หนังโลกที่เราอยากดู : The Tribe (2014) – ไม่มีอะไรจะพูด

Home / ข่าวหนัง, ข่าวหนัง arthouse สารคดี / หนังโลกที่เราอยากดู : The Tribe (2014) – ไม่มีอะไรจะพูด

The Tribe (2014) – ไม่มีอะไรจะพูดThe Tribe - poster

พระเอกเข้าโรงเรียนใหม่ โรงเรียนประจำที่แบ่งแยกชนชั้นในทางปฏิบัติอย่างเข้มข้น โรงเรียนแบบประเทศกึ่งพัฒนาที่พาดเกี่ยวกับอาชญากรรมและโสเภณี มีมาเฟียกร่างอำนาจใช้ชีวิตเป็นใหญ่อยู่ในรั้วนี้ หนทางเดียวที่เขาจะใช้ชีวิตอยู่ได้คือก่อเรื่องไต่เต้าสร้างความประทับใจให้เหล่าบิ๊กๆ แต่แล้วก็ดันไปสปาร์คกับหนึ่งใน ‘เด็ก’ ของหัวหน้าใหญ่ – ต่อจากนี้คงไม่ต้องเดาเพราะเดินมาเป็นไม้บรรทัดเสียขนาดนี้ แล้วมันน่าสนใจตรงไหน?

คำตอบ : โรงเรียนประจำใน The Tribe คือโรงเรียนพิเศษสำหรับคนพิการทางหู หนังเรื่องนี้ใช้ภาษามือทั้งเรื่องโดยไม่มีเสียงวอยซ์โอเวอร์และซับไตเติล! แถมยังถ่ายภาพกว้างจนแม้กระทั่งผู้พิการทางหูเองก็อาจมองภาษาจาก ‘มือ’ ได้ไม่ชัดเจนThe Tribe 02

มิโรสลาฟ สลาโบชพิตสกี (Miroslav Slaboshpitsky) ทำหนังยาวเรื่องแรกคล้ายดัดแปลงจากหนังสั้นของเขาเรื่อง Deafness (2010) ที่เล่าเรื่องในโรงเรียนพิเศษแบบนี้เช่นกัน (ซึ่งเน้นการออกแบบเสียงประกอบรอบข้างให้พิเศษและสร้างบรรยากาศ) สำหรับเขาแล้ว The Tribe “เป็นการแสดงความเคารพต่อหนังเงียบ ที่นักแสดงต้องสื่อสารกับคนดูผ่านทักษะคล้ายละครใบ้

“ตอนนี้ผมเห็นแทบทุกปีที่มีคนเริ่มเดินตามเทรนด์ทำหนังเงียบ แต่ทั้งหมดก็เป็นแค่การหยิบจับสไตล์มายำเท่านั้น” พูดซะไม่เกรงใจ The Artist กับ Blancanieves กันเลย “เป้าหมายหลักของผมคือทำหนังเงียบที่สมจริงและเป็นธรรมชาติ ซึ่งไม่ต้องใช้คำพูดหรือตัวอักษรใดๆ เราก็เข้าใจทุกอย่างที่ปรากฏตรงหน้าได้ ท่ามกลางหนังจำนวนมากที่คุณแค่ฟังเสียงแล้วตัวทำอย่างอื่นก็รู้เรื่องทะลุปรุโปร่ง หรือหนังประเภทที่นักแสดงยืนเงียบอย่างเดียว ตอนนี้ผมเจออีกเส้นทางหนึ่งซึ่งก็คือภาษามือ ในทางหนึ่งมันคล้ายการเต้นรำ บัลเลต์ หรือละครคาบุกิ โดยตัดความหวือหวาเกินจริงทั้งหมดออก เพราะนี่คือวิธีการที่ผู้คนเหล่านี้ใช้สื่อสารกันในสถานการณ์ปกติ”The Tribe 01

แน่นอนว่าเขาเลือกใช้นักแสดงที่พิการทางหูจริงๆ เท่านั้น โดยใช้เวลาแคสติงอยู่ราวหนึ่งปีผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค และได้ผู้พิการทางหูที่ใช้ชีวิตใกล้เคียงกับสภาพความกดดันที่ปรากฏในหนังเกือบทั้งหมด “ผมไม่เคยคิดเรื่องใช้นักแสดงที่ ‘ได้ยินเสียง’ มาเล่นเรื่องนี้เลย นอกจากภาษามือ ภาษากายที่เป็นธรรมชาติของพวกเขา เกิดขึ้นเพราะพวกเขาพิการทางหู มนุษย์ที่สามารถพูดหรือได้ยินเสียงได้ ใช้แค่กล้ามเนื้อหน้าเพื่อสื่อสาร ในขณะที่พวกเขาต้องใช้ทั้งร่างกายในการพูดคุยกันแต่ละครั้ง” ธรรมชาติและความสมจริงของพวกเขาถูกใช้ในหนังเรื่องนี้ได้อย่างน่าสนใจ เมื่อตัวละครผู้พิการทางหูทั้งหลายอยู่ในบริบทที่เรามักไม่เห็นบนจอภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็นความรุนแรง อาชญากรรม และฉากเซ็กซ์ที่เปลือยกายต่อหน้ากล้อง (หนังหยิบภาพนักแสดงชายหญิงเปลือยกายและสื่อสารภาษามือกันมาเป็นจุดขายทั้งในภาพนิ่งและโปสเตอร์)The Tribe 03

ความเคลื่อนไหวถัดจากนี้น่าจับตามองอย่างยิ่ง การที่หนังได้รับการยอมรับที่คานส์ได้สถาปนาชื่อเสียงและสไตล์ของหนังไปเรียบร้อยและอาจมีส่วนช่วยผลักดันให้หนังภาษามือหรือหนังเพื่อผู้พิการทางหูเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวงการภาพยนตร์โลก หลังจากที่ผู้กำกับภาพยนตร์ซึ่งพิการทางหูจำนวนหนึ่งพยายามผลักดันแนวคิดนี้มาตลอดและแม้จะเล่าเรื่องที่เรียบง่ายไม่ซับซ้อน ก็ผลักพรมแดนให้ผู้พิการทางหูบนจอภาพยนตร์หลุดพ้นจากการถูกนำเสนอปัญหาความพิการแบบเฉพาะเจาะจง แต่แสดงให้เห็นว่าพวกเขาคือส่วนหนึ่งของสังคมมนุษย์ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ ความรู้สึก และความขัดแย้ง

**เรียบเรียงจาก BIOSCOPE Special Issue – 100 หนังโลกแห่งปี 2013 ที่ ‘ต้องดู’
Online Only on MBOOKSTORE.COM and OOKBEE Store