สุดยอดศิลปินไทยโกอินเตอร์ แอน-สายเชีย เปิดใจการทำงานร่วมกับกองถ่ายหนังต่างประเทศ

Home / ข่าวหนัง / สุดยอดศิลปินไทยโกอินเตอร์ แอน-สายเชีย เปิดใจการทำงานร่วมกับกองถ่ายหนังต่างประเทศ

ถือเป็นศิลปินนักแสดงคนไทยที่มีโอกาสได้โกอินเตอร์ต่างประเทศ สำหรับแอน มิตรชัย และสายเชีย วงศ์วิโรจน์ แม้ว่าสถานที่การทำงานของทั้งคู่อยู่คนละประเทศ แต่บทบาทการทำงานก็มีความคล้ายคลึงกัน นั่นคือเรื่องของการแสดงภาพยนตร์ แต่จะต่างกันตรงที่ สาวแอน มิตรชัย ได้มีโอกาสทำงานด้านเพลงร่วมกับการแสดงที่วงการบอลลีวูดด้วย ส่วนทางสายเชีย ก็จะออกไปทางฮอลลีวูดเสียส่วนใหญ่ แน่นอนว่าการทำงานโกอินเตอร์ระดับนี้ย่อมมีประสบการณ์ที่จะนำมาเล่าสู่กันฟังอย่างหลากหลายในงานแถลงข่าวเทศกาลภาพยนตร์ต่างประเทศที่ถ่ายทำในประเทศไทย Thailand International Film Destination Festival  2017 : TIFDF2017

เริ่มจากแอน มิตรชัย ที่มีโอกาสในการทำผลงานเพลงประกอบภาพยนตร์ Ishk Actually (2013) คือเพลง Luck Tonight และ Forever More ซึ่งประคู่กับซูเปอร์สตาร์บอลลีวูด ราจีฟ คันเดลวาล (Rajeev Khandelwal) รวมทั้งออกอัลบั้มเพลง Live My life My Way เธอเล่าประสบการณ์การทำงานร่วมกับกองถ่ายภาพยนตร์อินเดียว่า “การไปทำงานที่อินเดียทำให้ได้เรียนรู้ประสบการณ์หลายอย่างมาก การทำงานแบบคนอินเดียที่มีวรรณะมาก แล้วก็มีการทำงานที่แตกต่างจากบ้านเรา บ้านเรามีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ อย่างคนขับรถเราเห็นเขาหิวไม่ได้ต้องซื้อข้าวซื้ออาหารมาฝากกัน แต่ที่อินเดียไม่ได้ เวลาขับรถกลับมาส่ง เราก็จะมีน้ำใจเรียกเข้าไปทานข้าวด้วยกัน เขาก็จะบอกว่าเข้าไปไม่ได้ ร้านอาหารแบบนี้ ถนนตรงนี้ หรือสถานที่ตรงนี้เป็นของคนอีกวรรณะหนึ่ง ต้องเรียนรู้การใช้ชีวิตอยู่ในกอง ชีวิตของคนอินเดียหลายๆ รูปแบบ ต้องเรียนรู้เรื่องห้องน้ำด้วย

อย่างที่บอกว่าเราได้ทำงานกับซูเปอร์สตาร์เขาน่ารักและใจดีมาก แล้วการทำงานของอินเดียต้องเรียนรู้ภาษาที่เราไม่แม่นยำ และไม่เก่งแล้ว ยังต้องเรียนรู้ศาสนา คน อย่างภาพยนตร์เรื่องแรกที่แอนแสดงก็ต้องเรียนรู้ภาษาฮินดี แล้วก็ภาษาอูรดูร์ด้วย ซึ่งเป็นภาษาอิสลาม การให้สัมภาษณ์อะไรพูดได้ อะไรพูดไม่ได้ก็ต้องระมัดระวังด้วย แต่ที่สำคัญอะไรที่พูดได้ไม่ได้ไม่ได้สนใจ เพราะพยายามพูดถึงไทยให้มากที่สุด (หัวเราะ) เพราะนั่นเป็นสิ่งที่สื่อมวลชนอยากรู้ คนอินเดียก็จะบอกกับแอนว่าไม่อยากกลับเลย อยากจะอยู่ต่อ เพราะภาพยนตร์เรื่องแรกก็มาถ่ายที่สุขุมวิท พัทยา และหลายๆ ที่ เลยรู้สึกว่าได้เรียนรู้ชีวิตอีกด้านหนึ่งที่เป็นแง่มุมของชีวิต สิ่งหนึ่งที่ได้นำกลับมาใช้ในประเทศไทยคือ แอนได้นำเพลง การแสดงหลายอย่างมาผสมผสานให้เกิดลิเก เดอะมิวสิเคิล ด้วย เมื่อล่าสุดก็แสดงไปเรื่องอชาตศัตรู โดยนำเรื่องราวของอินเดียมาผสมผสาน และเชื่อว่าในอีกไม่นานจะนำสิ่งนี้ไปแสดงต่อที่อินเดีย แล้วก็อยากไปทั่วโลกให้คนได้ชมลิเกในรูปแบบใหม่ด้วย”

ด้านสายเชีย วงศ์วิโรจน์ ก็มีประสบการณ์การทำงานกับกองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศไม่น้อย ซึ่งเขาได้ทำงานเป็นตัวประกอบภาพยนตร์ในฮอลลีวูดหลายต่อหลายเรื่อง อาทิ A Moment of Romance, Rambo IV, Batman Begins, Tomb Riders 2, Rescue Dawn, Only God Forgives, Ninja: Shadow of a Tear, Lost in Thailand เป็นต้น ยังไม่นับภาพยนตร์ไทยที่มีอีกหลายเรื่อง อีกทั้งหลายคนยังเห็นว่าเขาเป็นนักแสดงที่ได้แสดงในภาพยนตร์ที่ถ่ายทำในประเทศไทยมากที่สุดคนหนึ่ง เจ้าตัวก็รีบแก้ทันทีว่า “ขอแก้ข่าวเลย รู้สึกเขิน มันเยอะมาก มันมีหลายๆ คนครับ มันมีสตั้นท์แมนที่ตอนนี้น้องๆ ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง แล้วก็เขินนะครับ เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง คงจะเป็นคำพูดของผม ปกติเป็นชาวนาครับ แล้วก็เข้าวงการมาเป็นสตั้นท์แมนครับ ไปถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศก็ไปเป็นสตั้นท์แมน ก็ไปต่อยกับฝรั่งบ้าง ต่อยกับคนจีนบ้าง ต่อยกับหลายๆ ประเทศ ๆปกหอคอยบ้าง เผาตัวบ้าง รถคว่ำบ้าง เรื่องของการแสดงมันจะมาทีหลังมากกว่า คนจะรู้จักผมก่อนถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ คือ จน เครียด กินเหล้า ซึ่งเป็นโฆษณาของ สสส. อีตาคนนี้ไปถึงต่างประเทศเลยเหรอ มันก็จะมีภาพยนตร์ต่างประเทศที่เคยถ่ายทำไว้มาออนแอร์ คนก็จะทัก เฮ้ย อีตาจนเครียดนี่หว่า แล้วภาพยนตร์มันก็จะมีหลายบทบาทก็เลยทำให้คนจำได้ ก็เลยคิดว่าเป็นที่เคยถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศมากที่สุด แต่ความจริงมีคนอื่นด้วย

เริ่มต้นเราเป็นสตั้นท์แมน เราจะเล่นเป็นสตั้นท์แมนอย่างเดียวไม่ได้ ต้องทำงานด้วย ทำงานกับคนฮ่องกงครั้งแรก บางครั้งไม่มีคิวสตั้นท์ เราก็ไปทำไฟ ทีมงานหนังฮ่องกงมีทีมไฟมาคนเดียว สตั้นท์แมน 4 คน ไปทำไฟ อีก 3 คนไปทำสโมก เพราลูกพี่เคยบอกว่าเดี่ยวแกก็แก่ ทำสตั้นท์แมนได้ไม่นานหรอก หาอย่างอื่นทำไว้ แล้วอีก 2 คนไปเป็นผู้ช่วยกล้อง มันต้องเลือกหาทำอาชีพไว้ มันเป็นสตั้นท์แมนตลอดไปไม่ได้ อย่างผมก็เลี้ยวออกมาทางนักแสดง เพราะผมรู้ว่าผมจะไปกระโดดตึกอยู่นานๆ ไม่ได้ ก็เลยพยายามหักเหตัวเองออกมาเป็นนักแสดง พยายามมองดูนักแสดงรุ่นพี่ พยายามดูหนังบ่อยๆ แล้วก็ธรรมชาติก็คือธรรมะ แล้วจะแสดงเก่ง อีกอย่างฝรั่ง ญี่ปุ่น ฮ่องกง เขาเครียดมาก แต่พอมาทำงานกับคนไทย เขาฮาทั้งวันเลย เพราะผมพูดเป็นไม่เป็นผมก็พูด ผิดบ้างถูกบ้าง”

แม้ว่า แอน มิตรชัย และสายเชีย วงศ์วิโรจน์ จะมีโอกาสได้โกอินเตอร์ร่วมทำงานกับกองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศ แต่ทั้งคู่ก็ยังไม่ได้ทอดทิ้งงานในวงการบันเทิงไทย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของอาชีพนักร้องนักแสดงของทั้งคู่ ทั้งยังเป็นบ้านเกิดเมืองนอน เชื่อว่าด้วยบทบาทการทำงานที่มีอยู่จะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของศิลปินคนไทย มีความสามารถไม่แพ้ชาติอื่นๆ อย่างแน่นอน