รีวิว Lights Out : คืนที่ไร้แสงไฟ & วันที่ใจมัวหม่น

Home / ข่าวหนัง, วิจารณ์หนัง / รีวิว Lights Out : คืนที่ไร้แสงไฟ & วันที่ใจมัวหม่น

รีวิว Lights Out : คืนที่ไร้แสงไฟ & วันที่ใจมัวหม่น

 

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2013 ภาพยนตร์สั้นความยาว 2 นาทีนิด ๆ เรื่อง Lights Out ของ เดวิด เอฟ. แซนเบิร์ก (David F. Sandberg) ได้สร้างกระแสความน่าสะพรึงกลัวจนได้รับรางวัลชนะเลิศสาขา Best Director จากโครงการ Who’s There Film Challenge ของเว็บไซต์ BC Horror Challenge ทีนี้เมื่อมาถึงปี 2016 หนังสั้นเรื่องดังกล่าวได้ถูกหยิบยกมาเคาะฝุ่นพร้อมต่อยอดให้กลายเป็นภาพยนตร์ขนาดยาว โดยได้ เดวิด เอฟ. แซนเบิร์ก เจ้าเก่ามารับหน้าที่เป็นผู้กำกับ และได้ เจมส์ วาน (James Wan) จากภาพยนตร์ The Conjuring มานั่งแท่นโปรดิวเซอร์

 

Lights Out

 

ภาพยนตร์ Lights Out เป็นการนำความกลัวพื้นฐานอย่างหนึ่งของมนุษย์มาเล่น นั่นคือ ความมืด โดยผสมผสานกับเหตุการณ์สยองขวัญที่เกิดขึ้นในครอบครัวของรีเบคก้า (เทเรซ่า ปาล์มเมอร์ : Teresa Palmer) ที่ต้องเผชิญกับสิ่งผิดปกติในบ้านของเธอในยามที่ปิดไฟ ทำให้เธอตัดสินใจย้ายออกไปอยู่ห้องเช่าตัวคนเดียว (มีแฟนหนุ่มมาหาบ้างเป็นครั้งคราว) จนกระทั่งวันหนึ่งเธอได้ทราบว่าน้องชายของเธอ มาร์ติน (กาเบรียล เบตแมน : Gabriel Bateman) ก็ถูกคุกคามจากอะไรบางอย่างเช่นเดียวกัน รีเบคก้าตัดสินใจกลับบ้านอีกครั้งเพื่อไปช่วยเหลือน้องชาย แต่สิ่งที่เธอพบก็คือเจ้าตัวประหลาดดังกล่าวนี้มีความเกี่ยวพันกับอดีตของแม่ในช่วงที่เข้ารักษาอาการป่วยทางจิตเมื่อวัยเยาว์

 

02

04

10

 

ขึ้นชื่อว่ามีเจมส์ วาน เข้ามาเอี่ยวด้วยก็การันตีเรื่องความหลอนได้แล้ว ทว่ากลวิธีการนำเสนอ Lights Out นั้นมีความต่างกับ The Conjuring 2 ที่เพิ่งลาโรงไปไม่นานอย่างเห็นได้ชัด ในความเป็น The Conjuring 2 จะสร้างความหลอนอย่างนิ่มนวล ละเมียดละไมราวกับดึงผู้ชมให้เข้าไปอยู่ในบรรยากาศหลอน ๆ ทีละน้อย แต่สำหรับ Lights Out จะใช้ฉากตุ้งแช่แบบที่เดาทางได้ว่าพอไฟดับปุ๊บ ผีต้องมาปั๊บ (ซึ่งก็มาจริง ๆ) ให้อรรถรสเหมือนว่าหนังกำลังกระชากผู้ชมเข้าไปในความมืดและตีโครมให้กระเด็นกลับออกมาอย่างรวดเร็วจนหายใจหายคอแทบไม่ทัน

 

06

01

 

ด้านการดำเนินเรื่องถือว่าทำออกมาค่อนข้างรวดเร็วจนขาดรายละเอียดบางอย่างไป ตกลงแล้วสิ่งที่มาคุกคามที่ซ่อนตัวเองอยู่ในความมืดคืออะไร, ทำไมต้องเป็นเธอกับน้องชาย และทำไมเพิ่งมาหลอกหลอนเอาป่านนี้ทั้ง ๆ ที่ชนวนเหตุอาการทางจิตของแม่ก็เริ่มต้นมานานปีแล้ว

 

03

08

ทั้งนี้ กล่าวได้ว่าจุดเด่นที่สุดของหนังก็คือดีกรีความตุ้งแช่ที่ทำออกมาได้น่าสะพรึงในทุกฉากความมืด แม้จะเดาทางได้ว่าต้องมีอะไรโผล่มาแน่ ๆ แต่ผู้ชมก็อดที่จะลุ้นระทึกไปกับตัวละครไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีนัยยะแฝงที่ซ่อนอยู่ในเรื่องนี้อีก 2 ประเด็นหลัก ๆ คือ

1. คุณค่าความเป็นครอบครัว สะท้อนผ่านความคิดที่ย้อนแย้งกันระหว่างรีเบคก้ากับแม่ของเธอ แต่เมื่อยามที่ฝ่ายใดมีปัญหา อีกคนหนึ่งก็พร้อมที่จะยื่นมือเข้าช่วย แม้ว่าสิ่งนั้นจะยากลำบากประหนึ่งว่าต้องแลกมาด้วยชีวิตของตนเองก็ตาม

2. การกล้าที่จะต่อสู้กับความกลัวของตัวเอง เช่นเดียวกับที่รีเบคก้านางเอกของเรื่องตัดสินใจกลับมาที่บ้านเมื่อรู้ว่าน้องชายของเธอกำลังมีปัญหา แม้ว่าการกลับมาครั้งนี้จะทำให้ความทรงจำอันน่าหวาดกลัวของเธอคุกรุ่นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งก็ตาม

 

07

05

09

 

และท้ายที่สุด…คะแนนสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ขอให้ไว้ที่ 4/5 นะครับ

บทความโดย NuTTi3 แลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้ที่คอมเมนต์ด้านล่างครับ