Do You Hear the People Sing? Huge Jackman I Dreamed a Dream Les Mis?rables Look Down One Day More Victor Hugo Who Am I วิกเตอร์ อูโก ฮิว แจ็กแมน เหยื่ออธรรม

Les Miserables จากวรรณกรรมสุดคลาสสิก สู่บทเพลงแห่งประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศส

Home / ข่าวหนัง / Les Miserables จากวรรณกรรมสุดคลาสสิก สู่บทเพลงแห่งประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศส

วันที่ 26 เดือนกุมภาพันธ์ วันคล้ายวันเกิดของบุคคลที่มีอิทธิพลอย่างสูงต่อการเคลื่อนไหวทางสังคมในฝรั่งเศส นักเคลื่อนไหวทางสังคมเรื่องสิทธิมนุษยชนในฝรั่งเศส ผู้เป็นทั้งนักกวีและนักประพันธ์ หากพูดถึงชื่อ วิกเตอร์ อูโก (Victor Hugo) ผลงานของเขากับหนึ่งในวรรณกรรมสุดคลาสสิกของโลกอย่าง Les Miserables เหยื่ออธรรม เรื่องราวของโศกนาฏกรรมที่มีพื้นหลังอยู่ในยุคของการปฏิวัติฝรั่งเศส ต้องถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอย่างแน่นอน

Les Miserables ถูกนำมาทำเป็นภาพยนตร์แล้วถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกในปี 1998 ที่นำแสดงโดย เลียม นีสัน (Liam Neeson) และ อีกครั้งในปี 2012 ที่มาในรูปแบบของภาพยนตร์มิวสิคัล ที่ได้รวมเอานักแสดงชื่อดังมาร่วมงานมากมายทั้ง ฮิว แจ็กแมน (Huge Jackman), รัสเซล โครว์ (Russell Crowe), แอน แฮธาเวย์ (Anne Hathaway), อแมนดา ไซย์ฟรีด (Amanda Seyfried) และ เอ็ดดี เรดเมย์น (Eddie Redmayne) กลายเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์เพลงที่ครองใจใคร ๆ หลายคน

Les Miserables เวอร์ชั่นปี 2012 เป็นผลงานที่แสนงดงามของผู้กำกับ ทอม ฮูเปอร์ (Tom Hooper) จาก Danish Girl (2015) ที่เล่าเรื่องผ่านชายผู้ตกเป็นเหยื่อของสังคมอันโสมมของฝรั่งเศสช่วงเวลากว่า 20 ปี ในยุคของการปฏิวัติ “24601” หรือ ฌอง วัลฌอง ที่ถูกตามล่าจากนายตำรวจผู้มากด้วยอุดมการณ์ ฌาแวร์ และอีกหนึ่งองก์ของภาพยนตร์ผ่าน ฟองทีน โสเภณีจำยอมที่ต้องขายทั้งผมและฟันของตัวเองเพราะความรักที่มีต่อลูกสาวของเธอ โคลเซ็ต โดยมีฉากหลังเป็นฝรั่งเศสช่วง ค.ศ. 1815 – 1832

ตัวละครทุกตัวเป็นล้วนแต่เป็นตัวละครที่ทรงพลังมาก ทำให้ตลอดเวลากว่า 2 ชั่วโมง 40 นาที เนื้อเรื่องที่ดำเนินไปด้วยบทเพลงนั้น โศกเศร้า สนุกสนาน กดดัน และดูเจ้าเล่ห์ มีภาพประทับใจเกิดขึ้นมากมายออกมาตีแผ่ความเหลื่อมล้ำในสังคมความต่ำตมของยุคสมัยที่นำพาไปสู่ความสำเร็จของภาพยนตร์ในแง่ของคุณค่าได้อย่างงดงาม

เราจึงหยิบยกบทเพลงที่ประทับใจส่วนหนึ่งจาก Les Miserables (2012) ที่แสนไพเราะ ลึกซึ้ง และคำร้องสุดทรงพลังที่จะนำพาเราไปสู่ห้วงอารมณ์ของตัวละครต่าง ๆ ที่เป็นเหยื่อในโศกนาฏกรรมอันแสนเศร้าของหน้าประวัติศาสตร์

Look Down – Huge Jackman & Russell Crowe บทเพลงแห่งความไม่เท่าเทียม

บทเพลงของนักโทษหมายเลข 24601 ที่กำลังจะได้เป็นอิสระจากคุกที่จองจำเขาไว้นานถึง 19 ปี พร้อมตราบาปที่จะติดตัวเขาไปจนวันตายว่าครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นไอ้ขี้คุกด้วยโทษ 5 ปี จากการที่เขาขโมยขนมปังหนึ่งก้อนเพียงแค่เพื่อให้ตัวเองและน้องสาวนั้นอิ่มท้อง และอีก 14 ปี จากการพยายามหลบหนี

บทเพลงอีกหนึ่งเวอร์ชั่นที่ปรากฏในภาพยนตร์ ขับร้องโดย กาฟโรช รับบทโดย แดเนียล ฮัตเติลสโตน (Daniel Huttlestone) เด็กหนุ่มตัวน้อยอีกหนึ่งเหยื่อของสังคมอันโหดร้ายที่ถ่ายทอดความไม่เท่าเทียมระหว่างชนชั้นออกมาได้เป็นอย่างดี

I Dreamed a Dream – Anne Hathaway เมื่อชีวิตไม่ได้สวยงามดั่งฝัน

บทเพลงที่โด่งดังที่สุดในภาพยนตร์เรื่องนี้ที่ส่งให้นักแสดงสาว แอน แฮธาเวย์ ในบทของ ฟองทีน ได้รับรางวัลออสการ์ สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมในปี 2013 บทเพลงแห่งความโศกเศร้าของหญิงสาวผู้เคยมีชีวิตที่เหมือนจะสวยงามเหมือนความฝันกับสามีและลูกสาว

แต่แล้วเมื่อวันหนึ่งเขาทิ้งเธอไปและสังคมที่กลั่นแกล้งเธอจนต้องออกจากงาน ด้วยภาระและความรักที่เธอมีต่อโคลเซ็ต ผู้เป็นลูกสาว ทำให้เธอต้องยอมขายศักดิ์ศรีของตัวเองเพื่อแลกกับความสุขของลูกสาวของเธอ จนสุดท้ายชีวิตของเธอก็จบลงอย่างแสนสลด

Who Am I – Huge Jackman ตัวเราของเรา

บทเพลงที่พาเราดำดิ่งเข้าไปในจิตใจของฌอง วัลฌอง เมื่อสังคมและผู้คนทำให้เขามีฐานะและตัวตนที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา จากที่ตัวละครต่าง ๆ ในเรื่องพากันเรียกฌอง วัลฌอง ด้วยชื่อที่ต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นนักโทษ 24601, นายกเทศมนตรีของเมืองผู้มีหน้ามีตาทางสังคม หรือพ่อเลี้ยงผู้แสนดีของโคลเซ็ต

แต่เมื่อทางการประกาศจับตัวนักโทษหลบหนี 24601ได้ วัลฌอง ผู้ที่ไม่อาจจะให้ผู้บริสุทธิ์ต้องมารับโทษเหมือนที่เขาเคยได้รับ มโนธรรมในจิตใจของเขาจากการที่เขาได้รับโอกาสจากผู้คนมากหน้าหลายตาในชีวิต ทำให้เขายอมรับกับศาลว่าเขาคือฌอง วัลฌอง นักโทษหมายเลข 24601

Do You Hear the People Sing? บทเพลงสุดทรงพลังของประชาชน

บทเพลงที่นักแสดงทุกคนร้องประสานเสียงกันออกมาได้อย่างทรงพลังด้วยตัวบทเพลงเองที่มีความเป็นสัญลักษณ์ของเสรีภาพของประชาชนอยู่แล้ว เพลงนี้เคยถูกนำไปร้องในพิธีปิดงานมหกรรมฟุตบอลแห่งชาติยุโรปในปี 1996 ที่ประเทศอังกฤษ ในสนามเวมบลีย์มาแล้ว

เป็นเพลงที่ดึงอารมณ์ให้อินกับตัวภาพยนตร์ขึ้นมาเป็นอย่างมาก รวมถึงภาพในตัวภาพยนตร์ที่มีองค์ประกอบสวยงามทั้งนักแสดง คอสตูม และฉากบ้านเมืองที่เรียกได้ว่าตระการตาทีเดียว ฟังเมื่อใดก็ขนลุกได้ทุกที

One Day More บทเพลงที่นำตัวละครไปสู่บทสรุป

บทเพลงแห่งบทสรุปของตัวละครทุกตัวในเรื่องที่ขับร้องเรื่องราวของตัวเองที่จะถึงจุดพลิกผันในวันรุ่งขึ้น ไคลแมกซ์และโศกนาฏกรรมกำลังจะเริ่มขึ้นเมื่อจบเพลงนี้ เพลงนี้มีครบทุกรสชาติอยู่ในตัวของมันเอง ไม่ว่าจะเป็นอุดมการณ์อันเต็มเปี่ยม ความรักอันหอมหวาน การพลัดพรากอันแสนเศร้า ความเจ้าเล่ห์เพทุบาย หวังแต่ประโยชน์

เราจะได้เห็นความฝันอันสูงสุดของตัวละครทุกตัวผ่านบทเพลง One Day More อีกหนึ่งวันที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของทุกชีวิตในภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นอีกหนึ่งเพลงที่งดงามมาก ๆ และเป็นเพลงรวมที่ดีที่สุดเพลงหนึ่งของเรื่องเลยก็ว่าได้