รู้จัก อดัม ไดรเวอร์ ให้มากขึ้น เพื่อรู้จัก ไคโล เร็น ให้ลึกยิ่งกว่าเดิม ใน Star Wars: The Last Jedi

Home / ข่าวหนัง / รู้จัก อดัม ไดรเวอร์ ให้มากขึ้น เพื่อรู้จัก ไคโล เร็น ให้ลึกยิ่งกว่าเดิม ใน Star Wars: The Last Jedi
Adam Driver Kylo Ren Star Wars: The Last Jedi The Force Awakens อดัม ไดรเวอร์

นับถอยหลังอีกเพียงไม่กี่วันเท่านั้น เรื่องราวของสงครามแห่งดวงดาว Star Wars: The Last Jedi ก็จะเข้าฉายอย่างเป็นทางการแล้ว และหนึ่งในตัวละครที่มีบทบาทโดดเด่นที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้น ไคโล เร็น รับบทโดย อดัม ไดรเวอร์ (Adam Driver) และทางด้านต้นสังกัดก็ได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์ของนักแสดงหนุ่มรายนี้ออกมา ซึ่งจะทำให้แฟน ๆ ได้เข้าใจถึงตัวละครไคโล เร็น มากยิ่งขึ้น

เล่าให้เราฟังหน่อยว่า ไรอัน จอห์นสัน ได้นำไคโล เร็น เข้ามาสู่โลกของ The Last Jedi และขับเคลื่อนเขาสู่อีกตำแหน่งแห่งที่หนึ่งได้อย่างไร

ไรอันเป็นทั้งมือเขียนบทและผู้กำกับครับ และผมคิดว่าลักษณะที่เขาขับเคลื่อนเรื่องราวไปสำหรับตัวละครของผมเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงจริง ๆ ฟังดูเป็นอะไรที่ไม่เฉพาะเจาะจงมาก ๆ แต่นั่นก็เป็นเรื่องจริงครับ การที่ไคโล เร็น ฆ่าพ่อของเขาในตอนจบของ The Force Awakens ไม่ใช่เรื่องทางจิตวิทยาที่ไรอันมองข้ามไปในแง่ของผลกระทบที่มันมีต่อใครสักคน และในแง่หนึ่ง มันก็มีพื้นฐานจากความเป็นจริงมากกว่าด้วยซ้ำ คุณไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าเรื่องนั้นเกิดขึ้น เขาก็เลยไม่ได้มองข้ามมันไปและทำให้สถานการณ์นั้นเป็นความจริงขึ้นมา สำหรับผม มันเป็นประโยชน์มากครับ

นอกจากนั้น ไคโล เร็น ยังมีอายุน้อยกว่าตัวผมในชีวิตจริงด้วย เขาเป็นตัวละครตัวแรกที่ผมแสดงที่อายุน้อยกว่าผม ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมจำได้ว่าเคธี เคนเนดี เตือนผมระหว่างที่เราถ่ายทำภาคแรกกัน นั่นเป็นสิ่งที่อยู่ในบทที่ไรอันเขียนขึ้นครับ ไคโล เร็น เป็นคนที่ยึดติดกับไอเดียของตัวเองอย่างเหนียวแน่นมากขึ้น เกือบจะเหมือนความคลั่งทางศาสนาเลยล่ะครับ และเขาก็มั่นใจมากว่าตัวเองทำในสิ่งที่ถูกต้อง ความวัยเยาว์ของเขาเป็นสิ่งที่ปรากฏอยู่ในบทที่ไรอันเขียนด้วยครับ

ไคโล เร็นรับมือกับความสัมพันธ์ระหว่างเขากับแสงสว่างและความมืดภายในตัวเขาเองได้อย่างไร

ผมไม่รู้เหมือนกันว่าเขารับมือกับความสัมพันธ์ระหว่างแสงสว่างและความมืดภายในตัวเขาได้เรียบร้อยหรือเปล่า ผมคิดว่ามันยังคงเป็นสงครามภายในของเขาต่อไป นั่นเป็นสิ่งที่ไรอันเข้าใจเกี่ยวกับตัวละครของเขา ว่าคนเราไม่มีทางเป็นได้แค่สิ่งหนึ่งสิ่งใด แม้ว่าเราอยากให้พวกเขาเป็นแบบนั้นก็ตาม ในโลกใบนี้ มีสีเทามากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายในตัวพวกเราเอง นั่นเป็นสิ่งที่น่าสนใจที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องสนุกเกี่ยวกับการแสดงบทนี้ เขาไม่ใช่แค่สิ่งใดสิ่งหนึ่งครับ

เล่าให้เราฟังหน่อยว่าสโนคคิดหาวิธีผลักดันเขาให้ไปสู่ด้านสว่างหรือด้านมืดได้อย่างไร

ผมคิดว่าสโนคมองข้ามความสำคัญของไคโล เร็น ครับ สโนกอาจจะเป็นตัวแทนของความคิดเพียงหนึ่งเดียวและความไม่เต็มใจที่จะมองเห็นสีเทาเลยน่ะครับ

ในหนังเรื่องนี้ ไคโล เร็นและเรย์มีความเชื่อมโยงกัน ขอความคิดเห็นของคุณเกี่ยวกับเรื่องนี้หน่อย

ท่ามกลางดรามาอีพิกทั้งหลายที่เกิดขึ้น ศูนย์กลางของมันคือคนสองคนนี้ที่อยู่คนละฝั่งกัน พวกเขาถูกแบ่งแยกด้วยอะไรบางอย่างที่เป็นเส้นแบ่งที่บางมากๆ เพราะด้านมืดและด้านสว่างที่อยู่ในตัวพวกเขาทั้งคู่ พวกเขาไม่ได้แตกต่างกันมากนักหรอกครับ และในแง่หนึ่ง มันก็เหมือนพวกเขาได้อยู่บนเส้นทางเดินนี้ด้วยกัน ที่พวกเขาทั้งคู่ต่างก็รู้สึกเหมือนอยู่ตามลำพัง พวกเขาเกือบจะเป็นเหมือนคนที่ตรงข้ามกันในแบบที่ยอดเยี่ยมน่ะครับ

การร่วมงานกับมาร์ค ฮามิลล์ เป็นอย่างไรบ้าง

มีหลายครั้งระหว่างถ่ายทำหนังเรื่องนี้ที่ไม่ว่าคุณจะพยายามปฏิเสธว่าคุณไม่ได้กำลังสร้างหนัง Star Wars อยู่ มันก็จะแทรกซึมเข้ามา คุณได้เห็นยานต่อสู้ทาย ไฟเตอร์ ซึ่งก็เป็นเรื่องยากที่จะมองข้ามไปว่านั่นคือยานต่อสู้ทาย ไฟเตอร์ ช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับผมตอนที่ผมตระหนักได้ว่าผมกำลังแสดงหนัง Star Wars แม้ว่าเราจะเสร็จงานไปแล้วเรื่องหนึ่ง คือมาร์ค ฮามิลล์ครับ มันเป็นความรู้สึกเซอร์เรียลมากที่ได้เห็นเขา

สำหรับผม การได้โตมากับหนังพวกนี้ทำให้ผมตระหนักดีว่ามันวิเศษแค่ไหน เพราะผมให้ความสำคัญกับหนังพวกนี้มาก ซึ่งไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขาเลย แต่การที่จู่ ๆ ก็ได้มาแสดงหนังกับเขาเป็นเรื่องเซอร์เรียลมาก เขาเจ๋งมาก มันไม่มีคำไหนที่เหมาะไปกว่านี้อีกแล้ว เขาเป็นคนที่เข้าถึงได้ง่ายมาก ๆ เขาว่างเสมอและเต็มใจที่จะคุยทุกเรื่องที่คุณอยากคุย เขาอยากให้หนังเรื่องนี้ออกมาดี เขาก็อยากจะคุยเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ และทำให้มันมีความเชื่อมโยงและลึกซึ้งที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

แฮร์ริสัน ฟอร์ด และแคร์รี ฟิชเชอร์ เองก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน พวกเขายังมีความทะเยอทะยานแบบหนุ่มสาวที่อยากจะทำให้หนังเรื่องนี้ออกมาดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ พวกเขายังไม่ละทิ้งความทะเยอทะยานนั้นครับ

คุณเตรียมร่างกายอย่างไรบ้างสำหรับการแสดงบทนี้

ผมคิดว่าความฟิตโดยรวมเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ คุณพยายามจะเล่าเรื่องราวชีวิตของใครสักคนภายในเวลาชั่วโมงครึ่งหรือสองชั่วโมง แล้วคุณก็สามารถเก็บข้อมูลหรือรู้จักตัวละครตัวนั้นจากใครสักคนเกือบจะทันที โดยที่พวกเขาไม่ทันได้พูดด้วยซ้ำจากลักษณะการใช้ร่างกายของพวกเขา ซึ่งมันก็ยังคงเป็นความจริงแม้ว่านี่จะเป็นหนังบล็อกบัสเตอร์ฟอร์มยักษ์ก็ตาม คุณยังคงต้องทำงานของคุณและเล่าเรื่องราวโดยใช้ร่างกายอยู่ดีครับ

และข้อดีของ Star Wars คือพวกเขาทำให้มันเป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณด้วยการจ้างคนที่เก่งที่สุดมาช่วยเหลือคุณในการทำงาน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือไซมอน วอเตอร์สัน ครูฝึกของเราในเรื่องนี้ มันเป็นเรื่องที่มากกว่าการเพาะกล้ามครับ มันเป็นเรื่องที่ว่าคนเหล่านี้ใช้ร่างกายยังไง ถ้าไคโล เร็น ได้ต่อสู้ทั้งทางกายและจิตใจมาตลอดชีวิต มันก็จะต้องสะท้อนออกมาในลักษณะการวางตัวของเขา

ซึ่งมันก็เห็นได้ชัดมากครับ ไม่เพียงแต่ลักษณะการเคลื่อนไหวของเขาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงลักษณะการต่อสู้ของเขาด้วย และแม้ว่าจะไม่มีการพูดอะไรออกมา จากลักษณะทางกายภาพของเขา คุณก็น่าจะสามารถสัมผัสถึงตัวตนของเขาได้ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของเรา การฝึกเข้มงวดมากครับ คุณต้องเข้าร่วมทุกวันและทำให้มันเป็นกิจวัตรประจำวัน และคุณก็ต้องมีวินัยในเรื่องนี้ด้วยครับ

แล้วไรอัน จอห์นสันและหนังเรื่องนี้ล่ะ

ไรอัน จอห์นสันเป็นคนน่าทึ่งครับ แต่แค่คำว่า “น่าทึ่ง” ยังไม่พอครับ เขาเป็นคนง่าย ๆ ช่างคิดและเป็นมือเขียนบทที่เก่งกาจ เขาเจ้ากี้เจ้าการอย่างเหมาะสมในเรื่องที่เขาคิดว่ามันเวิร์กหรือสำคัญต่อเรื่องราว แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็มีสมดุลที่ยอดเยี่ยมในการเปิดกว้างต่อความเป็นไปได้ว่าเขาจะคิดผิด ผมโชคดีที่ได้ทำงานกับหลายคนที่มีหลักการแบบนั้น แต่ด้วยเดิมพันที่ดูเหมือนจะสูงลิบลิ่วเหลือเกินกับอะไรแบบนี้ เขากลับรักษาสมดุลทั้งหมดนี้ได้อย่างง่ายดายและไม่สนใจในการสร้างสิ่งที่ไร้ชีวิตจิตใจครับ

ไรอันเป็นนักเล่าเรื่องด้วยภาพวิชวลคนเก่งและชำนาญในการออกคำสั่งกับนักแสดงในแบบที่สามารถแสดงได้จริงมาก ๆ การสามารถสานต่องานของเจ.เจ. เอบรามส์ และผลักดันเรื่องราวให้ไปข้างหน้าดูเหมือนจะเป็นงานยักษ์ แต่เขาก็ไว้วางใจคนที่เขาร่วมงานด้วย และสิ่งสำคัญก็อยู่ที่ทีมนักแสดงที่เขาต้องร่วมงานด้วยต่อ

คุณยังคงรู้สึกว่าเขาให้อิสระในการสร้างสรรค์งานกับคุณมากมาย ซึ่งผมคิดว่าเขาเป็นคนที่หาได้ยากในเรื่องนี้ การสามารถรักษาสมดุล ไม่ใช่แค่การเล่าเรื่องราวแบบกว้าง ๆ แต่เป็นการเล่าเรื่องราวที่มีเสน่ห์และเข้าถึงได้สำหรับผู้ชมกลุ่มใหญ่ และในขณะเดียวกัน ก็ไม่ได้ย่อยให้มันง่ายเกินไปสำหรับพวกเขาด้วยน่ะครับ

พูดถึงฉากที่ถูกสร้างขึ้นมาจริง ๆ หน่อย

ทุกอย่างเป็นของจริงเกือบทั้งหมดครับ และไรอันก็ผลักดันฉากที่ถูกเซ็ทขึ้นสำหรับ The Force Awakens ไปอีกระดับหนึ่ง Star Wars เป็นส่วนสำคัญของศัพท์ในชีวิตประจำวันของเราในทั่วโลกอยู่แล้ว จนบางสิ่งถูกมองข้ามความสำคัญไป ทุกคนเข้าใจว่าคนพวกนี้สวมหน้ากาก แต่เราก็ยังคงต้องทำให้มันเป็นเรื่องจริงสำหรับตัวเราเองและทำให้มันเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลและมีเหตุผลส่วนตัว ซึ่งผมคิดว่าไรอันทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยมในการลบทุกอย่างที่เขารู้เกี่ยวกับ Star Wars ต้นฉบับและ The Force Awakens และเริ่มต้นใหม่ ซึ่งนั่นก็เริ่มต้นด้วยเครื่องแต่งกายและฉากครับ

Star Wars: The Last Jedi
ปัจฉิมบทแห่งเจได 

ว่าด้วยเรื่องราวของผจญภัยต่อเนื่องจาก Star Wars: The Force Awakens (2015) เรย์ ออกผจญภัยกันต่อพร้อมกับ ฟินน์, โพ และ ลุก สกายวอล์กเกอร์ เพื่อไปสู่เรื่องราวบทใหม่แห่งตำนาน

Star Wars: The Last Jedi ปัจฉิมบทแห่งเจได เข้าฉายในไทย 14 ธันวาคม 2017