เรื่องราวของปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ที่ยังไม่ได้ถูกบอกเล่าใน The Amazing Spider-Man

Home / ข่าวหนัง, หนังฮอลลีวูด / เรื่องราวของปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ที่ยังไม่ได้ถูกบอกเล่าใน The Amazing Spider-Man

แอนดรูว์ การ์ฟิลด์

ไอ้แมงมุมหวนคืนสู่จอเงินอีกครั้งในเรื่องราวของปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ที่ยังไม่ได้ถูกบอกเล่าใน? The Amazing Spider-Man ในการเริ่มต้นบทใหม่ในตำนาน Spider-Man สิ่งสำคัญสำหรับทีมผู้สร้างคือการแสดงให้เห็นถึงแง่มุมของปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ที่ผู้ชมไม่เคยเห็นมาก่อน ?มีหลายอย่างใน Spider-Man ที่ยังไม่ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นภาพยนตร์น่ะครับ? มาร์ค เว็บบ์ ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องใหม่นี้กล่าว ?การสูญเสียพ่อแม่ส่งให้ปีเตอร์เริ่มต้นการเดินทางของเขา ผมสงสัยใคร่รู้ถึงผลด้านอารมณ์ของเหตุที่น่าเศร้านั้น ท้ายที่สุดแล้ว นี่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กที่ตามหาพ่อและได้ค้นพบตัวเอง และแน่นอนว่าเรามีเรื่องของเกวน สเตซี่ ไม่ว่าคุณจะคุ้นเคยกับการ์ตูนเรื่องนี้หรือไม่ มันก็เป็นเรื่องราวที่พิเศษสุด และแน่นอนครับเรื่องนี้เรายังมีลิซาร์ด ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวร้ายที่ผมชื่นชอบมากที่สุดในการ์ตูนด้วย ทั้งหมดนั้นเป็นพื้นฐานให้เราทำงานต่อยอดได้มากมายครับ?

แมทท์ โทลมัค ผู้อำนวยการสร้างของเรื่อง กล่าวว่า ?ไอ้แมงมุมเป็นตัวละครไอคอนเพราะเราทุกคนต่างก็เติบโตขึ้นมากับการเข้าถึงเขา เราทุกคนต่างก็มีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับเขา ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์คือสิ่งที่ทำให้ไอ้แมงมุมแตกต่างจากคนอื่นๆ เขาเป็นคนธรรมดา ที่ใครๆ ก็เข้าถึงได้ เขาเป็นเด็กที่มีปัญหาหัวใจ เขาไม่ป๊อปปูลาร์ เขาไม่รวย ไม่ทรงพลัง…เขาเป็นแค่เด็กธรรมดาๆ คนหนึ่ง เขาเป็นคนที่คุณสามารถเข้าถึงได้ คุณจะมองเห็นบางส่วนของคุณในตัวปีเตอร์ และเพราะเหตุนี้เอง เรื่องราวของปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ หรือไอ้แมงมุม ก็กระทบจิตใจผู้ชมในแบบที่ตัวละครน้อยตัวที่จะทำได้ และพวกเราในฐานะคนทำหนัง และแฟนของเรื่องนี้ ก็รู้สึกถึงความรับผิดชอบใหญ่หลวงที่จะทำในสิ่งที่คู่ควรกับตัวละครตัวนี้ครับ?

ด้วยความที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ล้วงลึกถึงแง่มุมที่แตกต่างในชีวิตของปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เลยถูกบอกเล่าในรูปแบบที่ต่างออกไป นั่นคือเป็นธรรมชาติมากขึ้น ?ผมอยากให้ความสนุก ภาพน่าตื่นตาตื่นใจ แอ็กชัน ความขึ้งโกรธและอารมณ์ขัน ให้ความรู้สึกที่สมจริงมากขึ้น เหมือนคุณสามารถเดินออกไปตามท้องถนนและจินตนาการว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นได้? เว็บบ์บอก ผลก็คือทีมผู้สร้างเลือกที่จะสร้าง The Amazing Spider-Man โดยใช้องค์ประกอบจริงๆ จากโลกแห่งความเป็นจริงทุกเมื่อที่เป็นไปได้และเลือกใช้วิชวล เอฟเฟ็กต์เมื่อจำเป็นเท่านั้น

แอนดรูว์ การ์ฟิลด์

แน่นอนว่าศูนย์กลางของ? The Amazing Spider-Man คือเรื่องราวของเด็กหนุ่มที่ชื่อปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ?ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์เป็นฮีโร ไม่ใช่ซูเปอร์ฮีโร่ครับ? แอนดรูว์ การ์ฟิลด์ ผู้รับบทสำคัญนี้กล่าว ?เขาเป็นคนดีอยู่แล้วก่อนที่แมงมุมจะกัดเขา หลังจากนั้น เขาก็ได้พลังที่จะจัดการในสิ่งที่เขารู้อยู่แล้วว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องน่ะครับ?

นี่คือปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ผู้ถูกหล่อหลอมจากตัวตนของเขาและสิ่งที่เขาได้ประสบพบเจอมา ?ในหนังเรื่องนี้ เราอยากจะสำรวจสิ่งที่เกิดขึ้นกับปีเตอร์ก่อนที่เขาจะไปใช้ชีวิตกับลุงเบนและป้าเมย์? อาวี อารัดบอก ?เขาเป็นเด็กกำพร้า การที่เขาเป็นเด็กกำพร้าเป็นหนึ่งในอิทธิพลที่สำคัญที่สุดต่อชีวิตวัยเด็กของเขา และหนัง Spider-Man ก็ยังไม่ได้ลงลึกเรื่องนั้นซักเท่าไหร่ ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องราวของเด็กกำพร้าทุกคนก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการค้นหาพ่อแม่ และผมก็คิดว่าหนังเรื่องนี้สำรวจเรื่องนั้นในทางที่น่าสนใจ พ่อแม่ของเขาหายตัวไปอย่างลึกลับ ซึ่งทำให้การค้นหาความจริงของเขาซับซ้อนยิ่งขึ้นครับ?

?สำหรับหนังเรื่องนี้ เราคุยกันเกี่ยวกับปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ เด็กหนุ่มผู้สูญเสียพ่อแม่ไปตั้งแต่ยังเล็กๆ และเขาก็สูญเสียพ่อแม่ไปในลักษณะที่ยังคงเป็นปริศนาสำหรับเขา? โทลมัคกล่าวเสริม ?มันทำให้เขาเกิดคำถามากมาย เช่น ฉันมาจากไหน? ฉันเป็นใคร? ทำไมพ่อแม่ฉันต้องจากไป? ทำไมเรื่องนี้ถึงเกิดขึ้น? ฉันจะเป็นใคร? นั่นเป็นคำถามหลักๆ ที่ฮีโรของเราต้องเผชิญครับ แง่มุมนี้ไม่ค่อยได้ถูกสำรวจซักเท่าไหร่ แต่มันก็สำคัญต่อตัวตนของปีเตอร์ ปาร์คเกอร์มาก นี่เป็นแก่นสำคัญของการเดินทางของเด็กหนุ่มคนนี้ เราก็เลยตื่นเต้นสุดๆ ที่จะได้เดินทางสายนี้กับเรื่องราวนี้และตัวละครเหล่านี้น่ะครับ?

?สิ่งต่างๆ ที่ยังไม่คลี่คลาย สิ่งต่างๆ ที่เราต้องใช้ชิวตอยู่กับมัน ผลักดันให้เราออกเดินทางบนเส้นทางหนึ่ง และเส้นทางนั้นก็สามารถทำให้เราเป็นคนที่ดีขึ้นได้ มันทำให้เราเป็นเราอย่างที่เป็นอยู่ ไม่ว่าเราจะชอบเดินทางบนเส้นทางนั้นหรือไม่ก็ตาม? เว็บบ์บอก

แอนดรูว์ การ์ฟิลด์

การ์ฟิลด์กล่าวว่าเขารู้สึกถึงความรับผิดชอบเป็นพิเศษที่ได้รับบทชายในชุดคอสตูม ?ตอนผมยังเด็ก บางครั้ง ผมก็รู้สึกเหมือนถูกกักขังอยู่ในตัวเอง? เขาบอก ?แต่เราทุกคนต่างก็รู้สึกแบบนั้น นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ตัวละครตัวนี้เป็นตัวละครที่ได้รับความนิยมสูงสุดในบรรดาซูเปอร์ฮีโร เพราะเขามีความเป็นสากลและมีคุณสมบัติหลายอย่าง เหตุผลที่ไอ้แมงมุมมีความหมายต่อผมมากเป็นเหตุผลเดียวกับที่เขามีความหมายอย่างมากต่อทุกคน เขาเป็นสัญลักษณ์ เป็นคนที่ไม่สมบูรณ์แบบในแบบที่เราทุกคนต่างก็ไม่สมบูรณ์แบบ แต่ก็พยายามอย่างเหลือเกินที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง และสิ่งที่ยุติธรรม และต่อสู้เพื่อคนที่ไม่สามารถสู้เพื่อตัวเองได้ มันเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มากที่ได้เป็นตัวแทนของเขา แลเชื่อผมเถอะครับ ผมเป็นแค่คนในชุดคอสตูมเท่านั้นเอง ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นแค่นั้น แต่ไอ้แมงมุมเป็นของทุกคนครับ?

?ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์คนนี้แตกต่างออกไปเล็กน้อย เขายังคงเป็นแกะดำ แต่มันเกิดจากการที่เขาเลือกครับ? เว็บบ์บอก ?เขามีภาระหนักอึ้งบนบ่า เขาเป็นเด็กที่ปฏิเสธคนอื่นก่อนที่คนอื่นจะปฏิเสธเขา อารมณ์ขัน การประชดประชัน นิสัยดื้อรั้นพวกนี้เกิดจากเด็กน้อยที่ถูกทอดทิ้งไว้เบื้องหลังเมื่อนานมาแล้วน่ะครับ?

การ์ฟิลด์กล่าวว่า วิสัยทัศน์ที่เว็บบ์มีต่อไอ้แมงมุมที่มีพื้นฐานบนหลักของความจริงมากขึ้นถูกขับเน้นด้วยการตัดสินใจอย่างหนึ่ง นั่นคือการตัดสินใจว่าปีเตอร์ ปาร์คเกอร์จะเป็นคนออกแบบและสร้างเครื่องชักใยของตัวเองใน? The Amazing Spider-Man?มันเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเขา? การ์ฟิลด์บอก ?มันเป็นเรื่องสำคัญสำหรับมาร์คที่จะแสดงให้เห็นว่าปีเตอร์มีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงตัวเองให้กลายเป็นไอ้แมงมุม มันไม่ใช่สิ่งที่บังเอิญเกิดขึ้นกับเขา เขาฉวยโอกาสและทำทุกอย่างเท่าที่เขาสามารถทำได้เพื่อสร้างประโยชน์จากมันให้ได้มากที่สุด?

แอนดรูว์ การ์ฟิลด์

ผู้ที่กำกับ? The Amazing Spider-Man คือมาร์ค เว็บบ์ ผู้ซึ่งผลงานก่อนหน้านี้ (500) Days of Summer ได้นำเสนอช่วงเวลาร้ายและดีของความสัมพันธ์อย่างชาญฉลาดและชัดเจน ?ตั้งแต่วันแรกที่เราได้คุยกับมาร์ค ชัดเจนว่าเขามีวิสัยทัศน์ที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใครสำหรับไอ้แมงมุมและโลกของเขา? โทลมัคกล่าว ?เขาเป็นผู้นำทางของเราตลอดทั้งกระบวนการนี้ เขาเป็นคนที่แสดงให้เห็นถึงความรักที่เขามีต่อตัวละครและอารมณ์ ซึ่งทั้งสองเรื่องคือหัวใจสำคัญของหนัง Spider-Man ที่ดีครับ?

The Amazing Spider-Man ถูกถ่ายทำในระบบ 3D และสำหรับทีมผู้สร้างแล้ว นี่ก็เป็นการตัดสินใจสำคัญ ?3D ไม่ได้เหมาะกับหนังทุกเรื่อง แต่ 3D ถูกสร้างมาเพื่อ? Spider-Man ครับ? อาวี อารัดบอก ?มันเป็นอีกวิธีที่ทำให้เราสามารถดึงดูดให้ผู้ชมสนใจการเล่าเรื่องได้ตลอด คุณจะได้เห็นโลกผ่านทางดวงตาของเขาและคุณก็จะรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นไอ้แมงมุม ช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นจะยิ่งตื่นเต้นมากขึ้น แต่สิ่งที่อาจน่าประหลาดใจคือ 3D ทำให้ช่วงเวลาที่สนิทสนมมีความแนบแน่นมากยิ่งขึ้น ผมนึกได้เลยถึงบางฉากที่ค่อนข้างสะเทือนใจ ซึ่งมันก็สะเทือนใจมากยิ่งขึ้นไปอีกในรูปแบบ 3D มันเป็นการตัดสินใจที่เพอร์เฟ็กต์สำหรับหนังเรื่องนี้ครับ?

——————————————-

แอนดรูว์ การ์ฟิลด์

แอนดรูว์ การ์ฟิลด์ (ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์/ไอ้แมงมุม) เป็นนักแสดงเจ้าของรางวัลบาฟตาและผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลลูกโลกทองคำจากผลงานของเขาใน The Social Network ปัจจุบัน เขากำลังอยู่ระหว่างการเปิดตัวบนเวทีบรอดเวย์ในละครที่สร้างจากบทละครรางวัลพูลิทเซอร์ของอาร์เธอร์ มิลเลอร์ Death of a Salesman ที่กำกับโดยไมค์ นิโคลส์ การ์ฟิลด์รับบทบิฟฟ์ ลูกชายไม่เอาไหนของวิลลี่ โลแมน

แอนดรูว์ การ์ฟิลด์

เมื่อเร็วๆ นี้ เขาได้แสดงประกบเคียรา ไนท์ลีย์และแครีย์ มัลลิแกนในภาพยนตร์โดยมาร์ค โรมาเน็คเรื่อง Never Let Me Go ผลงานภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ของเขาได้แก่ภาพยนตร์โดยเทอร์รี่ กิลเลียมเรื่อง The Imaginarium of Dr Parnassus, เรื่องรักของหุ่นยนต์โดยสไปค์ โจนซ์เรื่อง I’m Here, ภาพยนตร์โดยโรเบิร์ต เรดฟอร์ดเรื่อง Lions For Lambs, ภาพยนตร์โดยเรฟโวลูชัน ฟิล์มส์เรื่อง Red Riding Trilogy ? 1974 ที่กำกับโดยจูเลียน จาร์โรลด์และภาพยนตร์โดยจอห์น โครว์ลีย์เรื่อง Boy A ซึ่งทำให้เขาได้รับรางวัลบาฟตาสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมในปี 2008

แอนดรูว์ การ์ฟิลด์

การ์ฟิลด์เริ่มต้นอาชีพนักแสดงบนเวทีละครและในปี 2006 การแสดงของเขาใน Beautiful Thing (ซาวน์ สเปซ/คิท โปรดักชันส์), The Overwhelming และ Burn, Chatroom, and Citizenship (รอยัล เนชันแนล เธียเตอร์) ทำให้เขาได้รับรางวัลอีฟนิง สแตนดาร์ด อวอร์ดสาขานักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมและรางวัลแจ็ค ทิงเกอร์ อวอร์ดสาขานักแสดงดาวรุ่งยอดเยี่ยมจากสมาคมนักวิจารณ์ ผลงานละครเรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจของเขาได้แก่ Romeo and Juliet (แมนเชสเตอร์ รอยัล เอ็กซ์เชนจ์) และ Kes (แมนเชสเตอร์ รอยัล เอ็กซ์เชนจ์) ซึ่งทำให้เขาได้รับรางวัลแมนเชสเตอร์ อีฟนิง นิวส์ อวอร์ดปี 2004 ในสาขานักแสดงดาวรุ่งยอดเยี่ยม