'ด้วยเกล้า' Entertainment Now Mono 29 จรัล มโนเพ็ชร บัณฑิต ฤทธิ์ถกล พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น

ย้อนรอย ‘ด้วยเกล้า’ หนังไทยสะท้อนโครงการในพระราชดำริ

Home / ข่าวหนัง / ย้อนรอย ‘ด้วยเกล้า’ หนังไทยสะท้อนโครงการในพระราชดำริ

มีหลายครั้งในวงการหนังไทยที่หยิบยกนำความปลาบปลื้มที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาเล่าผ่านเรื่องราวต่างๆ หากจะพูดถึงหนังไทยที่ดัดแปลงแนวคิด พระราชดำรัสของพระองค์มาเล่าด้วยศาสตร์และศิลป์ของภาพยนตร์ได้อย่างยอดเยี่ยม คงจะต้องพูดถึงภาพยนตร์ไทย เจ้าของ 3 รางวัล สุพรรณหงส์ทองคำ ในปี พ.ศ. 2530 ผลงานของผู้กำกับชั้นครูผู้ล่วงลับ บัณฑิต ฤทธิ์ถกล อย่าง ‘ด้วยเกล้า’

ย้อนไปเมื่อหลายสิบปีก่อน บริษัท ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น จำกัด คือบริษัทภาพยนตร์ที่มีความสำเร็จอย่างสูงสุด และอุดมไปด้วยไปด้วยความหลากหลาย ทั้งตัวผู้กำกับและผลงานภาพยนตร์ และหนึ่งในแนวทางที่ไฟว์สตาร์ได้ผลิตและสร้างอยู่เสมอในช่วงเวลาหนึ่งคือภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดย เกียรติกมล เอี่ยมพึ่งพร รองกรรมการผู้จัดการบริษัท ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น จำกัด ได้เล่าให้ฟังถึงความสนใจในการสร้างภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติของค่ายว่า

ต้องเท้าความไปถึงบริษัทที่ตอนนี้ก็มีอายุ 45 ปีแล้ว เมื่อปี พ.ศ. 2521 มีภาพยนตร์ของ วิจิตร คณาวุฒิ เรื่องคนภูเขา เป็นเรื่องเกี่ยวกับชาวเขาที่ยังปลูกฝิ่นอยู่ และยังมีเรื่อง ลูกอีสาน ก็เป็นเรื่องของชาวอีสานพลัดถิ่น ย้ายถิ่นฐานออกมาจากที่ดินแห้งแล้งและดำเนินเรื่องไปจนทำให้พื้นที่ปลูกพืชได้ ซึ่งเป็นส่วนที่พระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ 9 ได้สอนและได้ทิ้งโครงการดีๆ ไว้

‘ด้วยเกล้า’ เป็นภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นเนื่องในโอกาสที่พระองค์ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 40 ปี ในปี พ.ศ. 2529 และมีพระชนมายุครบ 5 รอบ ในปี พ.ศ. 2530 จากไอเดียและความตั้งใจของ เจริญ เอี่ยมพึ่งพร ผู้บริหารไฟว์สตาร์ในตอนนั้นบวกกับโจทย์ของ บัณฑิต ฤทธิ์ถกล เองที่ต้องการทำภาพยนตร์เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กลายมาเป็นตัวละคร เสาคำ ชาวนาผู้ยืนหยัดในความเชื่อของตนเองท่ามกลางอุปสรรคนานัปการ ซึ่ง บัณฑิต ได้สร้างคาแร็คเตอร์นี้จากพระองค์ ซึ่งเป็นกุศโลบายที่ต้องการสะท้อนแนวคิดและพระราชกรณียกิจของพระองค์ผ่านการแสดงและศาสตร์ของภาพยนตร์อย่างแยบคาย

ศึกษาโครงการหลายๆ โครงการของในหลวงที่ท่านได้ดำริไว้ มีหลายโครงการที่ถูกร้อยเรียงไปเป็นบทภาพยนตร์ รวมถึงการใช้เพลงในการเล่าเรื่อง ก็นำเอาทุกคำสอนและทุกอย่างที่พระองค์ทรงสร้างไว้เอามาใส่เข้าไปเพื่อให้เป็นภาพยนตร์เรื่องนี้ เมื่อดูเสาคำแล้วเป็นคาแร็คเตอร์ที่มีความเพี้ยน มีความอดทน มีการเปลี่ยนแปลง ความกตัญญูรู้คุณต่อแผ่นดิน ข้าวกำสุดท้ายที่เขาได้มาก็อยากจะนำไปถวายพระองค์ท่านตอนที่พระองค์ท่านเสด็จ

นอกจากความพิถีพิถันในการถ่ายทำแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นความพิเศษของ ด้วยเกล้า คือเป็นหนังไทยเพียงเรื่องเดียวที่ทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลงพระราชนิพนธ์จำนวน 9 เพลง มาใช้ในเรื่องคือ สายฝน, ลมหนาว, ชะตาชีวิต, อาทิตย์อับแสง, ยามเย็น, แสงเดือน, แสงเทียน, ใกล้รุ่ง และ ยิ้มสู้ ซึ่งสาเหตุก็เพราะเป็นการออกแบบตั้งแต่เขียนบทภาพยนตร์แล้วว่าจะใช้บทเพลงเหล่านี้มาร้อยเรียงเชื่อมต่อฉากสำคัญในเรื่อง เพื่อสอดแทรกสิ่งที่ บัณฑิต อยากเล่ามากกว่าจะเลือกพูดอย่างตรงไปตรงมา

สิ่งที่น่าเสียดายอย่างหนึ่งนั่นคือในช่วงเวลาที่ ด้วยเกล้า ออกฉายถึง 2 ครั้ง ทั้งในปี พ.ศ. 2530 และ 2549 กลับไม่ประสบความสำเร็จเท่าใดนัก หากแต่จะพูดถึงในแง่ความสำคัญของภาพยนตร์แล้ว ด้วยเกล้า คือหนังไทยเรื่องสำคัญที่สะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ของคนไทยที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ที่สะท้อนมาสู่แนวคิดและการใช้ชีวิตด้วยความวิริยะ ไม่ย้อท้อต่อความยากลำบาก

และทั้งหมดถูกถ่ายทอดด้วยวิธีคิดและเล่าเรื่องแบบภาพยนตร์อันประณีต จนได้รับการยกย่องด้วยรางวัลจากเวทีต่างๆ มากมาย ได้แก่ รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี ประจำปี พ.ศ. 2530 ในสาขาภาพยนตร์เกียรติยศแนวสร้างสรรค์ยอดเยี่ยม และสาขาเพลงนำภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และ 4 รางวัลสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 7 ได้แก่ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (จรัล มโนเพ็ชร), สาขาบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และสาขาเพลงและดนตรีประกอบยอดเยี่ยม อันเป็นสิ่งที่ยืนยันถึงความยอดเยี่ยมถึงบันทึกหน้าสำคัญของวงการหนังไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้เป็นอย่างดี

ติดตามข่าวสารแวดวงฮอลลิวูดที่น่าสนใจได้ในรายการ Entertainment Now วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 7.40 น. ช่อง MONO 29