบทบาทครั้งสำคัญของนัก แสดงฝีมือเก๋า ฌอน เพนน์ ในบท เชเยนน์ อดีตร็อคสตาร์ ผู้ตกอับกับภารกิจการติสแตกสุดขั้ว พร้อมด้วยเหล่านักแสดงชื่อดังอีกคับคั่ง อาทิ ฟรานซิส แม็คดอร์มานด์, จั๊ด เฮิร์สช์, อีฟ ฮิวสัน, คอร์รี คอนดอน ฯลฯ จากผลงานการกำกับของ เปาโล ซอร์เรนติโน่ โดยนักแสดงสุดยอดฝีมือเก๋าอย่าง ฌอน เพนน์ ผู้โด่งดังจากภาพยนตร์เรื่อง I am Sam และ Mystic Riverได้บอกเล่าถึงคาแรกเตอร์ ร็อคสตาร์ผู้ตกอับที่ได้แสดงในครั้งนี้ให้ฟังว่า?

This Must Be The Place คนเซอร์หลุดโลก

?ผมสนุกกับบทที่ได้มารับแสดงในเรื่องนี้มาก เพราะบทของ เชเยนน์ เขาเป็นร็อคสตาร์ผู้ตกอับ ขี้เกียจสันหลังยาว และเขาเบื่อหน่ายกับชีวิตที่แสนวุ่นวาย เลยเลือกที่จะเก็บเนื้อเก็บตัวอยู่แต่ในโลกของตัวเอง? แล้วจู่ๆ ชีวิตก็ต้องพลิกผันทำให้ เขาต้องมาสานต่อภารกิจลับของพ่อบังเกิดเกล้าคือการตามล่าหาอาชญากรนาซี? ผู้อยู่เบื้องหลังการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้วของบทภาพยนตร์เรื่องนี้? ซึ่งผมรู้สึกท้าทายและอยากจะสานต่อการแสดงให้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด ซึ่งภายใต้ภารกิจนี้ยังมีปมความขัดแย้งในความสัมพันธ์ของตัวละครระหว่าง เชเยนน์ และพ่อของเขาแอบซ่อนอยู่ด้วย

This Must Be The Place คนเซอร์หลุดโลก

ทันทีที่ผู้กำกับ ส่งบทมาให้ดู ผมจึงไม่ลังเลเลยที่จะตอบรับเล่นบทนี้ เพราะผมชอบหนังเรื่องนี้จริงๆ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกหนักใจและกังวลคือฉากที่ผมต้องเต้น(หัวเราะ) ที่ว่าจะต้องเต้นยังไงให้เหมือนกับศิลปิน จะทำยังไงให้อินฯ นั่นคือการบ้านที่ผมต้องเตรียมตัวสำหรับหนังเรื่องนี้? อีกอย่างหนึ่งที่ผมชื่นชอบคือคาแรกเตอร์ของ Cheyenne (เชเยนน์) ที่ถึงแม้ว่าเขาจะมีอายุ 50 ปี? แต่ยังดูเป็นหนุ่มวัยรุ่น และต้องเมคอัพหน้า ทาลิปสติก แต่งตัวแบบ ?กอธิค? ผมว่ามันดูหลุดโลกที่สุดเท่าที่ผมเคยทำมา?? แต่คุณเชื่อไหมว่า หลังจากที่แต่งชุดและเมคอัพเสร็จแล้ว? มันทำให้ผมรู้สึกฮึกเหิมผมกลาย เชเยนน์ ไปแล้วจริงๆ? อาจเป็นเพราะโชคชะตามักเล่นตลกกับเขา อยู่บ่อยครั้ง? ทำให้ชีวิตของเขาต้องไปเจอกับเรื่องราวตลกร้ายที่เกิดขึ้นตลอดการเดินทาง

This Must Be The Place คนเซอร์หลุดโลก

และหัวใจของภาพยนตร์เรื่องนี้อีกสิ่งหนึ่งคือ เพลงประกอบภาพยนตร์ที่มีชื่อว่า This Must Be The Place ของ เดวิด ไบรน์ ที่แต่งขึ้นให้กับวง Talking Heads ถูกนำมาตั้งเป็นชื่อภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย มันเป็นเพลงรักที่ตรงไปตรงมา เดวิด สื่อสารความรู้สึกออกมาในเพลงนี้ได้อย่างน่าประทับใจ ผมชื่อว่าคนดูจะหลงรักหนังเรื่องนี้และเพลงนี้เหมือนผมแน่ๆ? มาช่วยกันลุ้นว่า สุดท้ายแล้ว เชเยนน์ จะทำภารกิจสำเร็จหรือไม่ และเรื่องราวของเขาและพ่อบังเกิดเกล้าจะจบลงแบบใด ลองติดตามกันดูผมเล่นเองผมรักรู้สึกหลงรักตัวละครตัวนี้เลย?

ชมการพลิกบทบาทครั้งสำคัญของ ฌอน เพนน์ ที่คุณไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน? เอ็ม พิคเจอร์ส ชวนคนหนังร่วมลุ้นไปกับภาพกิจติสสุดโต่ง 15 มีนาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์เครือเอเพ็กซ์