หนังโลกที่เราอยากดู : Arabian Nights (2015)

Home / ข่าวหนัง, ข่าวหนัง arthouse สารคดี / หนังโลกที่เราอยากดู : Arabian Nights (2015)

Arabian Nights (2015)
มหากาพย์แสนเศร้า กับเรื่องเล่า ในพันหนึ่งรัตติกาล

รูัจักผู้กำกับ มิเกล โกเมซ (Miguel Gomez) แบบเต็มๆ ได้
ในสกู๊ป ‘มิเกล โกเมซ มหัศจรรย์แห่งภาพยนตร์’ โดย ดาวุธ ศาสนพิทักษ์
ใน BIOSCOPE ฉบับที่ 161 (มิ.ย. 2558) ปก Long Live Cinema!-รวมเด็ดหนังเทศกาลโลก

 

arabian nights - poster

‘อาหรับราตรี’ (Arabian Nights) หรือ ‘พันหนึ่งราตรี’ (One Thousand and One Nights) ที่เรารู้จักกันนั้น เป็นการรวมหลากเรื่องเล่าปรัมปราของนางชาห์ราซาด (Scheherazade) ลูกสาวมหาอำมาตย์ผู้ถวายตัวเป็นมเหสีของชาห์เรียร์ (Shahryar) เพื่อตั้งใจหยุดเหตุหฤโหดที่กษัตริย์ เปอร์เซียผู้นี้หลับนอนกับสาวพรหมจรรย์ทุกคืนก่อนจะสั่ง ประหารชีวิตพวกนางในเช้าวันถัดมาด้วยความเคียดแค้นที่ เคยถูกพระชายาสวมเขา โดยชาห์ราซาดใช้วิธีเล่านิทานสนุกระทึกใจทุกๆ คืนแล้วค้างเอาไว้ในยามรุ่งสางตอนที่เรื่องกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม เพื่อชาห์เรียร์จะได้ไว้ชีวิตให้เธอกลับมาเล่าต่อไป

เรื่องเล่าเหล่านั้นตีวงกว้างตั้งแต่เรื่องชิงรักหักสวาท โศกนาฏกรรม ตำนานประวัติศาสตร์ ตลกล้อเลียน บทกวี ไปยันปลุกใจเสือป่า ตัวละครมีทั้งพระราชา พ่อค้า นักรบ ทาส นักเวทย์ ไปจนถึงภูตผี อันส่งผลให้ ‘อาหรับราตรี’ ได้ รับความนิยมจนถูกนำมาเล่าบนจอหนังหลายครั้ง เช่น The Palace of Arabian Knights (1905, จอร์จ เมลิเยส์), The Thief of Bagdad (1924, ราอูล วอลช์), Arabian Nights (1974, ปิแอร์ เปาโล ปาโซลินี), แอนิเมชันดิสนีย์ Aladdin (1992, รอน คลีเมนต์ส + จอห์น มัสเกอร์), แอนิเมชันดรีมเวิร์คส์ Sinbad: Legend of the Seven Seas (2003, ทิม จอห์นสัน + แพทริค กิลมอร์) (ของไทยเราเองก็มี ‘พันหนึ่งราตรี’ ละคร ช่อง 7 ปี 1996)

arabian nights 02

ทว่าอะลาดิน, อาลี บาบา หรือ ซินแบด ที่เราคุ้นเคย มิได้ปรากฏอยู่ใน Arabian Nights ของโกเมซหรอก ผู้กำกับ วัย 42 อธิบายว่า “ในหนังของเรา นิทานที่ชาห์ราซาดเล่าคือ เรื่องที่เกิดในโปรตุเกสยุคปัจจุบันอันเต็มไปด้วยวิกฤตทาง เศรษฐกิจและปัญหาสังคม” เพราะแรงบันดาลใจที่แท้จริง ของเขาก็คือสภาพบ้านเกิดเมืองนอนซึ่งเขาไม่อาจทนดูได้ อีกต่อไป “ผมมองเห็นความเป็นไปได้ทางเรื่องราวอย่าง มหาศาลในสถานการณ์ที่เรากำลังเผชิญ ภาพยนตร์คือ ความขัดแย้ง และความขัดแย้งก็ใช่ว่าจะเป็นสิ่งที่ขาดพร่องไป ในโปรตุเกสทุกวันนี้”

Miguel Gomez
Miguel Gomez

หนังของโกเมซได้รับคำชื่นชมถึงการผสมองค์ประกอบ ความเป็นจริงเข้ากับเรื่องแต่งได้อย่างแยบคายชวนฝัน และ ใน Arabian Nights เขาทวีความทะเยอทะยานขึ้นอีกด้วย การชักชวนทีมนักข่าว (มาเรีย โจเซ โอลิเวรา, โจอาว เดอ อัลเมดา ดิอาซ, ริตา เฟอร์เฮรา) มาขุดคุ้ยและเขียนถึง เหตุการณ์จริงของผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ (ตั้งแต่เรื่องของคู่รักที่ฆ่าตัวตายพร้อมกันในอพาร์ตเมนต์ ไป จนถึงกลุ่มชายชนชั้นแรงงานที่จัดงานประกวดนกร้องเพลง) แล้วโพสต์ลงเว็บไซต์ของหนัง (www.as1001noites.com) ร่วมกับภาพวาดประกอบของศิลปิน ทีอาโก มานูเอล ในช่วงปี 2013-2014 ซึ่งกลายมาเป็นวัตถุดิบให้ทีมเขียนบท (โกเมซ, เตลโม คูร์โร และ มาเรียนา ริการ์โด) นำไปพัฒนาต่อเป็น บทหนังอีกที

arabian nights 04

ด้วยเหตุนี้ Arabian Nights จึงเป็นโปรเจ็กต์เชิง ทดลองที่เริ่มต้นทั้งๆ ไม่อาจรู้ล่วงได้ถึงตอนจบ (เพราะเรื่องราวในหนังสอดรับไปกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นจริง) เสียงล่าที่บรรยายนิทานจากภูมิภาคตะวันออกกลางกลายมาเป็น เสียงเล่าเรื่องกึ่งจริงกึ่งแต่งของผู้คนที่ดิ้นรนภายใต้ภาวะ การเงินของประเทศซึ่งถูกควบคุมโดยทรอยกา (Troika – คณะกรรมการตรวจสอบการคลังของยุโรปที่จัดการเงินกู้ ให้รัฐบาลกรีซ ไอร์แลนด์ ไซปรัส และโปรตุเกส) สะท้อนทั้ง ปัญหาว่าง-งาน การอพยพถิ่นฐาน ปัญหาทางชนชั้น และความโศกเศร้า

ผลลัพธ์คือหนังอันโดดเด่นซับซ้อน ทั้งด้วยเรื่องราว ที่โต้ตอบกับเรื่องราวด้วยกันเอง และเรื่องแต่งที่โต้ตอบกับ ความเป็นจริง ซึ่งเผยให้เห็นรายละเอียดในชีวิตผู้คนที่เรา ไม่ได้เห็นในรายงานของสื่อกระแสหลัก โกเมซแบ่งหนัง 6 ชั่วโมงกว่าออกเป็น 3 ตอน ได้แก่ Volume 1: The Restless One ที่ชาห์ราซาดเล่าถึงประเทศแสนเศร้าต้องสาป, Volume 2: The Desolate One เล่าถึงความทุกข์ทนที่เกาะกุมจิตใจ มนุษย์ และ Volume 3: The Enchanted One ที่เธอกังวลว่า จะไม่รอดชีวิตจากเงื้อมมือชาห์เรียร์ จึงหนีออกจากวังไป พร้อมๆ กับเล่าเรื่องราวสุดอัศจรรย์

arabian nights 03

“ผมอยากทำหนังที่เล่าเรื่องในโปรตุเกสที่ผุดขึ้นมา ตามเวลาจริง โดยไม่ใช่การผลิตซ้ำความจริงของสภาพน่า- สิ้นหวัง แต่ประดิษฐ์สร้างมันขึ้นใหม่ในฐานะเรื่องแต่ง ซึ่งนั่น ก็คือหน้าที่ของชาห์ราซาด” โกเมซบอก “นิทานและสังคมจริง พรมบินได้และการเดินขบวนประท้วง เหล่านี้คือสิ่งที่เรามัก คิดว่าไม่เกี่ยวเนื่องกัน เราเคยชินกับการจัดมันใส่กล่องแยก เป็นคนละประเภท ทั้งๆ ที่จินตนาการกับความเป็นจริงนั้น ไม่อาจดำรงอยู่ได้หากขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง”