จุดเริ่มต้นของ Judge Dredd

Home / ข่าวหนัง, หนังฮอลลีวูด / จุดเริ่มต้นของ Judge Dredd

Judge Dredd

โลกแห่งอนาคตสุดโหดใน Judge Dredd ถูกสร้างโดย จอห์น แวกเนอร์ และ คาร์ลอส เอสเควียรา สองคู่หูนักเขียนตั้งแต่ปี 1977 สำหรับค่ายการ์ตูน 2000AD ด้วยเรื่องราวการผจญภัยของ เดร็ดด์ และตัวละครอีกมากมาย มันถูกโหวตให้กลายเป็นการ์ตูนที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาลจาก National Comics Awards

ในที่สุดด้วยแนวทางที่ชัดเจน และความคิดสร้างสรรค์ของผู้เขียนบท อเล็ก การ์แลนด์ เขาก็นำเอา Dredd กลับขึ้นมามีชีวิตอีกครั้งในหนังแอ็คชั่นบนโลกอนาคต ที่ย้อนกลับไปหาความมันส์สะใจและมีเลือดมีเนื้อของต้นฉบับ ซึ่ง จอห์น แวกเนอร์ และ คาร์ลอส เอสเควียรา ตั้งใจทำเอาไว้ในเวอร์ชั่นการ์ตูน

อเล็ก การ์แลนด์ เผยถึงความตั้งใจในการนำ Dredd มาสร้างว่า “ผมโตขึ้นมาด้วยการอ่าน Judge Dredd นักเขียนและนักวาดจากค่าย 2000AD เป็นแรงบันดาลใจให้กับผมในการเป็นนักเขียนบท ทั้ง แอนดรูว์, อัลลอน และผมช่วยกันพัฒนา Judge Dredd เวอร์ชั่นหนังขึ้นมาจากความสมจริง สโคปของเรื่อง และความน่าตื่นตาของเมือง เมกะซิตี้วัน”

เป็นเรื่องที่น่ายินดีเมื่อผู้ให้กำเนิด Judge Dredd อย่าง จอห์น แวกเนอร์ ก็เข้ามามีส่วนร่วมในโปรเจ็คนี้ เขาเผยว่า “บทภาพยนตร์ของ อเล็ก มีความซื่อสัตย์ต่อตัวการ์ตูน สิ่งที่ทำให้ ตุลาการเดร็ดด์ กลายเป็นฮีโร่ที่ทั้งโหดและเท่ที่สุด นั่นก็คือความรู้สึกของการได้ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์คู่ใจของ เดร็ดด์ ลงสู่ห้วงของความมืดมิดในเมืองเมกะซิตี้วัน ผมคิดว่ามันจะทำให้ทั้งแฟนการ์ตูนและคอหนังแอ็คชั่นต้องพอใจ”

Judge Dredd ถือกำเนิดขึ้นมากว่า 3 ทศวรรษที่แล้ว และ ตุลาการเดร็ดด์ ก็กลายเป็นตัวละครหนึ่งในหนาประวัติศาสตร์ มีทั้งการ์ตูน นิยาย นิตยสาร บอร์ดเกม เกมคอมพิวเตอร์ แอ็คชั่นฟิกเกอร์ เครื่องเล่นพินบอล รวมถึงหนังบล็อคบัสเตอร์ และกลุ่มแฟนคลับที่พากันแต่งตัวเป็น ตุลาการเดร็ดด์ ในงานอีเว้นท์การ์ตูนทั่วโลก

ช่วงปลายทศวรรษที่ 70 หนังสือการ์ตูนของอังกฤษอย่าง 2000AD ขายได้มากกว่า 100,000 ฉบับต่อสัปดาห์ หนึ่งในลูกค้าก็คือ อเล็ก การ์แลนด์ นักเขียนนิยายและบทหนังชื่อดัง ที่ติดใจกับความมืดหม่นและความรุนแรงของ Dredd “ผมอายุ 10 กว่าขวบตอนที่รู้จักกับ 2000AD ครั้งแรก ผมเสพติดกับทุกสิ่งที่อยู่ในนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Judge Dredd ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเด็กผู้ชายทุกคนในยุคนั้น ผมจำได้เพราะว่า Dredd มีเรื่องราวที่เป็นผู้ใหญ่ และผมก็อาจเด็กเกินไปตอนที่อ่านมัน มันให้ความรู้สึกเหมือนหนังติดเรทที่คุณต้องแอบเข้าไปดูในโรง”

การ์แลนด์ คือนักเขียนนิยายและบทภาพยนตร์ เขาเขียนนิยายที่เน้นเรื่องสำรวจสภาพจิตใจ แง่มุมของศีลธรรม และเรื่องราวที่เข้มข้น เช่น The Beach, The Tesseract และ The Coma รวมถึงบทภาพยนตร์ของหนังฮิตอย่าง 28 Days Later, Sunshine และ Never Let Me Go โดยเขาเล่าถึงสาเหตุที่อยากนำการ์ตูนมาสร้างเป็นหนังว่า “พ่อของผมเป็นนักเขียนการ์ตูน และผมเคยคิดว่าสักวันจะเจริญตามรอยพ่อ ดังนั้นผมจึงได้เรียนรู้การเล่าเรื่องด้วยภาพ ผมคิดว่าการ์ตูนมีความเป็นภาพยนตร์ ทั้งความยาวของแต่ละตอน ความเร็วของการดำเนินเรื่อง มันจึงเป็นเทคนิกที่ผมนำมาใช้ในการเขียนนิยายและบทภาพยนตร์”

ผู้ให้กำเนิดตุลาการเดร็ดด์ จอห์น แวกเนอร์ ก็เห็นด้วยกับแนวทางของ การ์แลนด์ ที่มีต่อผลงานของเขา โดยเชื่อว่าเสน่ห์ของ เดร็ดด์ คือส่วนผสมระหว่างความดีและความชั่วในตัวเอง “เดร็ดด์ เป็นสุดยอดตุลาการที่คุณเข้าใจและนับถือในสิ่งที่เขาทำ แต่ในใจคุณก็คงคิดว่าโชคดีแล้วที่เขาไม่มีอยู่จริง ส่วนผสมระหว่างความดีและความชั่วถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างตัวละครที่เป็นตำนาน ถึงแม้ เดร็ดด์ จะไม่เคยมองตัวเองเป็นผู้ร้าย เพราะเขาเชื่อในความยุติธรรมและความถูกต้อง แต่เขาก็ไม่ใช่คนที่คุณต้องการให้อยู่ใกล้ๆแน่”

ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน

ถึงแม้ว่า Dredd จะเคยถูกสร้างในเวอร์ชั่นปี 1995 ที่นำแสดงโดย ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน แต่มันก็ไม่ใช่หนังที่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร รวมถึงไม่ได้จับเอาเสน่ห์ของ ตุลาการเดร็ดด์ มาถ่ายทอดเลย การ์แลนด์ เผยว่า “มันเป็นเรื่องน่าแปลกที่เราได้ลิขสิทธิ์เรื่องนี้มา เพราะถ้าหนังปี 1995 กลายเป็นหนังฮิต พวกเราก็คงไม่มีโอกาสสร้างมัน มันเป็นโอกาสของพวกเรา และพวกเราก็เข้าใจความคาดหวังของคนดู ที่รู้สึกผิดหวังกับเวอร์ชั่นปี 1995 โดยตั้งแต่แรกเลยเราก็ต้องการทำสิ่งที่แตกต่างออกไป เป็นบางสิ่งที่ฮาร์ดคอร์และซื่อตรงกับการ์ตูนมากที่สุด”

อีกหนึ่งผู้อำนวยการสร้าง อัลลอน ไรช์ คิดว่า การร่วมมือกันระหว่าง แวกเนอร์ และ การ์แลนด์ จะทำให้ Dredd มีความพิเศษที่สุด “อเล็ก เป็นแฟนพันธุ์แท้หนังสือการ์ตูน เขาโตมากับ Dredd อาศัยอยู่ในโลกของเมกะซิตี้วัน แถมยังเป็นคนเขียนบทที่มีประสบการณ์มานาน ในขณะเดียวกันจินตนาการของ แวกเนอร์ ก็ทำให้มันเป็นหนังที่ทุกคนรอคอย”

แต่การเขียนบทภาพยนตร์ก็ไม่ใช่งานง่าย การ์แลนด์ เล่าถึงกระบวนการว่า “ผมเริ่มเขียนบทหนังโดยมีตัวละครผู้ร้ายที่ชื่อ ตุลาการเดท ซึ่งเป็นศัตรูคู่อาฆาตของ เดร็ดด์ ซึ่งก็เป็นดร๊าฟ์แรกที่ จอห์น อ่าน แต่ผมก็กลับมาคิดว่าบางทีเรื่องราวที่เราต้องการเล่าอาจใหญ่เกินไป เราไม่สามารถถ่ายทอดตำนานของ เดร็ดด์ ได้ทั้งหมดภายในระยะเวลาชั่วโมงกว่า และนั่นก็คือข้อผิดพลาดของหนังเวอร์ชั่นแรก ที่มันมีสโคปที่กว้างเกินไป ในที่สุดผมก็ตัดสินใจถ่ายทอดชีวิตของ เดร็ดด์ ภายในวันเดียว ซึ่งผมคิดว่าเหมาะกับแนวทางของเรามากกว่า”

Dredd

มันเป็นการเดินทางที่ยาวนานจากไอเดียจนถึงสู่บทที่สมบูรณ์ ซึ่งสุดท้ายแล้วทุกคนก็รู้สึกว่า บทนี้มีความเข้มข้นและบ่งบอกตัวตนของ เดร็ดด์ ได้ดีที่สุด ผู้กำกับ พีท ทราวิส เผยว่า “ผมได้อ่านบทของ อเล็ก และรู้สึกทึ่งไปเลย ผมคิดว่าเขาสร้างเรื่องราวที่ไม่เพียงทำให้แฟนการ์ตูนพอใจ แต่ยังรวมถึงผู้ชมทั่วไปอีกด้วย Dredd อาจเป็นโลกอนาคตที่ไม่ได้ไกลจากปัจจุบันนัก ผมคิดว่าเขาสร้างตัวละครที่จับเอาความสนใจของคุณได้ทันที”

—————————-