รื้อหิ้งหนังเก่า : Morvern Callar (2002) – Dedicated to the One I Love

Home / ข่าวหนัง, ข่าวหนัง arthouse สารคดี / รื้อหิ้งหนังเก่า : Morvern Callar (2002) – Dedicated to the One I Love

Morvern Callar (2002) – Dedicated to the One I Love

MORVERN CALLAR, poster art, 2002, ©Palisades Pictures
MORVERN CALLAR, poster art, 2002, ©Palisades Pictures
(เปิดเผยความลับของหนัง)

ชื่อของ ลินน์ แรมเซย์ (Lynne Ramsay – ที่บ้านเราคงจะคุ้นจากงานชิ้นล่าสุดเมื่อปี 2011 อย่าง We Need to Talk About Kevin) แม้จะไม่คุ้นหูในวงกว้างมากนัก แต่เธอคือผู้กำกับหญิงชาวสก็อตแลนด์ที่ถูกจับตามองจากงานกำกับเพียง 2 ชิ้นแรกของเธอเองเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ตั้งแต่งานกำกับหนังยาวเรื่องแรกอย่าง Ratcatcher (1999) หนัง Coming of Age ที่ว่าด้วยเด็กชายวัย 12 ขวบ ที่เผลอฆ่าเพื่อนตายอย่างไม่ได้ตั้งใจ! ไปจนถึงหนังเรื่องนี้ ที่ตัวละครเอกต้องชีวิตพลิกผัน ด้วยความตายของใครอีกคนหนึ่งเช่นกัน

Morvern Callar เป็นทั้งชื่อหนังเรื่องนี้ และชื่อของตัวละครนำ โดยดัดแปลงมาจากนิยายที่เคยถูกบอกว่าไม่สามารถดัดแปลงมาเป็นภาพยนตร์ได้ของ อลัน วอร์เนอร์ (Alan Warner) นักเขียนชาวสก็อตที่เล่าเรื่องผ่านการใช้สรรพนามบุรุษที่หนึ่งตลอดทั้งเรื่อง แต่เมื่อแรมเซย์ดัดแปลงเป็นภาพยนตร์กลับไม่มีการใช้เสียง Voice Over แบบในนิยายเลย แถมตัวเอกในเรื่องนี้ (ที่รับบทโดย ซาแมนธา มอร์ตัน – Samantha Morton นักแสดงยอดฝีมือชาวอังกฤษ ที่หลายคนคุ้นหน้าจากหนังอย่าง Minority Report, In America, Control หรือ Synecdoche, New York เป็นต้น) ก็แทบจะไม่เอ่ยปากปริประโยคออกมาสักเท่าไหร่ ซึ่งนี่คือความจงใจกั้นรั้วระหว่างคนดูกับตัวละครของแรมเซย์ เพื่ออยากให้ผู้ชมค่อยๆ สังเกตและเรียนรู้ตัวคอลลาร์ไปทีละน้อย

Morvern Callar 02

มอร์เวิร์น คอลลาร์ เป็นพนักงานในซุปเปอร์มาเก็ตสาววัย 21 ใช้ชีวิตในเมืองเล็กๆ ของสก็อตแลนด์ร่วมกับแฟนหนุ่มผู้ใฝ่ฝันอยากเป็นนักเขียน…ทว่า ภาพแรกของหนังเรื่องนี้ คือการที่ตัวคอลลาร์ ตื่นมาพบแฟนของเธอในสภาพจมกองเลือดในห้องพัก แสงไฟคริสต์มาสกระพริบเป็นระยะในห้องที่มืดสลัว – ใช่แล้ว แฟนของเธอฆ่าตัวตายในวันคริสต์มาสอีฟ – หากแต่เขาได้ทิ้งจดหมายลาตายไว้ พร้อมข้อความที่ว่า “ขอโทษนะ อย่าพยายามเข้าใจเลย ดูเหมือนว่านี่จะเป็นสิ่งถูกต้องที่สุดแล้วที่ฉันควรทำ” พร้อมคำเสีย และสิ่งของต่างๆ ที่ทิ้งไว้ให้ ทั้งเงินค่าทำศพที่ฝากไว้ในบัญชีธนาคาร, นวนิยายที่เขาเขียนเสร็จแล้วในคอมพิวเตอร์ และขอให้มอลลาร์พิมพ์ส่งเสนอสำนักพิมพ์ให้หน่อย พร้อมของขวัญเล็กๆ น้อยๆ อันได้แก่ แจ็คเก็ตหนัง ไฟแช็ค และเครื่องเล่นเทปวอล์กแมนพร้อมเทปรวมเพลงที่เขาอัดให้เธอไว้

แม้ดูเป็นสถานการณ์ชวนเหวอ จนคนดูลุ้นว่าคอลลาร์จะจัดการยังไง แต่สุดท้ายเธอกลับเลือกวิธี ‘ไม่จัดการอะไรเลย’ ด้วยการทิ้งศพไว้เฉยๆ และสวมวอล์กแมนพร้อมเทปม้วนนั้นออกนอกบ้านไปเที่ยวผับกับเพื่อน – เทปม้วนนี้ คือสิ่งสำคัญที่จะพาเราไปสำรวจตัวของคอลลาร์ผ่านเพลงต่างๆ ที่แฟนเธอเลือกไว้ให้ ในเมื่อตัวของคอลลาร์แทบไม่พูดหรือระบายความรู้สึกใดๆ ผ่านสีหน้าเลย ซึ่งบรรดาเพลงที่ใช้ในหนังเรื่องนี้ก็หลากหลายแนวคละเคล้ากันไป ทั้งเพลงแนวไซคีเดอร์ลิกร็อค (วง CAN) อีเล็กโทรนิค (Aphex Twin, Stereolab) หรืออาร์ตร็อค (The Velvet Underground) เป็นต้น

Morvern Callar 05

ที่ผับคอลลาร์พบเพื่อนสนิทอย่าง ลานนา เธอทำตัวปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หากมีใครเอ่ยถามถึงแฟน คอลลาร์ก็ได้แต่ตอบไปว่า “เขาทิ้งฉันไปแล้ว” เธอใช้ชีวิตสุดเหวี่ยง เมามาย เต้นรำ นอนกับใครก็ได้ คล้ายเธอพยายามจะกลบความเศร้าและเจ็บปวดเอาไว้ แต่เมื่อเธอเดินทางกลับบ้าน เธอก็ยังไม่จัดการศพ และใช้ชีวิตคล้ายมันเป็นเพียงสิ่งของสักชิ้นในบ้าน

สุดท้าย เมื่อศพเริ่มเน่าส่งกลิ่น คอลลาร์จัดการหันศพเป็นชิ้นๆ เพื่อนำไปฝังยังที่ห่างไกลในชนบท ในขณะเดียวกัน เธอเปิดคอมพิวเตอร์ ลบชื่อของแฟนหนุ่ม และเปลี่ยนชื่อเธอเป็นผู้เขียนแทน ก่อนจะพิมพ์ทั้งหมดส่งสำนักพิมพ์ในแบบที่ไม่สนใจด้วยซ้ำว่ามันจะเป็นยังไง…ดูคล้ายทั้งหมดอาจเป็นการแก้แค้นของเธอต่อแฟนหนุ่มก็เป็นได้

Morvern Callar 01

คอลลาร์ถอนเงินในบัญชีที่แฟนหนุ่มทิ้งให้เป็นค่าทำศพ และชวนลานนาไปเที่ยวสเปน ครึ่งหลังของเรื่องนี้ Morvern Callar กลายเป็นหนัง Road Movie มิใช่ในเชิงการเดินทางในเชิงกายภาพเท่านั้น แต่มันคือ “การเดินทางในจิตใจ” ของตัวคอลลาร์เองอีกด้วย เธอไปเที่ยวตามที่ต่างๆ อันห่างไกล ไปตามสถานบันเทิงเพื่อหาชายหนุ่มสักคน หนึ่งในนั้นได้รับข่าวร้ายว่าแม่เสียชีวิตระหว่างอยู่ด้วยกันสองต่อสอง ก่อนที่ท้ายที่สุด คอลลาร์ก็รู้ตัวว่า เธอกำลัง “หลงทาง” และตัดสินใจหันหน้ากลับไปเผชิญหน้ากับความจริงที่เธอเดินหนีมาตลอด

ในขณะชมหนังเรื่องนี้ เราอาจงุนงงในการตัดสินใจหลายๆ อย่างของเธอ หากสิ่งที่เราเห็นภาพภายนอกที่ดูเหมือนสุขกายสบายดีของคอลลาร์ หนังกลับมอบอารมณ์ความรู้สึกอันจมดิ่งสิ้นหวังไร้ทางออกแก่ผู้ชม จนเราเองก็อดคิดไม่ได้ว่า หากเราต้องอยู่ในภาวะเช่นเธอจะตัดสินใจทำอย่างไร

Morvern Callar 03

…ซีนจบของหนังเรื่องนี้ คอลลาร์กลับมาอยู่ในผับเดิมที่ตัวเธอคุ้นเคย ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับลานนาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปหลังกลับจากสเปน ขณะที่ผู้คนเบียดเสียดแน่นขนัดท่ามกลางแสงไฟวูบวาบ คอลลาร์หยิบวอล์กแมนเครื่องเดิมขึ้นมาฟัง เพลง Dedicated to the One I Love ของ The Mamas and the Papas ดังขึ้น ภาพที่จับใบหน้าอันเหมือนเรียบเฉยของเธอ ที่พลางสอดส่ายสายตาเหมือนหาอะไรบางอย่าง พร้อมกับเนื่อเพลงที่เหมือนแทนความรู้สึกเธอ ณ ขณะนี้

“While I’m far away from you, my baby
I know it’s hard for you, my baby
Because it’s hard for me, my baby
And the darkest hour is just before dawn

Each night before you go to bed, my baby
Whisper a little prayer for me my baby.
And tell all the stars above
This is dedicated to the one I love.

Love can never be exactly like we want it to be.
I could be satisfied knowing you love me.
There’s one thing I want you to do especially for me
And it’s something that everybody needs.

While I’m far away from you, my baby…”

***เรียบเรียงจาก BIOSCOPE ฉบับที่ 15 (กุมภาพันธ์ 2546)