รายงานสดเทศกาลหนังเมืองคานส์ 2016 วันต่อวัน! : วันที่ 2

Home / ข่าวหนัง, ข่าวหนัง arthouse สารคดี, วิจารณ์หนัง / รายงานสดเทศกาลหนังเมืองคานส์ 2016 วันต่อวัน! : วันที่ 2

ผิดหวังสองครั้งซ้อนกับ Sweet Dreams และ Ma loute …บทวิจารณ์ส่งตรงจากคานส์ โดย Robert W.Davis ผู้สื่อข่าวพิเศษของ BIOSCOPE

 Sweet Dreams
Sweet Dreams

The Director’s Fortnight เป็นอีกหนึ่งสายของหนังที่เข้าฉายในคานส์ซึ่งปีนี้ประกอบด้วยหนัง 18 เรื่อง (1 ใน 3 เป็นหนังฝรั่งเศส, อีก 1 ใน 3 เป็นหนังของผู้กำกับออเตอร์ชื่อดังนานาชาติ และอีก 1 ใน 3 เป็นหนังของผู้กำกับหน้าใหม่น่าจับตา) เริ่มต้นขึ้นแล้วเมื่อคืนนี้ด้วย Fai bei sogni (Sweet Dreams) ของ มาร์โก เบลล็อคคิโอ ผู้กำกับชาวอิตาเลียนวัย 76 ปีผู้ยังคงแข็งแรงเริงร่า สามารถโลดเต้นบนเวทีช่วงพิธีเปิดและหยอกล้ออย่างหรรษากับผู้ชม หนังใหม่เรื่องนี้ของเขาก็เช่นกัน มันพรั่งพร้อมด้วยความกระฉับกระเฉงในเนื้อหา ความงดงามด้านภาพ และความเข้มข้นทางอารมณ์ สมกับศักดิ์ศรีผู้กำกับเจ้าของงานชั้นเยี่ยมในอดีตอย่าง Fists in the Pocket, In the Name of the Father และ Dormant Beauty

Sweet Dreams เล่าเรื่องของ มัสซิโม เด็กชายวัย 9 ขวบที่ต้องสูญเสียแม่ไปด้วยอาการหัวใจวาย (ตามที่ใครต่อใครบอกเขา) กับ มัสซิโม ในวัย 42 ปีที่กลายมาเป็นนักข่าวรุ่นใหญ่และเริ่มค้นพบความจริงเบื้องหลังการตายนั้น ธีมประจำของเบลล็อคคิโอยังคงอยู่เช่นเดียวกับงานก่อนๆ หน้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความรักสุดขั้วของผู้เป็นแม่, การโป้ปดมดเท็จในครอบครัวที่มีความสัมพันธ์กันแบบพิกลพิการ, สถาบันทางสังคมที่ยังดำรงความฉ้อฉลอยู่ได้ก็เพราะตั้งอยู่ท่ามกลางวัฒนธรรมแห่งการลวงหลอก อย่างไรก็ดี น่าเสียดไปนิดที่ทั้งหมดนี้ถูกประกอบเข้าด้วยกันอย่างค่อนข้างจะจงใจ ให้ความรู้สึกเป็นแบบแผนมากเกินไป ส่งผลให้มันเป็นหนังดูเพลิน ดูดี แต่ไม่ค่อยเหลืออะไรทิ้งค้างให้จดจำประทับใจเท่าไหร่นัก

ma louteหนังเรื่องถัดมาที่ยิ่งน่าผิดหวังกว่า (ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเพราะมันเป็นหนังที่ถูกตั้งความคาดหวังสูงลิบด้วยครับ) ก็คือ Ma Loute (Slack Bay) หนังในสายประกวดของ บรูโน่ ดูมงต์ …ผมขอพูดถึงดูมงต์สักนิดก่อนครับ เขาเคยคว้ารางวัลรองชนะเลิศจากคานส์เมื่อปี 1999 ด้วยหนังดราม่านักสืบซีเรียสสุดขีดเรื่อง Humanity และเมื่อปี 2014 เขาก็ทำหนังที่ผมถือว่าเป็นหนังที่เกินคาดหมายที่สุดและดีที่สุดของคานส์ปีนั้น คือ P’tit Quinquin ซึ่งก็เป็นหนังนักสืบเช่นกัน แต่มาในรูปของคอมิดี้แอ็บเสิร์ดสุดร้ายกาจ ทั้งสองเรื่องนี้ดูมงต์เลือกใช้นักแสดงมือสมัครเล่นมารับบทนำ ซึ่งก็ยิ่งเพิ่มความน่าประทับใจให้แก่ประสบการณ์การดูหนังของเราได้อย่างเต็มเปี่ยม

สำหรับผมแล้ว ช่างน่าเศร้าที่ Ma loute เป็นเหมือนเวอร์ชั่นงี่เง่าของ P’tit Quinquin อีกทีครับ หนังนักสืบเรื่องนี้เป็นหนังตลกย้อนยุคซึ่งมีภาคเหนือของฝรั่งเศส (บ้านเกิดของดูมงต์เอง) เป็นฉากหลังเช่นเคย แต่สิ่งที่แตกต่างก็คือ Ma loute ไม่ใช่หนังประเภทสืบหาคลี่คลายคดีว่า “ใครทำ” เพราะมันเปิดเผยตัวผู้กระทำผิดตั้งแต่ 20 นาทีแรกโดยที่ก็ไม่สามารถรักษาระดับความน่าสนใจของเรื่องส่วนที่เหลือเอาไว้ได้ ขณะที่มุกตลกแนวเล่นกับอากัปกิริยาบ้าคลั่งของตัวละครก็เรียกเสียงฮาได้น้อยกว่า Quinquin อย่างเห็นได้ชัด นอกจากนั้น ขณะที่ Quinquin สามารถเสียดสีประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างชนชั้นและเชื้อชาติได้อย่างฉลาดคมคาย Ma loute กลับนำเสนอตัวละคร “ชนชั้นกลางร่ำรวย” กับ “ชาวบ้านยากจน” อย่างตื้นเขินราวกับเป็นการ์ตูนล้อ ด้วยการเลือกดาราหัวแถวของฝรั่งเศส (จูเลียต บิโนช, วาเลเรีย บรูนี เทเดสกี, ฟาบริซ ลูคีนี) มารับบทฝ่ายแรก (โดยแสดงกันแบบจงใจให้ใหญ่เว่อร์วัง) แล้วเลือกนักแสดงสมัครเล่นมารับบทเป็นชาวบ้าน (ด้วยการแสดงแบบธรรมดาเพื่อให้ดูสมจริง) …มันจะจงใจอะไรขนาดนั้น!

รายงานตรงจากคานส์โดย โรเบิร์ต ดับเบิลยู เดวิส
ถอดความโดย ธิดา ผลิตผลการพิมพ์