Dreamscape Project II : สร้างโลกเสมือนเพื่อเปลี่ยนโลกจริง

Home / ข่าวหนัง, หนังไทย / Dreamscape Project II : สร้างโลกเสมือนเพื่อเปลี่ยนโลกจริง
โดย กองบรรณาธิการ BIOSCOPE

13490735_1072110529491058_6804971208736185039_o (1)

จาก Dreamscape Project (2015) ที่นำเอากระบวนการทางศิลปะบำบัด มาเปิดโอกาสให้ผู้คนได้แสดงทัศนคติของตนที่มีต่อ “พื้นที่” ซึ่งตนอาศัยอยู่ สู่งานโปรเจ็กต์ต่อเนื่องในปีที่สอง Dreamscape Project II ที่พัฒนารูปแบบมาจากศิลปะแนวสื่อผสม สู่การสร้างภาพสามมิติที่นำเทคโนโลยี VR มาเป็นเครื่องมือถ่ายทอดประสบการณ์โลกในอุดมคติของผู้คน

dreamscape project l
dreamscape project l

สิ่งที่ นัท – นันทวัฒน์ จรัสเรืองนิล และ เบสท์ – วรรจธนภูมิ ลายสุวรรณชัย ผู้ก่อตั้ง Eyedropper Fill กลุ่มคนทำงานด้านวิชวลที่หลงใหลการเล่าเรื่อง ต้องการสื่อสารผ่านโปรเจ็กต์ศิลปะชิ้นนี้นั่นคือการสะท้อนภาวะที่ผู้คนรู้สึกอึดอัดกับสถานการณ์ทางสังคมการเมือง โดยวรรจธนภูมิอธิบายว่า “คือพวกเรารู้สึกว่าดรีมสเคปแรกมันอ้อมค้อมเกินไปในประเด็นที่เราอยากนำเสนอ เราอยากให้มันชัดกว่านี้ คือ เป็นเรื่องของจินตนาการของคน ผมรู้สึกว่าถึงรัฐจะควบคุมพฤติกรรมมนุษย์ได้ แต่ในสมองเขาไม่สามารถมารู้ได้ว่าแต่ละคนคิดอะไร ในดรีมสเคปสองเลยอยากสร้างพื้นที่ใหม่ โดยทุกคนสามารถสร้างที่ของเขาเองโดยไม่มีใครบังคับ เราก็อยากรู้ด้วยซ้ำว่าคนรู้สึกยังไงกับสถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้”

Eyedropper Fill
(ซ้าย) นัท – นันทวัฒน์ จรัสเรืองนิล และ (ขวา) เบสท์ – วรรจธนภูมิ ลายสุวรรณชัย ผู้ก่อตั้ง Eyedropper Fill

การนำ VR มาเป็นเครื่องมือถ่ายทอดประสบการณ์โลกในสามมิติที่พวกเขาออกแบบได้เอง มีจุดหมายสำคัญในการให้คนที่อยู่ปัญหาในพื้นที่ต่างๆ มารวบรวมเป็นโลกใบใหม่ที่ทุกความคิดอยู่ได้อย่างเสรี “มันคือการสะท้อนให้เห็นมุมมองแต่ละคนให้กลายเป็นภาพ ให้เขาได้เห็นจินตนาการของตัวเองที่มีต่อปัญหาในพื้นที่ของตัวเอง เราไม่มีทางรู้เลยว่าเขามีปัญหาอะไร มันเลยน่าสนุกดีที่จะเข้าไปรู้ โดยในกระบวนการทำงานทั้งหมดก็จะมีการทำเป็นหนังสั้นเพื่อเก็บอยู่ และไปสู่นิทรรศการ ให้ความคิดเหล่านี้สะท้อนออกไปสู่วงกว้าง” นันทวัฒน์พูดถึงเป้าหมายของโปรเจ็กต์นี้

dreamscape project ll
ภาพขณะลงทำ Dreamscape Project ll

การได้ลงไปสัมผัสในชุมชนซึ่งเกิดปัญหาจากการจัดการของรัฐในช่วงการทำโปรเจ็กต์นี้ นอกจากช่วยละลายอคติส่วนตัวที่เกิดขึ้นต่อสถานการณ์สังคมการเมืองช่วงหลายปีที่ผ่านมาให้เบาบางลงในใจของพวกเขาและทีมงานได้แล้ว ผลตอบรับจากผู้คนเหล่านี้ ยังเป็นสิ่งที่ช่วยยืนยันว่า งานศิลปะของพวกเขาได้ช่วยพวกเขาสามารถเปิดอกเล่าถึงปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเต็มใจ

“ทุกคนตอนนี้ความกลัวในใจ กลัวที่จะพูด กลัวว่าตนจะเป็นอันตราย แน่นอนว่าทุกๆ ฝ่ายก็มีการสูญเสียของตัวเอง ไม่มีใครพร้อมจะยกโทษให้ได้ง่ายๆ หรอก แต่กลายเป็นว่ามันมีแต่การใช้ความเกลียดชังเป็นเครื่องมือเพื่อทำลายอีกฝ่าย สิ่งที่เราทำไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการรับฟังเฉยๆ นี่มันคือการประนีประนอมที่แท้จริงหรือเปล่า? แต่ไม่มีคนใช้ทางนี้เลย เพราะมันไม่สั้น มันระยะยาวมากๆ” นันทวัฒนกล่าว โดยวรรจธนภูมิเสริมว่า “การได้คุยกับคนหลายๆ แบบมันเปิดใจเราได้จริงๆ ว่า สุดท้ายคนมีสิทธิ์ที่จะเลือกเชื่อได้ สิ่งที่เราทำมันคือการบันดาลใจไม่ใช่การสั่งสอน สุดท้ายเขาจะได้อะไรหรือทำอะไรต่อ ทุกคนก็ควรจะมีเสรีที่จะทำตามความเชื่อเหล่านั้น”

**ผู้สนใจ สามารถร่วมระดมทุนกับ Dreamscape Project II ได้ที่
http://asiola.co.th/campaign/dreamscape-project-ii-by-eyedropper-fill

Dreamscape_Campaign Photo_Main

ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

Bioscope Banner 173