ถอดปมทายาทกันตนา “กัลป์ กัลย์จาฤก” ผู้บริหารมาดเซอร์กับบทบาทผู้กำกับหนัง “ห้องหุ่น”

Home / ข่าวหนัง, หนังไทย / ถอดปมทายาทกันตนา “กัลป์ กัลย์จาฤก” ผู้บริหารมาดเซอร์กับบทบาทผู้กำกับหนัง “ห้องหุ่น”

กัลป์ กัลย์จาฤก

“ความเป็นทายาทกันตนามันเป็นดาบสองคม ถ้าทำไม่ดีก็โดนด่า 2 เท่า ทำดี ก็หาว่าใช้เส้น” คุณเต๊นท์-กัลป์ กัลย์จาฤก ตอบน้ำเสียงเข้มเมื่อถูกถามถึงความกดดันที่เกิดมาในตระกูล “กัลย์จาฤก” แต่นั่น ก็ไม่ได้ทำให้เขาหวั่นไหวกับการทำงานทั้งในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท กันตนา โมชั่น พิคเจอร์ส จำกัด และล่าสุดในฐานะผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง “ห้องหุ่น” ผลงานที่พิสูจน์ความสามารถหลังเรียนจบ ปริญญาโท

คุณเต๊นท์ เป็นทายาทคนที่ 2 ของ จาฤก กัลย์จาฤก บิ๊กบอส กันตนา กรุ๊ป  (พี่ชายคือคุณเต้-ปิยะรัฐ) จบการศึกษาปริญญาตรีที่ ม.มหิดล คณะ Entertainment Media หลังจากนั้นจึงคว้าปริญญาโทด้าน Film Producing ที่ New York Film Academy เมืองลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา โดยเขากล่าวถึงเหตุผลที่เลือก เรียนภาพยนตร์ว่า เนื่องจากเคยมีโอกาสฝึกงานที่บริษัทโปรดักชั่นเฮาส์แห่งหนึ่ง และได้ทำงานในกองถ่าย หนังเกาหลีที่มาถ่ายในเมืองไทย แล้วรู้สึกชอบจึงจุดประกายให้เขาอยากทำงานด้านนี้ ทั้งที่สมัยเด็กเจ้าตัว ออกจะเบื่อกับการที่ต้องเข้าไปอยู่ในห้องบันทึกเสียง ฟิล์มแล็ป หรือกองถ่ายในช่วงปิดเทอมแทนที่จะได้ใช้ ชีวิตเหมือนเพื่อนวัยเดียวกัน

“ตอนนั้นผมเหมือนเป็นคนประสานงานเบ็ดเตล็ด ทำทุกอย่างที่คนอื่นไม่ทำ ถ่ายเอกสาร เสิร์ฟกาแฟ หาข้าว หาน้ำ ผมชอบสังคมในกองถ่าย มันได้ไปโน่นไปนี่ ที่สำคัญคือเหมือนเห็นอะไรที่ไม่เคยเห็น อย่างฉาก หนึ่ง ใช้เวลาเซ็ทนานมาก ถ่ายแค่ช็อต สองช็อต แต่พอออกมาแล้วมันสุดยอด ดูแล้วมีพลังก็เลย รู้สึกชอบ” ย้อนความรู้สึกประทับใจเมื่อสมัยยังเป็นนักศึกษาฝึกงาน

กัลป์ กัลย์จาฤก

หลังจากนั้นเขาจึงมุ่งมั่นบนเส้นทางในโลกเซลลูลอยด์พร้อมกับตั้งใจว่าสักวันจะกลับมาเป็นผู้กำกับหนัง ซึ่งทันทีที่กลับเมืองไทย คุณเต๊นท์รู้ดีว่าต้องกลับมาช่วยธุรกิจครอบครัว เขาจึงขอคุณพ่อบริหารบริษัท ด้วยตัวเอง

“พ่อให้เลือกว่าจะทำอะไร ผมไม่เลือกที่จะเข้ามาทำกับผู้ใหญ่เลย ผมจะทำของตัวเอง ก็คือเปิด บริษัท พ่อก็โอเค อยากทำก็ทำ คือจริงๆ กันตนา โมชั่น พิคเจอร์ส เป็นบริษัทเก่าในเครือกันตนาแต่เหมือนปิด ไปชั่วคราว ผมก็เลยเข้ามาทำกับเพื่อนสนิท (กัญ ธัญปราณีตกุล) ที่เคยทำงานมาด้วยกัน โดยผมเป็น กรรมการผู้จัดการ และเป็นพนักงานคนแรก”  ผู้บริหารมาดเซอร์ ย้อนถึงจุดเริ่มต้นการทำงานในปี 2011

ผลงานชิ้นแรกในฐานะผู้กำกับและโปรดิวเซอร์ คือ ภาพยนตร์สั้นโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่อง “กฤษฎาภินิหาร” ขณะเดียวกัน เขาก็เดินตามความฝันด้วยการนำบทประพันธ์จากปลายปากกาของคุณปู่ คุณย่า (ประดิษฐ์-สมสุข กัลย์จาฤก) เรื่อง “ห้องหุ่น”  มารีเมคอีกครั้ง พร้อมกับทำหน้าที่กำกับด้วยตัวเอง ซึ่งแน่นอนว่า ห้องหุ่น เวอร์ชั่น 2014 ได้ถูกตีความใหม่โดยมุมมองของคนรุ่นใหม่ ซึ่งนำแสดงโดยอนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม และ พลอย-รัตนรัตน์ เอื้อทวีกุล

“ที่อยากทำเรื่องนี้เพราะเป็นบทประพันธ์ของคุณปู่ คุณย่าด้วย อยากให้ผู้ชมเห็นลุคใหม่ๆ ในมุมมอง ของพวกเรา ผมเริ่มจากการศึกษาข้อมูลเดิม คุยกับผู้ใหญ่เพื่อขอคำปรึกษา รวมถึงคัดเลือกนักแสดงและ กำกับเอง”  ผู้กำกับป้ายแดง กล่าวถึงเหตุผลของนำห้องหุ่นกลับมาผงาดบนจอภาพยนตร์อีกครั้ง

“ห้องหุ่น” ถูกสร้างเป็นละครมาแล้วถึง 4 ครั้ง เริ่มต้นจากละครวิทยุในปี 2510  และมาสู่จอแก้วในปี  2519, 2532 และครั้งสุดท้ายในปี 2546 โดยทั้ง 3 ภาคที่กล่าวมาห้องหุ่นได้รับเรทติ้งสูงสุด ณ ขณะนั้น ด้วย เป็นละครที่ผสมผสานความเร้นลับน่ากลัว เข้ากับโครงเรื่องที่มีการพัฒนาให้ทันยุคสมัยตลอดเวลา จึงทำให้ เรื่องราวของนักปั้นหุ่นเหมือนมนุษย์ผู้นี้ ยังคงเป็นที่ตราตรึงในใจผู้ชมตลอดมา

“มันไม่ใช่หนังผี  คือต้องเข้าใจว่ายุคนั้น ยังไม่มีเรื่องแบบนี้ ยังไงมันก็น่ากลัว แต่สมัยนี้ก็เป็นอีกแบบ หนึ่ง ถ้าดูกันจริงๆ ความสนุกของมันคือเรื่องดราม่า ความลึกลับ ผมคิดว่าน่าจะเป็นหนังที่ใหม่ในระดับหนึ่ง ของบ้านเรา เพราะไม่ค่อยมีคนทำแนวนี้ แล้วผมก็ตั้งใจทำให้ดีที่สุด” ผู้กำกับหน้าใหม่เผยถึงความตั้งใจจริง ในการสร้างสรรค์หนังในสไตล์ที่เขาถนัดและอยากให้คอหนังทริลเลอร์ได้พิสูจน์ด้วยตัวเอง

ทุ่มเทกับการทำหนังนานนับปี  คุณเต๊นท์ บอกว่าเขาได้เรียนรู้ประสบการณ์นอกตำราหลายอย่าง หากเปรียบเป็นปริญญาโทอีกใบก็คงได้ เพราะการทำหนังเรื่องนี้สอนให้ผู้กำกับวัย 27 ปีเข้าใจโลกแห่งความ เป็นจริงมากกว่าเดิม โดยเฉพาะการทำงานกับ “คน” ที่ต้องใช้ความเข้าใจ และคำว่า “ทีมเวิร์ค”

ห้องหุ่น 2557

“พอจบเรื่องก็โตขึ้น รู้อะไรควรทำ ไม่ควรทำ เช่นเรื่องการประสานกับคน เทคนิคการถ่ายทำ บาง อันที่เราไม่เคยทำมาก่อนก็สนุกดี ผมชอบทำอะไรใหม่ๆ ถ้าทำเหมือนเดิมก็น่าเบื่อ ในกองมีแต่คนเฮฮา แต่ เวลาเครียดเราก็เครียดอยู่แล้ว เพียงแต่เราไม่มาเก็บไปคิดมาก ก็แก้ปัญหาเฉพาะหน้ากันไป แต่สิ่งสำคัญ ที่สุดคือทีมเวิร์ค ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม เก่งคนเดียวทำไม่ได้”

ไม่เพียงเท่านั้น วัยที่อ่อนอาวุโส ยังเป็นอุปสรรคสำหรับผู้กำกับหน้าใหม่ไม่น้อย “ ก็ไม่ง่ายที่จะสั่งคน ทั้งหมด บางคนมาเล่นๆ  แต่ผมเอาจริง มันมีคนที่เชื่อใจผม แต่ก็ไม่ใช่ทุกคน อย่างวันแรกไม่มีใครเชื่อใจผม หรอก เด็กที่ไหนมาทำ เราก็เลือกคนที่แบบ… เราก็ไม่รู้ว่าเข้ากับได้หรือเปล่า แต่พออยู่ๆ ไปเราก็เป็นเพื่อนที่ ดีต่อกัน ยังทำงานร่วมกันอยู่”

ลองผิดลองถูกกับการทำหนังมาหลายประเภท จนมาค้นพบว่าแนวถนัดของตัวเองคือ ทริลเลอร์ คุณเต๊นท์จึงตั้งเป้าทำหนังปีละเรื่อง เพื่อสร้างภาพลักษณ์คนดูให้รู้ว่า หากเป็นหนังของ กันตนา โมชั่น พิคเจอร์ส นั่นยอมการันตีได้ว่าผู้ชมจะรู้สึกอิ่มเอมไปหนังสไตล์นี้แน่นอน

ส่วนการทำหนังในแบบคนรุ่นใหม่นั้น ผู้กำกับอารมณ์ศิลป์เผยตรงไปตรงมาว่า “ อยากทำอะไรก็ทำ ไปเถอะ แต่อย่าไปฟังคนอื่น มาก บางทีเขาคิดว่าเคยเห็นแบบนี้มาแล้วมันเวิร์ค แต่พอลองทำอาจไม่เวิร์ค ก็ได้  หนังทุกเรื่องดีหมดถ้าตั้งใจทำ ไม่ได้เกี่ยวกับ Budget แต่เกี่ยวกับความตั้งใจ มันเป็นศาสตร์ที่ต้องใช้ ความละเอียดไม่ใช่ปล่อยๆ ไป อะไรก็ได้ แต่เราจะดูรู้ว่าตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ มันดูออกเลย”

ห้องหุ่น 2557

นอกจากสนุกการเป็นผู้กำกับหนัง  ปัจจุบัน คุณเต๊นท์ ยังทำหน้าที่โปรดิวซ์ให้ ละคร โฆษณา ซีรีย์ สารคดี และรายการทีวีต่างๆ ที่บริษัทรับจ้างผลิตในฐานะโปรดักชั่นเฮาส์ แต่ท้ายที่สุดหากถามว่าสนุกกับ ภารกิจไหน เขาตอบทันทีว่า “ทำหนัง” แต่ด้วยข้อจำกัดหลายอย่าง จึงจำเป็นต้องหารายได้จากการทำงาน ด้านอื่นด้วย

“ทำหนังอย่างเดียวคงอยู่ไม่ได้ ผมก็ต้องหาหนทางของผมเหมือนกัน ทำอย่างอื่นพอมีกำไรก็เอา มาทำหนังต่อ คนบางคนอาจคิดว่าผมใช้เงินไปเรื่อย แต่อยากบอกว่าผมทำเยอะนะ หาเงินได้ไม่น้อยน่ะ (หัวเราะ) บางทีทำในสิ่งที่ไม่ชอบก็ต้องทำ โดนบีบคั้นจิตใจก็ต้องทำ เพื่อแลกกับสิ่งที่อยากทำ” หนำซ้ำ ในบางครั้ง ผู้บริหารหนุ่มยังออกไปพบลูกค้าเองก็มี

Kantana Motion Pictures co., ltd.

“ผมอยากเป็นสตูดิโอที่ทำหนังแนวนี้ ซึ่งต้องดูว่าจะเวิร์คหรือไม่เวิร์ค ก็ต้องหาเงินมาทำ แต่ไม่ได้ กำหนดว่าต้องกี่ปี สบายใจก็ทำ ผมสนุกกับการทำมากกว่า ถ้าทำแล้วไม่สนุกมันก็หงุดหงิดไม่ อยากทำ” เพราะคำว่า “อยากเป็นผู้กำกับ” เป็นหนึ่งในคำพูดของคุณพ่อที่ก้องอยู่ในหัวเขาตลอดเวลาตั้งแต่สมัยยังเด็ก และเป็นคำพูดสำคัญที่ทำให้เขาสนใจ อยากเรียนรู้และก้าวเข้ามาคลุกคลีในโลกของภาพยนตร์

“จนมาถึงวันนี้ผมได้เข้าใจแล้วว่าสิ่งที่ผมพยายามทำมันมาตลอดทั้งชีวิตนั้น ไม่ใช่เพราะผม อยากจะเดินตามความฝันของพ่อแต่เพราะความฝันในวันนั้นของพ่อได้กลายมาเป็นความฝันอันยิ่งใหญ่ของตัวผมไปเอง”

“ห้องหุ่น” จึงเป็นเสมือนผลงานที่ช่วยคลายปมในใจของผู้กำกับมาดเซอร์คนนี้ กัลป์ กัลย์จาฤก

———————–

ห้องหุ่น 2557