รื้อหิ้งหนังเก่า : Cube (1997) – ลูกบาศก์ ระทึก!!

Home / ข่าวหนัง, ข่าวหนังลงแผ่น / รื้อหิ้งหนังเก่า : Cube (1997) – ลูกบาศก์ ระทึก!!

Cube (1997) – ลูกบาศก์ ระทึก!!Cube Poster

ลองจินตนาการดูว่า หากเราตื่นขึ้นมาในห้องสี่เหลี่ยมแปลกตาโดยที่ก็ไม่รู้ตัวว่ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร มิหนำซ้ำเรายังถูกขังร่วมกับคนอีก 6 คน ต่างอายุต่างที่มา ในห้องนี่มีประตูติดอยู่ทั้ง 6 ด้านของพนัง (รวมทั้งด้านบนและล่างด้วย)

เมื่อพวกเขาเดินไปเรื่อยๆ ก็พบว่า ทั้งเจ็ดคนถูกขังอยู่ในเขาวงกตที่เชื่อมต่อด้วยห้องทรงลูกบาศก์นี้เป็นร้อยพันห้อง แถมบางห้องยังมีกับดักที่พร้อมจะฆ่าพวกเขาได้ตลอดเวลา มีเพียงทางออกเดียวเท่านั้นที่พวกเขาจะรอด คือการร่วมมือกันหาทางออกจากที่นี่ด้วยความสามารถเฉพาะตัวที่แต่ละคนมี…ซึ่งมันคงจะสำเร็จ หากพวกเขายังพอคุ้มสติ จนไม่บ้าคลั่งฆ่ากันเองไปเสียก่อนนะ !!

ภาพยนตร์ไซ-ไฟ , เขย่าขวัญทุนต่ำแต่ล้ำไอเดียเรื่องนี้ เป็นผลงานแจ้งเกิดของ วินเซนโซ นาตาลี (Vincenzo Natali – งานในยุคหลังๆ ก็เช่น Splice ในปี 2009 และล่าสุดกับการกำกับซีรีส์ Hannibal) นักทำหนังชาวแคนาดาที่ทำหนังเรื่องเป็นเรื่องแรก ภายใต้ทุนสร้างอันน้อยนิดเพียง 350,000 เหรียญแคนาดา นาตาลีซึ่งเคยทำงานเป็นนักวาดสตอรี่บอร์ดในสตูดิโอผลิตการ์ตูนตอนเช้าวันหยุดสำหรับเด็ก เล่าว่า บรรดาการ์ตูนตอน 8 โมงเหล่านี้นี่แหละ ที่สอนการเล่าเรื่องให้กับตัวเขา จนมาเป็นงานชิ้นแรกในที่สุด

“รู้ไหม งานของผมก็คือ การเอาบทมาแตกเป็นฉากๆ แล้วมาเรียบเรียงมัน จริงๆ ผมแทบจะกำกับมันในขั้นตอนนี้อยู่แล้วนะ เพียงแต่ผมต้องไปพรีเซ็นต์งานกับผู้กำกับการ์ตูนอีกทีว่าเขาจะอนุมัติให้ผมเล่าแบบนี้หรือไม่ …ที่นี่ ผมได้เรียนรู้การเล่าเรื่องแบบคลาสสิค ที่ซับซ้อนน้อยที่สุดเพื่อที่แม้แต่เด็กเล็กๆ ก็สามารถดูเข้าใจได้ ซึ่งมันทำให้ผมได้เรียนรู้การเล่าเรื่องที่เรียบง่ายด้วยวิธีประหยัดๆ ได้”Cube 03

เช่นเดียวกับใน CUBE ที่โครงเรื่องนั้นแสนจะง่ายดาย เพราะว่าด้วยคน 7 คนที่ต้องการหาทางออกให้ได้ แม้ว่าในเรื่องจะมีการใช้กฏทางคณิตศาสตร์มาเกี่ยวข้องกับตัวเรื่อง แต่นาตาลีก็สามารถเล่ามันให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นด้วยการใช้ภาพมาช่วยเล่าเรื่อง

กระนั้น นาตาลีและ อังเคร บิเจลิค (Andre Bijelic) เพื่อนสนิทที่เขียนบทร่วมกันในเรื่องนี้ ก็ต้องลำบากมากในการพิสูจน์ให้นายทุนเห็นว่า เรื่องที่เขาเล่ามันสนุกและไม่ได้เข้าใจยากอย่างที่คิด ทั้งสองจึงลงทุนควักเงินส่วนตัวเพื่อทำขึ้นเพื่อกรุยทางสู่การทำหนังยาวเรื่องนี้ ด้วยการทำ Elevated หนังสั้นยาว 20 นาที เพื่ออธิบายให้นายทุนเข้าใจว่า CUBE จะเล่าเรื่องอย่างไร

https://www.youtube.com/watch?v=tdpvpPRqMlI

จนสุดท้ายนาตาลีก็ได้ทำหนังเรื่องนี้ (ด้วยทุนอันจำกัดจำเขี่ย) แต่มันก็ยังไม่จบ เมื่อนรกที่แท้จริงของพวกเชา คือการออกกองไปถ่ายทำหนังเรื่องนี้ ทั้งฉากที่สั่งทำเป็นห้องลูกบากศ์ ก็ดันไม่สามารถเปิดประตูจริงๆ ได้ จนพวกเขาต้องแก้ปัญหาด้วยการถ่ายฉากที่ไม่มีการเปิดประตูไปก่อน แต่กระนั้น ไอ้จะไปสร้างฉากขึ้นใหม่สำหรับพวกเขาก็เป็นไปไม่ได้ เพราะนั่นหมายถึงการผลาญงบเกือบทั้งหมดไปในพริบตา

“สำหรับ CUBE ทุกอย่างเริ่มต้นด้วยความผิดพลาด และมันก็พลาดต่อไปเรื่อยๆ จนทำให้ผมคิดว่า หลังจากจบเรื่องนี้ไปแล้ว มันคงทำให้ผมทำหนังเรื่องต่อไปได้ดีกว่านี้แน่ๆ !! แต่ในทางกลับกัน ถ้าผมทำไม่สำเร็จ ก็เท่ากับปิดประตูอนาคตของผมในวงการนี้ไปได้เลย ซ้ำร้าย นี่เป็นหนังที่ต้องใช้ฉากเดิมทุกๆ วัน ไม่มีการเปลี่ยนฉากเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ในหนัง ผมจึงตัดสินใจโยนซ็อตภาพที่คิดมาโยนทิ้งไปเกือบครึ่ง แล้วไปนั่งปรึกษากับผู้กำกับภาพซึ่งมีประสบการณ์มากกว่าเพื่อแก้ปัญหาในการคิดมุมภาพใหม่ๆ ให้เข้าใจง่ายที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งกลายเป็นว่า พอเราเข้าสู่กระบวนการตัดต่อแล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นกลายเป็นเรื่องดี ที่ช่วยให้ภาพที่ออกมาดูไม่เฉพาะเจาะจงจนเกิดไป และเอื้อให้สามารถตัดต่อได้หลากหลายแบบมากขึ้น”Cube 02

หลังจากนั้น CUBE ไปเปิดตัวที่เทศกาลหนังโตรอนโต และคว้ารางวัลเล็กๆ ในเทศกาลอย่าง “รางวัลหนังเรื่องแรกยอดเยี่ยมของผู้กำกับชาวแคนาดา (Best Canadian First Feature Film)”  มาครองได้ แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ช่วยให้หนังทำรายได้ดีนัก หนังทำเงินได้ต่ำมากในอเมริกาและเข้าขั้นน่าอับอายในแคนาดาบ้านเกิดของนาตาลีเอง แต่ปรากฏว่า CUBE กลับไปกวาดเงินในญี่ปุ่นและฝรั่งเศสแบบพลิกคากหมายนำสิบล้าน ซึ่งนาตาลีก็พูดติดตลกถึงความล้มเหลวและความสำเร็จของหนังเรื่องนี้ว่า “ผมเดาว่า ผู้จัดจำหน่ายหนังที่ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส หรือประเทศอื่นๆ ที่ได้เงินนอกจากอเมริกาและที่นี่ (แคนาดา) คงเข้าใจตัวหนังได้ดีกว่า และรู้ว่ายังมีคนบ้าหนังไซ-ไฟแบบเดียวกับตัวผมในประเทศของเขาเหมือนกัน”

Cube 01

นาตาลีปิดท้ายถึงบทเรียนจากการทำหนังเรื่องแรกของตนว่า มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย ที่เหล่าผู้กำกับหน้าใหม่ๆ จะพิสูจน์ตัวเองได้ทันทีจากหนังเรื่องเดียว ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ต้องระลึกถึงการทำหนังเพื่อเข้าสู่เงื่อนไขของตลาดหนังที่ทำเพื่อคนหมู่มาก นั่นคือตัวตนและความสดใหม่ที่แตกต่างนั่นเอง

“ผมได้เรียนรู้ว่า หนังยิ่งดีขึ้นเมื่อเราสร้างมันให้ง่ายขึ้น เดิมที CUBE เต็มไปด้วยสเปเชียลเอฟเฟ็กซ์และการใช้สตั้นต์ซึ่งต้องตัดทิ้งทั้งหมดเพราะเราไม่มีเงินมากขนาดนั้น ผมต้องเรียนรู้ที่จะโยนทิ้งบางสิ่งบ่งอย่างไปเพื่อให้หนังออกมาดีที่สุด แต่อีกอย่างหนึ่งที่คนทำหนังหน้าใหม่อย่างผมต้องระลึกถึงตลอดเวลา คือในขณะที่เรากำลังทำหนังแบบเดียวกับที่มีอยู่แล้วในตลาด จงอย่าลืมว่า คนดูคาดหวังความสดใหม่จากนักทำหนังคนใหม่ๆ เสมอ ดังนั้น…จงสร้างบางสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่ในขณะเดียวกันมันก็ยังเป็นตัวของคุณด้วย!”

– เรียบเรียงจากคอลัมน์ “ครั้งแรก” ในนิตยสาร BIOSCOPE # 23 (ตุลาคม 2546)