ประกาศผล Bioscope Award 2014 ภวังค์รัก-W-The Master คว้าหนังไทยแห่งปี

Home / ข่าวหนัง / ประกาศผล Bioscope Award 2014 ภวังค์รัก-W-The Master คว้าหนังไทยแห่งปี

Bioscope Award 2014

หลังจากที่ห่างหายกันไปถึง 5 ปี ตอนนี้ได้เวลากลับมาแล้ว สำหรับการมอบรางวัล Bioscope Award 2014 เพื่อเชิดชูและยกย่องผู้คนในวงการหนัง และเป็นหมุดหมายในการบันทึกเรื่องราวในวงการนี้ ตลอดปี 2557 ที่ผ่านมา โดยจัดงานมอบรางวัลไปในวันอาทิตย์ที่ 18 ม.ค. 58 ณ เทศกาลหนังเมืองแคน มหาวิทยาลัยขอนแก่น

5 สาขารางวัลต่อไปนี้ จะมีใครหรือเรื่องใด ตรงใจคุณผู้ชมหรือไม่ มาชมและปรบมือให้พวกเขาไปพร้อมๆกันเลย

**สาขา หนังไทยแห่งปี**

สาขา หนังไทยแห่งปี

 – วังพิกุล
ผู้กำกับ: บุญส่ง นาคภู่ / อำนวยการสร้าง: กลุ่มปลาเป็นว่ายทวนน้ำ
“…เป็นการทำงานที่แทบไม่ต่างจากเมื่อครั้งเขาทำ ‘คนจนผู้ยิ่งใหญ่’ ทว่ามันกลับเดินไปสู่จุดหมายที่แตะความรู้สึกของคนดูได้สำเร็จด้วยการต่อยอดประเด็นที่ คนจนฯ ได้ทิ้งไว้ และใส่อารมณ์ที่ถูกซ่อนในก้นบึ้งของคนทำ

– W
ผู้กำกับ: ชลสิทธิ์ อุปนิกขิต /อำนวยการสร้าง: ชลสิทธิ์ อุปนิกขิต และ บริษัท ป๊อปพิคเจอร์ จำกัด
“…W ได้รับการถ่ายทอดในช่วงเวลาที่ชลสิทธิ์เกิดคำถามมากมายต่ออนาคตการเป็นคนทำหนังในช่วงชีวิตสุดท้ายของการเป็นนักศึกษา ฉะนั้นหนังจึงไม่ได้รับการนำเสนอในสายตาพิพากษาจากผู้ใหญ่ เช่นหนังวัยรุ่นเรื่องอื่นๆ ที่มักสอดแทรกข้อคิดของผู้สร้างซึ่งอาบน้ำร้อนมาก่อน”

–  The Master
ผู้กำกับ: นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ /อำนวยการสร้าง: True Visions, 185 Equator และ Song Sound Production
“…The Master นอกจากจะเป็นการย้อนไปบันทึกห่วงเวลาสำคัญในวงการหนังไทย ที่แม้ไม่อาจถูกเขียนไว้ในตำราเล่มใด แต่มันสามารถแสดงให้เห็นถึงพลังเงียบที่สามารถเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการดูหนังได้อย่างเป็นรูปธรรม และมันส่งอิทธิพลต่อการดูหนังในปัจจุบันเช่นไร”

– ภวังค์รัก Concrete Clouds
ผู้กำกับ: ลี ชาตะเมธีกุล /อำนวยการสร้าง: Vertical Films, Far Sun Films และ Kick the Machine
“…‘ภวังค์รัก’ ยังเป็นหนังไทยเรื่องแรกที่มุ่งมั่นนำเสนอเรื่องราวและบรรยากาศของสังคมในช่วงเศรษฐกิจล่มสลายปี พ.ศ.2540 ด้วยการมองย้อนกลับไปด้วยสายตาที่พยายามทำความเข้าใจกับบริบทของสถานการณ์ นับเป็นหนังไทยที่ “ไม่ง่ายเลย” ในแง่การทำการตลาด ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทว่าลียังเลือกที่จะลงทุนทั้งแรงงานและเวลาไปกับมันอย่างไม่มีขีดจำกัด หนังจึงมีคุณค่ายิ่งในการดูดผู้ชมเข้าไปสำรวจโลกอันเปี่ยมมิติของตัวละครที่ซ้อนทับกับประสบการณ์จริงอันหลากหลายของผู้ชมเอง”

– ผู้บ่าวไทบ้าน อีสานอินดี้
ผู้กำกับ: อุเทน ศรีริวิ และ จิณณพัต ลดารัตน์ /อำนวยการสร้าง: บริษัท อิสรภาพ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์
“…หากสิ่งที่ทำให้อุเทนและจิณณพัต แตกต่างจากนักทำหนังหน้าใหม่ทั่วไป คือการมองตลาดบ้านเกิดเป็นลำดับแรกแล้วเดินหน้าเต็มกำลังโดยไร้ตำราเล่มใดมาแนะแนว ทั้งการเดินเข้าไปขอการสนับสนุนจากผู้ว่าราชการจังหวัดหรือการตระเวนนำหนังไปหาผู้คนตามพื้นที่แทบภาคอีสาน กลายเป็นลูกบ้าแบบซื่อๆ ที่ซื้อใจผู้คนจนได้รับความช่วยเหลือมากมายแม้จะไม่รู้จักกันมาก่อนเลยก็ตาม สุดท้ายไม่เพียงแต่หนังจะเสร็จสมบูรณ์ แต่ยังสามารถสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมให้ผู้คนได้พร้อมๆ กัน”

—————————

**สาขา คนทำหนังแห่งปี**

“…ผู้ผลิตทั้งสามรายได้ร่วมกันพิสูจน์ให้เราได้ประจักษ์ถึงการขยายตัวทางภาพยนตร์ที่สามารถสร้างฐานที่มั่นได้อย่างเสรี อันเป็นสัญญาณที่น่าสนใจยิ่งหากมันจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงระบบหนังไทยที่ผูกติดอยู่กับวิธีคิดจากส่วนกลางอันจำกัดความหลากหลายทางภาพยนตร์ในทุกมิติมาอย่างยาวนาน”

บริษัท สตูดิโอคำม่วน จำกัด

– บริษัท สตูดิโอคำม่วน จำกัด
“…นอกจากพวกเขาจะทำหนังแล้วยังทำเพลงและงานโปรดักชันอื่นๆ โดยอาศัยทรัพยากรที่มีในพื้นที่เกือบทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์และบุคลากร โดยนอกจากจะสร้างคนทำงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังรุ่นใหม่ที่ไม่ให้กระจุกตัวอยู่เฉพาะแค่ส่วนกลางแล้ว การลงปลักปักฐานถ่ายหนังที่นั่นยังเป็นการนำเสนอบรรยากาศและมุมมองที่แตกต่างอีกด้วย”

บริษัท วายุฟิล์ม จำกัด

– บริษัท วายุฟิล์ม จำกัด
“…พวกเขาคือกลุ่มคนทำหนังอิสระรุ่นใหม่ที่อยากทำหนังในจังหวัดเชียงใหม่ ด้วยการดิ้นรนทำหนังและสร้างกลุ่มแฟนคลับของตนเองที่เริ่มจากทักษะแบบมือสมัครเล่น ทว่าพวกเขาสามารถแสดงแสนยานุภาพได้ในหนัง ‘พี่ชาย My Bromance’ อันเกิดจากการสื่อสารกับวัยรุ่นในพื้นที่ด้วยภาษาเดียวกันจนเกิดความนสนิทสนมกันระหว่างผู้สร้างและแฟนคลับ นำไปสู่กระแสตอบรับสุดอบอุ่นเมื่อหนังได้ฉายเชียงใหม่เป็นที่แรก”

กลุ่มอีสานอินดี้

– กลุ่มอีสานอินดี้
“…พวกเขาได้พิสูจน์ตัวเองจากการพาหนังเดินทางไปหาคนดูด้วยวิธีที่ล้างความเชื่อทางการตลาดแบบเก่าๆ ไปเสียสิ้น เพราะหากประเมินจากหน้าหนังและเนื้อหาแล้ว ‘ผู้บ่าวไทบ้าน อีสานอินดี้’ น่าจะสร้างความนิยมในกรุงเทพฯ ได้ยาก และนั่นย่อมส่งผลต่อชะตากรรมของหนังในจังหวัดต่างๆ ต่อไป ทว่ากลุ่มอีสานอินดี้เลือกที่จะสื่อสารกับชาวอีสานอันเป็นกลุ่มเป้าหมายโดยตรง โดยใช้สื่อในชุมชนที่พวกเขารู้ดีว่าจะใช้ประโยชน์อย่างไรให้เกิดแรงสะเทือนสูงสุด”

—————————————

**สาขา การแสดงแห่งปี**

001

– พิชญะ นิธิไพศาลกุล จาก ตายโหง ตายเฮี้ยน ตอน ทุบ “กรรม”
“… บทบาทสุดท้าทาย ที่น้อยนักจะหลุดมาให้นักแสดงรุ่นใหม่ได้พิสูจน์ฝีมือ และกอล์ฟ ได้ใช้โอกาสนั้นคุ้มค่าที่สุด”

– เจนสุดา ปานโต จาก ภวังค์รัก Concrete Clouds
“…การแสดงเปี่ยมเทคนิคของ เจนสุดา ปานโต จากบทบาทของ ‘ทราย’ ใน ‘ภวังค์รัก Concrete Clouds’ สามารถลบล้างคำสบประมาทที่ว่า ‘นักแสดงที่คุ้นเคยกับการแสดงแบบเกินจริงในละครไม่เหมาะกับการแสดงในหนังที่เรียกร้องความสมจริงหรอก’ ได้อย่างหมดจดงดงาม”

– สุชาร์ มานะยิ่ง จาก รัก ลวง หลอน The Couple
“…จะว่าไปแล้ว บทอ้อมคือตัวละครที่อยู่ในหนังรัก ทว่ามีตัวแปรสำคัญคือถูกวิญญาณร้ายเข้าสิง ทำให้เธอต้องต่อสู้กับอะไรไม่รู้ที่กำลังครอบครองเธออยู่ ซึ่งสุชาร์สามารถถ่ายทอดออกมาในระดับที่น่าทึ่ง โดยเธอต่อต้านตนเองตั้งแต่สภาพจิตใจ ตัวตน และแม้กระทั่งต่อสู้กับร่างกายตัวเอง”

– จิรายุ ละอองมณี จาก ตุ๊กแกรักแป้งมาก
“…ใน ‘ตุ๊กแกรักแป้งมาก’ ก้าว – จิรายุ ละอองมณี รับบทเป็น ‘ตุ๊กแก’ เด็กหนุ่มที่มีความฝันอย่างแรงกล้าว่า อยากจะมีหนังเป็นของตัวเองสักเรื่องหนึ่ง ที่เล่าถึงความทรงจำครั้งเก่าระหว่างเขากับ ‘แป้ง’ เด็กหญิงที่เขาหลงรักเมื่อยังเป็นเด็ก ซึ่งแม้ก้าวจะถ่ายทอดตัวละครนี้ออกมาได้อย่างเจียมตัวเจียมใจ ทว่าก็ยังคุกรุ่นไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกอันหลากหลายที่รอการปะทุอยู่ภายใน”

—————————-

**สาขา หน้าใหม่น่าจับตา**

002

– จิรัศยา วงษ์สุทิน: ผู้กำกับภาพยนตร์สั้น วันนั้นของเดือน

–  มาสเตอร์ดีไซน์ และ ขุนแผนภาพยนตร์

– Mosquito Films Distribution

– ตรีเพชร รุกขชาติ: โปรดิวเซอร์ The Rocket

————————–

**รางวัลดวงกมล (ผู้มีบทบาทต่อวงการหนังไทย)**

พันนา ฤทธิไกร

 – พันนา ฤทธิไกร
“…แม้วันนี้พันนาจะจากไปก่อนวันที่เขาจะได้รับการเชิดชูอย่างสมศักดิ์ศรี ทว่าสิ่งที่เขาได้ทิ้งไว้ให้โลกใบนี้ ไม่ใช่เพียงงานออกแบบฉากต่อสู้โลกโผนที่สร้างความตื่นตะลึงให้คนดูหนังทั่วโลก แต่เป็นการสร้างบุคลากรสตันท์ไทยที่กระจายกันไปเติบโต ทั้งยังสร้างแรงบันดาลใจให้คนอีกมากมายได้ต่อยอดงานมาร์เชียลอาร์ทไทยไปสู่การยอมรับในระดับสากล”

บริษั จีเอ็มเอ็ม ไท หับ จำกัด (GTH)

– บริษั จีเอ็มเอ็ม ไท หับ จำกัด (GTH)
“..จีทีเอชได้พอสูจน์ให้เห็นได้อย่างดีว่าความสำเร็จเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือเป็นเพราะคุณงามความดีของการทำงานส่วนใดส่วนหนึ่ง แต่เป็นเพราะค่ายนี้รักและใส่ใจในหนังทุกเรื่องในทุกกระบวนการผลิต ก่อนที่มันจะเดินทางไปสื่อสารกับผู้ชม แต่นั่นยังไม่เป็นคุณูปการต่อหนังไทยมากเท่าการที่จีทีเอชมักเป็นทัพหน้าในการสร้างมาตรฐานใหม่อยู่เสมอกระตุ้นให้วงการหนังไทยในภาพรวมไม่นิ่งเฉยกับการพัฒนาผลงานอย่างต่อเนื่อง”

————————————————————

**หนังไทยน่าพูดถึง ปี 2557** (ไม่มีรางวัล แต่โดดเด่น จนอดพูดถึงไม่ได้)

หนังไทยน่าพูดถึง

– สายน้ำติดเชื้อ ก้าวไปอีกขั้นจาก ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ
– ทาสรักอสูร
ความรักของผู้กำกับ ที่มีแก่ขนบหนังตบจูบในอดีต
– ไอฟาย..แต้งกิ้ว..เลิฟยู้
หนังที่ผู้สร้างรู้ว่าตัวเองกำลังทำหน้าที่อะไร สื่อสารกับใคร
– รักภาษาอะไร เ
สน่ห์อันฟุ้งกระจายของคู่พระนาง จนลบข้อบกพร่องไปได้
– ห้องหุ่น
ตีความบทประพันธ์ของบรรพบุรุด้วยมุมมองสุดท้าทาย ท้าทายตลาดหนังไทยด้วย
– เร็วทะลุเร็ว
ผลงานที่ปล่อยความบ้าอย่างเต็มที่ พาหนังไปอยู่จุดที่ตะลึง
– Mother อีกคนทำหนังที่มีแนวทางน่าสนใจ เล่าแบบหนังทดลอง มองชีวิตครอบครัวอย่างสะเทือนอารมณ์
– ตุ๊กแกรักแป้งมาก บันทึกจากก้นบึ้งของคนทำหนังที่มีมุมมองต่อชีวิตการทำหนังของเขาเอง

——————————————————————-

ภาพบรรยากาศของงานมอบรางวัล

*****

รางวัลแรกในฐานะ “นักแสดง” ขอบคุณBioscope award ครับ

รูปภาพที่โพสต์โดย GOLFPICHAYA (@golfpichaya) เมื่อ

  *******

———————————————————————

โดยรางวัล Bioscope Award นี้ จัดขึ้นครั้งแรก เมื่อปี 2546 ซึ่งในการมอบรางวัลครั้งล่าสุดนี้ ถือเป็นการครบรอบ 15 ปีพอดิบพอดี และนี่คือผลรางวัลในปีก่อนๆ ที่เราเอามาฝากคุณผู้ชม ให้ได้ย้อนเวลากัน

ปี 2546
คนทำหนังแห่งปี: หับ โห้ หิ้น ฟิล์ม
หนังไทยแห่งปี: องค์บาก, คืนบาปพรหมพิราม, สุดเสน่หา, เรื่องรัก น้อยนิด มหาศาล, แฟนฉัน
หน้าใหม่น่าจับตา: พนม ยีรัมย์, ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล, 6 ผู้กำกับแฟนฉัน
ผู้มีบทบาทต่อวงการหนังไทย: มูลนิธิหนังไทย, ดวงกมล ลิ่มเจริญ, Fat Radio

ปี 2547
คนทำหนังแห่งปี: อภิชาติพงษ์ วีระเศรษฐกุล
หนังไทยแห่งปี: โหมโรง, ทวิภพ, สัตว์ประหลาด, หัวใจทระนง
หน้าใหม่น่าจับตา: ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ, บรรจง ปิสัญธนะกูล, บริษัท ที่ฟ้า, โรงภาพยนตร์ เฮ้าส์ รามา, ปิติศักดิ์ เยาวนานนท์
รางวัลดวงกมล (ผู้มีบทบาทต่อวงการหนังไทย): โดม สุขวงศ์

ปี 2548 – 2549 ไม่มีการมอบรางวัล

 

ปี 2550
คนทำหนังแห่งปี: พันธุ์ธัมม์ ทองสังข์
หนังไทยแห่งปี: Final Score 365 วัน ตามติดชีวิตเด็กเอนท์, มะหมาสี่ขาครับ,แสงศตวรรษ,รักแห่งสยาม
หน้าใหม่น่าจับตา: สุชาติ สวัสดิ์ศรี, ปวีณ ภูริจิตปัญญา, บริษัท ป๊อป พิคเจอร์ จำกัด
รางวัลดวงกมล (ผู้มีบทบาทต่อวงการหนังไทย): ชมรมหนังสั้นแห่งประเทศไทย, กลุ่มไทยอินดี้, ทุกคนที่เชื่อในเสรีภาพของภาพยนตร์
ปี 2551

คนทำหนังแห่งปี: ไม่มีผู้ใดได้รับรางวัล

หนังไทยแห่งปี: Wonderful Town, สะบายดีหลวงพระบาง, พลเมืองจูหลิง, บริเวณนี้อยู่ภายใต้การกักกัน, มูอัลลัฟ

หน้าใหม่น่าจับตา: นัฐพล วงศ์ตรีเนตรกุล, บริษัท เอ็กซ์ตร้า เวอร์จิ้น จำกัด, Third Class Citizen

รางวัลดวงกมล (ผู้มีบทบาทต่อวงการหนังไทย): กิตติศักดิ์ สุวรรณโภคิน, ฟิล์มไวรัส, สำนักเปี๊ยก โปสเตอร์

ปี 2552
คนทำหนังแห่งปี: อุรุพงษ์ รักษาสัตย์
หนังไทยแห่งปี: เฉือน, ฝันโคตรโคตร, สวรรค์บ้านนา, เจ้านกกระจอก
หน้าใหม่น่าจับตา: บริษัท อิเล็กทริค อีล ฟิล์ม, บรรจง สินธนมงคลกุล, สุทธิพร ทับทิม
รางวัลดวงกมล (ผู้มีบทบาทต่อวงการหนังไทย): ก้อง ฤทธิ์ดี, จีทีเอช และรถไฟฟ้า มาหานะเธอ, พรบ. ภาพยนตร์และวีดีัศน์ พ.ศ. 2551

ปี 2553 – 2556 ไม่มีการแจกรางวัล

ติดตามอ่านข้อมูลภาพยนตร์ทุกเรื่องของ Bioscope Award 2014 แบบเต็มๆ ได้ที่ นิตยสาร Bioscope World Cinema Issue

003

————————