รีวิว Alice Through the Looking Glass : อดีตแก้ไขไม่ได้ และเวลาก็ไม่เคยย้อนกลับ

Home / ข่าวหนัง, วิจารณ์หนัง / รีวิว Alice Through the Looking Glass : อดีตแก้ไขไม่ได้ และเวลาก็ไม่เคยย้อนกลับ

 

รีวิว Alice Through the Looking Glass : อดีตแก้ไขไม่ได้

และเวลาก็ไม่เคยย้อนกลับ

 

เป็นอีกหนึ่งหนังภาคต่อที่ใครหลาย ๆ คนรอคอย สำหรับ Alice Through the Looking Glass หลังจากทิ้งช่วงห่างจากหนังภาคแรกไปนานถึง 3 ปี กลับมาคราวนี้ตัวละครหลักจากภาคเดิมก็กลับมารวมตัวกันอย่างครบถ้วน พร้อมกับชุดเหตุการณ์ใหม่ที่ต่อยอดมาจากมหาศึกคราวก่อนได้อย่างสวยงาม

Alice 02

Alice Through the Looking Glass เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้น 3 ปีให้หลังจากเหตุการณ์ใน Alice in Wonderland อลิซ (รับบทโดย มีอา วาซิโคว์สกา) ที่เติบโตขึ้นเป็นกัปตันเรือเดินสมุทรผู้เก่งกาจ แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังไม่ลงรอยกับแม่ของเธอไปซะทุกเรื่องอยู่เช่นเดิม ท่ามกลางปัญหาความไม่เข้าใจกันระหว่างเธอกับแม่ อลิซก็ค้นพบทางเชื่อมไปสู่ Wonderland โดยบังเอิญ และการกลับมายังดินแดนต่างมิติครั้งนี้เธอก็ได้รู้จากเพื่อน ๆ ว่า แมด แฮตเตอร์ (รับบทโดย จอห์นนี เดปป์) กำลังครุ่นคิดถึงครอบครัวที่สูญเสียไปจนไม่เป็นอันทำอะไร และหนทางเดียวที่เธอจะทำให้เพื่อนซี้ของเธอกลับมาร่าเริงได้อีกครั้งก็คือต้องเดินทางไปพบกับ ไทม์ (รับบทโดย ซาชา บารอน โคเฮน) ผู้ควบคุมกาลเวลา เพื่อย้อนกลับไปแก้ไขอดีต ทว่ามีเพียงไทม์เท่านั้นที่รู้ว่าแท้จริงแล้วไม่มีใครสามารถแก้ไขอดีตได้

003

005

002

011

พล็อตโดยรวมของภาพยนตร์เรื่องนี้ได้อิทธิพลมาจากวรรณกรรม Through the Looking-Glass, and What Alice Found There ของ ชาลส์ ลัตวิดจ์ ดอดจ์สัน ซึ่งเป็นภาคต่อของ Alice’s Adventures in Wonderland โดยการเปิดเรื่องในภาพยนตร์นั้นใช้วิธีการแสดงภาวะความเป็นผู้นำของอลิซ ซึ่งได้รับการบ่มเพาะมาจากการผจญภัยใน Wonderland เมื่อ 3 ปีที่แล้ว จากนั้นเนื้อเรื่องก็ผูกปมปัญหาระหว่างอลิซกับแม่ ก่อนจะนำพาให้อลิซกลายเป็นบุคคลที่ 3 ของปมปัญหาระหว่างแมด แฮตเตอร์กับครอบครัว และรวมไปถึงความบาดหมางระหว่าง 2 พี่น้อง ราชินีขาวและราชินีแดง ที่คาราคาซังมาจากภาคก่อนอีกด้วย นับว่าเป็นการโยงเนื้อเรื่องให้ตัวละครได้เรียนรู้ปมปัญหาของตนเองผ่านปมปัญหาของผู้อื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน

009

010

008

013

การดำเนินเรื่องในช่วงต้นค่อนข้างราบเรียบ แต่ก็ถือว่าเป็นการปูทางสู่หัวใจหลักของเรื่องในช่วงครึ่งหลังได้ดี ส่งผลให้ครึ่งหลังของเรื่องมีสีสันและอรรถรส ตัวอลิซเองก็ได้เรียนรู้ว่าสิ่งที่เธอศรัทธานั้นไม่ได้เป็นจริงเสมอไป เช่น การที่เธอเชื่อว่าไม่มีสิ่งใดที่เป็นไปไม่ได้ แต่เธอก็ได้พบว่ามีสิ่งหนึ่งที่เธอไม่สามารถทำได้นั่นคือการแก้ไขอดีตที่ผ่านไปแล้ว แต่ในขณะเดียวกันศรัทธาของเธอเรื่องนี้ก็กลับสามารถปลอบประโลมคนอื่นให้ก้าวผ่านความยากลำบากมาได้ อย่างที่เธอใช้ปลุกกำลังใจของแมด แฮตเตอร์ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

 

012

016

015

014

ภาพรวมของ Alice Through the Looking Glass นับว่าเป็นหนังภาคต่อที่ดูได้เพลิน ๆ ไม้เด็ดส่วนใหญ่อยู่ในช่วงครึ่งหลังของเรื่อง ทั้งในแง่ภาพ แสง สี เสียง ตลอดจนวิชวลเอ็ฟเฟ็กต์ต่าง ๆ นานา และเมื่อหากพิจารณาในแง่ข้อคิดของเรื่อง จะพบว่ามีอยู่ 2 ประเด็นหลัก ๆ ที่แฝงอยู่ คือ 1.) เรื่องการยอมรับ-ทำความเข้าใจระหว่างคนในครอบครัว และ 2.) เรื่องที่ว่าคนเราไม่สามารถแก้ไขอดีตได้ เพราะฉะนั้น เมื่อในวันนี้ยังมี “เวลา” ก็ควรทำทุกอย่างให้ดีที่สุด

ท้ายที่สุด ขอมอบคะแนนให้กับ Alice Through the Looking Glass ไว้ที่ 4/5 คะแนนครับ

บทความโดย NuTTi3 แลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้ที่คอมเมนต์ด้านล่างครับ