รีวิวภาพยนตร์ Equals ฝ่ากฎล้ำ โลกห้ามรัก : ความเท่าเทียมที่ไม่เสมอภาค

Home / ข่าวหนัง, วิจารณ์หนัง / รีวิวภาพยนตร์ Equals ฝ่ากฎล้ำ โลกห้ามรัก : ความเท่าเทียมที่ไม่เสมอภาค

รีวิวภาพยนตร์ Equals ฝ่ากฎล้ำ โลกห้ามรัก : ความเท่าเทียมที่ไม่เสมอภาค

ภาพยนตร์ที่ว่าด้วยเรื่องราวของจินตนาการในอนาคตว่าสังคมมนุษย์จะอยู่กันอย่างไร ใช้ชีวิตกันแบบไหน มีให้เห็นมากขึ้นในยุคปัจจุบัน และหนึ่งในนั้นคือภาพยนตร์เรื่อง Equals ฝ่ากฎล้ำ โลกห้ามรัก ที่กำลังเข้าฉายในบ้านเรา และได้นักแสดงนำสุดหล่ออย่าง นิโคลัส ฮอลต์ (Nicholas Hoult) และ คริสเทน สจ๊วต (Kristen Stewart) มารับบทนำ ซึ่งน่าจะเชื้อเชิญให้บรรดาแฟนคลับของนักแสดงทั้งสองคนเข้าไปชมภาพยนตร์ได้เป็นอย่างดี และภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เป็นอีกหนึ่งพล็อตใหม่ที่น่าสนใจ และแฟน ๆ ภาพยนตร์แนวโลกอนาคตสังคมยูโทเปียอย่างผมก็ไม่พลาดที่เข้าไปชม

c0216945-6d80-4859-8a40-a0ff5cd5f269-420x600

Equals ฝ่ากฎล้ำ โลกห้ามรัก ว่าด้วยเรื่องราวของโลกในยุคอนาคตที่มนุษย์ถูกตัดต่อพันธุกรรมให้กลายเป็นมนุษย์พันธุ์ใหม่ โดยปรับเปลี่ยนให้มนุษย์ปราศจากความรู้สึกใด ๆ ไร้ซึ่งความรุนแรง ไม่แบ่งแยกชนชั้น กลายเป็นสังคมที่ “เท่าเทียมกัน” ความสมบูรณ์ไม่มีในโลก เมื่อมีโรคที่เรียกว่า SOS (Switched on Syndrome) โรคที่ทำให้มนุษย์มีอารมณ์และความรู้สึก ผู้ที่เป็นโรคนี้จะถูกส่งไปที่สถานบำบัดและไม่เคยมีใครได้กลับมา ซึ่ง ไซลัส รับบทโดย นิโคลัส ฮอลต์ (Nicholas Hoult) และ นีอา รับบทโดย คริสเทน สจ๊วต (Kristen Stewart) เมื่อทั้งสองได้พบกันก็ไม่อาจปิดกั้นความรู้สึกต่อกันได้ นำพาอันตรายที่ไม่คาดคิดมาเยือนคนทั้งคู่ การเสี่ยงกับทุกอย่างเพื่อให้รู้สึกอะไรบางอย่างคือสิ่งที่พวกเขาต้องเผชิญ

EQ 5

ภาพยนตร์เดินเรื่องเส้นตรงอีกเช่นกัน ไม่มีการตัดสลับให้เกิดความสับสนงงงวยใด ๆ ทั้งสิ้น โดยในช่วงแรกนั้นแนวทางการเล่าเรื่องคล้ายกับภาพยนตร์ยุคอนาคตทั่วไปที่จะต้องปูพื้นให้ผู้ชมเข้าใจสภาพแวดล้อมในช่วงเวลานั้นก่อน ตัวภาพยนตร์พยายามบอกเล่าถึงประเด็นสำคัญของเรื่องอย่างโรค SOS ตั้งแต่วินาทีแรกที่ภาพยนตร์เริ่มฉาย แม้ตัวเนื้อเรื่องจะไม่มีอะไรหวือหวาให้รู้สึกตื่นเต้น โฟกัสที่ความสัมพันธ์ระหว่าง ไซลัส และ นีอา เท่านั้น แต่เรื่องราวในภาพยนตร์เดินเร็วกว่าที่คิด ไม่อืดอาด ทำให้ภาพรวมของภาพยนตร์ไม่น่าเบื่อและน่าติดตามต่อไปเรื่อย ๆ ตอนจบของเรื่องเหมือนภาพยนตร์ตั้งใจทิ้งประเด็นไว้ให้ผู้ชมพูดคุยกันต่อดูจะจบห้วนไปเล็กน้อย แต่สิ่งที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้น่าสนใจก็คือ เมื่อความรักระหว่างมนุษย์คือสิ่งต้องห้ามแล้ว พระนางจะทำอย่างไรเพื่อให้ความรักของทั้งสองอยู่รอดต่อไป

EQ 3

พัฒนาการทางอารมณ์และความรู้สึกของตัวละครก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน เริ่มตั้งแต่ที่ ไซลัส ยังไม่มีอาการของโรค SOS กระทั่งได้เริ่มรู้จักกับ นีอา ร่างกายก็เริ่มตอบสนองต่อความรู้สึกอย่างเป็นขั้นตอน ซึ่งจะว่าไปแล้วมันคงเป็นธรรมชาติของผู้ชายที่เมื่อเจอผู้หญิงที่ชอบก็เริ่มสังเกตผู้หญิงคนนี้มากขึ้น อยากเข้าหาและอยากทำความรู้จัก ซึ่ง ไซลัส เสมือนเป็นหนุ่มน้อยวัยใสที่เริ่มรู้จักกับความรักครั้งแรกของชีวิต และเมื่อทั้งสองได้รู้จักกัน ได้เติมเต็มช่วงเวลาด้วยกัน อารมณ์ที่ถูกปิดกั้นมาตลอดด้วยสารเคมีบางอย่างก็ไม่อาจขวางกั้นสัญชาตญาณพื้นฐานของมนุษย์ในการสืบพันธุ์ได้ และทันทีที่ความต้องการทางอารมณ์ของทั้งสองคนพลุ่งพล่าน ทุกอย่างดูใหม่ ดูเก้กัง ดูเก้อเขิน ทำให้รู้สึกถึง “ครั้งแรก” ของทั้งสองคนได้ดีทีเดียว

EQ 4

ในวันที่โลกเกิดความระส่ำระสายไม่สงบสุข โลกที่เต็มไปด้วยสงคราม ประชาชนล้มตาย โลกที่เต็มไปด้วยความแร้นแค้น การกอบโกยผลประโยชน์ การแก่งแย่งชิงดี ความไม่เท่าเทียม ฯลฯ ได้ส่งผลกระทบต่อผู้คนในวงกว้าง ซึ่งล้วนแล้วแต่เกิดจากอารมณ์และความรู้สึกของมนุษย์ทั้งสิ้น เช่นนั้นแล้ว หากวันหนึ่งความรู้สึกเหล่านี้หมดไปกลายเป็นมนุษย์พันธุ์ใหม่ที่ไร้ซึ่งความรู้สึกทางอารมณ์ในสังคมแห่งความเท่าเทียมกัน มนุษย์จะยอมรับมันได้หรือ แต่ที่สุดแล้วมนุษย์เกิดมาพร้อมอารมณ์และความรู้สึก แม้วันนี้จะถูกอะไรบางอย่างกดทับไว้ แต่วันหนึ่งก็ไม่สามารถกดทับได้อีกต่อไป เพราะมันไม่ได้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณที่สิงสู่และขับเคลื่อนก้อนเนื้อที่เรียกว่ามนุษย์

คะแนน 3.5/5 จดจำทุกอารมณ์และความรู้สึกที่มีให้ดีที่สุด เพราะมันคือสิ่งยืนยันความเป็นมนุษย์ในตัวเรา 

บทความโดย ธ.เชิดวรพงศ์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ที่คอมเมนต์ด้านล่างครับ