อาร์ตี้ รับเข็ดหนังฟอร์มเล็ก เตรียมกลับไปดูแลธุรกิจที่บ้าน

Home / ข่าวหนัง, หนังไทย / อาร์ตี้ รับเข็ดหนังฟอร์มเล็ก เตรียมกลับไปดูแลธุรกิจที่บ้าน

แม้ว่าจะไม่ค่อยได้เห็นหน้าค่าตาบ่อยนัก แต่ก็ยังมีผลงานออกมาให้เห็นได้เรื่อยๆ สำหรับ หนุ่มอาร์ตี้ ธนฉัตร ตุลยฉัตร ที่กำลังจะมีผลงานภาพยนตร์ อีปึก อัศจรรย์วันแห่งศรัทธา ซึ่งจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในวันที่ 13 กรกฎาคมนี้ โดยหนุ่มอาร์ตี้ เผยถึงการรับงานแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ว่าเพราะทางผู้ใหญ่ขอมา อยากให้มาช่วย เรื่องค่าตัวก็เหมาะสมกับงาน ยอมรับว่าเข็ดกับการแสดงหนังฟอร์มเล็ก เพราะถูกด่าโดยไม่รู้สาเหตุ แต่ก็ไม่ได้ยึดติดว่าเล่นแล้วต้องดัง ส่วนเรื่องไปธุรกิจที่บ้านก็ยังไปๆ กลับๆ อยู่ เพราะยังอยากทำงานด้านนี้อยู่

“สาเหตุที่มาเล่นหนังเรื่องนี้ก็เพราะว่าเขาขอมา อยากให้เรามาช่วย เราก็คิดแล้วก็เลยมาช่วย ค่าตัวก็ไม่ถึงกับน้อยมาก ราคาก็เหมาะสมกับงาน ผู้ว่าจ้างเขาก็โอเค เรื่องบทไม่น่าจะมีปัญหา เพราะแค่มารับเชิญในช่วงท้าย คุยไปคุยมาลงตัวก็เลยรับเล่น ก่อนจะรับเล่นก็คุยนาน ทั้งคุยกับที่บ้านด้วย เพราะบทเราก็ไม่เห็น มีแค่ที่เขาเล่ามาให้ฟัง ก็ถือว่าช่วยพี่มาด เพราะตอนเด็กๆ เราก็เคยได้ยินเพลงของเขา ผมเคยเจ็บกับหนังฟอร์มแบบนี้เยอะ ก็ว่าให้มันเป็นบทเรียน เพราะคำว่าช่วย บางงานช่วยไปแล้วเราก็โดนเยอะ เรื่องนี้ก็เลยต้องคิดนิดนึง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร”

“ก่อนหน้าที่นี้ก็โดนด่าโดยที่ไม่รู้สาเหตุ แต่มันก็ผ่านมาแล้ว เป็นอดีตไปแล้ว ที่ผ่านมาก็เล่นแต่บทฟอร์มเล็กไปเรื่อยๆ กระแสอาจจะดรอปไหม ไม่รู้ เพราะผมก็เป็นลูกจ้าง ถ้าเขาว่าจ้างแล้วคุยกันลงตัว ผมก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ผมก็ไม่ได้ซีเรียสเรื่องมันไม่เปรี้ยงปร้าง เพราะไม่ได้ยึดติด มันคืออาชีพ อาชีพเราคือนักแสดง ทำไปเรื่อยๆ เปลี่ยนบทบาทหรืออาจจะกลับมาเล่นบทบาทเดิมก็ได้ ชินแล้ว ไม่ถึงขั้นทำใจ เพียงแต่เข้าใจในสิ่งที่เราทำมันคืออะไร ไม่ว่าจะเล็กจะใหญ่ มันคือประสบการณ์ในเราได้เรียนรู้ ก็ไม่ถึงกับท้อ แต่มันเหนื่อย ไม่ได้เหนื่อยกับบทหรืองาน มันเหนื่อยกับคน”

“เรื่องกลับไปทำธุรกิจที่บ้านก็คิดอยู่แล้ว วันนี้ไม่กลับวันหน้าก็ต้องกลับ ที่บ้านเขาอยากให้กลับ คือมาที่นี่ผมมองว่าเป็นแง่ดี เรามีประสบการณ์ ให้ได้เจอผู้คนที่หลากหลาย มันก็มีทั้งคนดีและคนไม่ดี บางคนก็สองหน้า มันได้เจอทุกรูปแบบ ที่บ้านเขาให้เรามาเจอผู้คนก่อน พอถึงเวลานั้นจริงเราก็จะสามารถไปคุมพนักงานเราได้ อยู่กรุงเทพเราเป็นลูกจ้าง ถ้าเกิดว่าใครที่เป็นผู้ใหญ่กว่าเราเขาพูดจาไม่ดีหรือพูดลับหลัง รู้ว่ามันไม่ดีก็จะไม่ไปทำกับที่บ้าน”

“กับงานแสดงก็เรื่อยๆ ไปมากกว่า จนกว่าจะไม่มีคนจ้าง ตราบใดที่ยังมีคนจ้างอยู่ผมก็ยังทำ เพราะว่าเราเลือกอาชีพแรกคือการเป็นนักแสดง พ่อขีดเส้นตายไว้แล้วว่าอยากให้กลับไปตั้งแต่ปีสองปีที่แล้ว เพราะเขาก็ 60 คนวัยเกษียณเขาอยากจะพักให้เราไปทำแล้ว เขาเห็นว่าวัยกำลังได้ ไฟกำลังแรง แต่เราไม่รู้เรื่อง แต่แม่ก็ยังให้เราทำควบคู่กันไป ตอนนี้ก็เข้าไปช่วยที่บ้านบ้าง ไปๆ กลับๆ ส่วนงานละครหรืองานแสดงก็มี ตอนนี้ถ่ายละครอยู่ 1 เรื่อง หนังในเดือนสิงหาอีก 1 เรื่อง ตอนนี้ยังไม่มีติดต่อเข้ามาเพิ่ม เอาเท่านี้ก่อน ค่อยๆ ทำไป ถ้ากลับไปอยู่บ้านมันก็เหมือนไปพักผ่อนมากกว่า ซึ่งที่บ้านก็ทำธุรกิจปั๊มน้ำมัน”