Eddie Redmayne Felicity Jones Stephen Hawking The Theory of Everything สตีเฟน ฮอว์คิง

เล่าเรื่องราวอัจริยะแห่งยุคผู้ล่วงลับ สตีเฟน ฮอว์คิง ผ่านภาพยนตร์ The Theory of Everything

Home / ข่าวหนัง / เล่าเรื่องราวอัจริยะแห่งยุคผู้ล่วงลับ สตีเฟน ฮอว์คิง ผ่านภาพยนตร์ The Theory of Everything

วันที่ 14 มีนาคม 2561 มีรายงานจากสื่อต่างประเทศหลายแห่งว่า สตีเฟน ฮอว์คิง (Stephen Hawking) นักฟิสิกส์ทฤษฎีและนักจักรวาลวิทยา ได้เสียชีวิตในวัย 76 ปี ที่บ้านพักในเมืองเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ ฮอว์คิงเป็นอีกหนึ่งบุคคลสำคัญที่มีบทบาทต่อโลกนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การเป็นนักวิทยาศาสตร์เท่านั้น

อ่านประวัติของ สตีเฟน ฮอว์คิง ได้ที่ https://news.mthai.com/world-news/625388.html

หรือใครไม่ชอบอ่านยาว ๆ ยังมีภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดชีวประวัติของสตีเฟน ฮอว์คิง อีกมากมายหลายเรื่องเราจึงเลือกหนึ่งในผลงานเหล่านั้นที่ถ่ายทอดเรื่องราวของเขาได้อย่างอัดแน่นเต็มเปี่ยมและสวยงาม

The Theory of Everything ภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากหนังสือเรื่อง Travelling to Infinity: My Life with Stephen ที่เขียนโดย เจน ฮอว์คิง (Jane Hawking) ภรรยาคนแรกของสตีเฟน ฮอว์คิง

เล่าเรื่องราวชีวิตของผู้ชายผู้เป็นคนสำคัญของโลกผ่านมุมมองของเธอในช่วงเวลาที่ทั้งสองคนตกหลุมรักกัน นำแสดงโดย เอ็ดดี เรดเมย์น (Eddie Redmayne) ในบทของ สตีเฟน และ เฟลิซิตี โจนส์ (Felicity Jones) ในบทบาทของ เจน

หน้าหนังที่ดูเหมือนจะเป็นหนังโรแมนติกหวานฉ่ำ ด้วยการดำเนินเรื่องที่เรียบง่ายตลอดในองก์แรกของหนังที่อะไรก็ดูเหมือนจะสวยงามไปหมด แต่เมื่อถึงฉากที่สตีเฟนล้มลงที่หน้ามหาวิทยาลัย หนังก็เปลี่ยนโทนเป็นดรามาไปอย่างเต็มตัว

ต้องยอมรับงานศิลป์ของเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ทั้งการจัดองค์ประกอบภาพ โทนสี หรือคอสตูมต่าง ๆ ที่สามารถดึงตัวหนังและความรู้สึกของผู้ชมให้ออกมาจากความอึดอัดและความดาร์กของบท จนไม่ทำให้เรารู้สึกหดหู่จนเกินไปได้อย่างดี

ที่จะไม่พูดถึงคงไม่ได้ก็คือ การแสดงของเอ็ดดี เรดเมย์น ที่ต้องบอกว่าเขาทำการบ้านมาอย่างดี สามารถแสดงเป็นคนที่มีอาการป่วย ALS ได้อย่างเหมือนมาก ๆ ราวกับว่าเขาป่วยเป็นโรคนี้จริง ๆ

และการสื่อสารที่ต้องออกมาทางแววตาและสีหน้าก็ทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมบทนี้ถึงส่งให้เขาได้รับรางวัลออสการ์ สาขานักแสดงนำยอดเยี่ยมในปี 2015 มาครองได้

ต้องแสดงความเสียใจด้วยกับการจากไปแบบไม่มีวันกลับมาของสตีเฟน ฮอว์คิง ในโอกาสนี้เราขอยกคำพูดที่เขาเคยกล่าวไว้ว่า

Intelligence is the ability to adapt to change.
สติปัญญาคือความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง

อย่างที่เขาเคยทำเอาไว้ การไม่ย่อท้อต่อสภาพร่างกายของเขาที่ไม่ปกติและเปลี่ยนแปลงไป เพราะคิดว่าความรู้ในหัวของเขาสามารถทำอะไรให้กับโลกนี้ได้อีกมากมาย เก็บไว้คนเดียวคงไม่เกิดประโยชน์แก่ใครแน่ ๆ สตีเฟนต่อสู้และใช้ปัญญาของเขาสร้างสิ่งที่ทำให้เขาสามารถสื่อสารกับคนอื่นได้ จนมีชีวิตอยู่มาถึงปัจจุบันนี้ เขาสามารถเขียนหนังสือและสร้างทฏษฎีต่าง ๆ ให้กับโลกใบนี้มากมาย ก่อนจะจากไปและทิ้งไว้เพียงผลงานไว้กับพวกเราทุกคน