คริสโตเฟอร์ ลอยด์ บ็อบ เกล หนัง Back to the Future โรเบิร์ต เซเม็กคิส ไมเคิล เจ. ฟ็อกซ์

คริสโตเฟอร์ ลอยด์ เผยอยากกลับไปอนาคตอีกครั้งในหนัง Back to the Future ภาคต่อ

Home / ข่าวหนัง / คริสโตเฟอร์ ลอยด์ เผยอยากกลับไปอนาคตอีกครั้งในหนัง Back to the Future ภาคต่อ

กลายเป็นเรื่องที่ทำเอาคอหนังต่างตื่นเต้นกันเลยทีเดียว เมื่อนักแสดงสูงวัย คริสโตเฟอร์ ลอยด์ (Christopher Lloyd) ที่มีชื่อเสียงโด่งดังจากบท ดอกเตอร์ เอ็มเม็ตต์ บราวน์ หรือที่ในหนังเรียกกันสั้น ๆ ว่า ด็อก นักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องที่ประดิษฐ์รถไทม์แมชชีนเดินทางย้อนอดีตข้ามอนาคตในหนังไตรภาค Back to the Future ได้ออกมาบอกว่า เขาอยากที่จะกลับมารับบทนี้ในภาคต่อที่ 4

สื่อ Phoenix New Times ได้สัมภาษณ์ คริสโตเฟอร์ ลอยด์ วัย 80 ปี ในประเด็นที่ว่าถ้าเขาได้เป็นส่วนหนึ่งของหนังภาคต่อที่ 4 หรือหนังฉบับรีบูต เขาได้ตอบคำถามนี้ว่า

ผมจะยินดีมาก ๆ ผมรักที่จะปรากฏตัวในหนังภาคต่อที่ 4 ถ้าพวกเขามาพร้อมกับไอเดียที่น่าสนใจและทำออกมาได้ดีเหมือนกับหนังสามภาคแรก

มันสำคัญมาก ถ้า โรเบิร์ต เซเม็กคิส (Robert Zemeckis) และ บ็อบ เกล (Bob Gale) รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ทำเรื่องราวอื่น ๆ ผมคิดว่า จริง ๆ นะ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ถ้าพวกเขามีไอเดียที่น่าสนใจ

ผมคิดว่านั่นเป็นการท้าทายที่จะได้ทำบางสิ่งบางอย่างที่ดีพอ ๆ กับไตรภาค ผมหวังว่ามันจะเกิดขึ้น ผมไม่ได้ยินว่าพวกเขาจะทำหรอกนะ ถ้าพวกเขาคิดในใจว่า เฮ้ เรามีบางสิ่งที่พอจะทำได้ และพวกเขาเชื่อในสิ่งนั้น พวกเขาก็อาจจะทำมันขึ้นมาก็ได้

ผมบอกว่ามันเกิดขึ้นได้เสมอ ถ้าพวกเขามีสคริปต์ที่ดีที่มันเวิร์กจริง ๆ พวกเขาไม่อยากทำในสิ่งที่จะออกมาตรงกันข้าม (สร้างความผิดหวัง) คุณก็รู้ว่าบางครั้งภาคต่อมันอาจจะไม่ได้เหมือนตัวดั้งเดิม และอาจจะทำให้ผิดหวัง ผมรู้ว่าพวกเขาจะไม่ให้มันเกิดขึ้น แต่ผมไม่รู้ว่าในเวลานี้พวกเขาวางแผนจะทำมันอยู่หรือเปล่า

ทว่าย้อนกลับไปในปี 2015 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปีที่เฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปี ที่หนังเรื่องนี้เข้าฉายครั้งแรกในปี 1985 ในตอนนั้นผู้กำกับและผู้เขียนบทอย่าง โรเบิร์ต เซเม็กคิส ได้ออกมาหยุดกระแสการรีเมกของหนังแฟรนไชส์นี้กับสื่อ The Telegraph ว่า

โอ้ พระเจ้า ไม่ มันจะไม่เกิดขึ้นจนกว่าบ็อบและผมจะตาย หลังจากนั้นผมแน่ใจว่าพวกเขาจะต้องทำมันแน่ ๆ เว้นแต่จะมีหนทางที่เราหยุดยั้งมันไว้

สำหรับผมนะ มันเป็นการฝ่าฝืน ตั้งแต่ที่ทุกคนมองว่ามันเป็นหนังที่ดี เหมือนกับบอกว่า มารีเมกหนัง Citizen Kane กันเถอะ เราเป็นใครที่จะมารับบทเคนเหรอ จะโง่ไปไหน บ้าอะไรเบอร์นั้น ทำไมทุกคนถึงทำแบบนั้นกัน

โรเบิร์ต เซเม็กคิส เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อ Digital Spy โดยปฏิเสธการทำหนังภาคต่อที่ 4 ว่า

มันเหมือนการขายชื่อหนังไปล่วงหน้า มันอาจจะเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่บนบ็อกซ์ออฟฟิศ นั่นคือทุกสิ่งอย่างที่ทุกคนแคร์

การสร้าง Back to the Future ภาคต่อที่ 4 นั้นดูเหมือนว่าความหวังจะริบหรี่ลงจนแทบจะเป็นไปไม่ได้ หากไม่มีนักแสดงนำอย่าง ไมเคิล เจ. ฟ็อกซ์ (Michael J. Fox) มารับบทนำเป็น มาร์ตี แม็กฟลาย ที่เขากำลังป่วยเป็นโรคพาร์กินสัน โรเบิร์ต เซเม็กคิส ได้พูดถึงประเด็นของ ไมเคิล เจ. ฟ็อกซ์ ไว้เมื่อปี 2008 ว่า

ความคิดที่จะสร้างภาคต่อหนัง Back to the Future โดยไม่มี ไมเคิล เจ. ฟ็อกซ์ นั้น เหมือนกับการที่ผมทำสเต็กให้คุณทาน และผมจะไม่ใส่เนื้อวัวลงไป

เท่าที่อ่านจากบทสัมภาษณ์ทั้งหมดทั้งมวลของทั้งคุณปู่ คริสโตเฟอร์ ลอยด์ และผู้กำกับโรเบิร์ต เซเม็กคิส แล้ว ก็เชื่อเหลือเกินว่าเรื่องราวการย้อนกลับไปอนาคตของหนัง Back to the Future จะกลายเป็นตำนานแห่งไตรภาคที่จะไม่มีภาคต่อที่ 4 และไม่มีการรีบูตใด ๆ ในช่วงเวลาต่อจากนี้ไปอีกหลายปีแน่นอน

ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า แม้จะไม่ได้เห็นการผจญภัยครั้งใหม่ของด็อกและมาร์ตี แต่ความคลาสสิกของเรื่องราว เสน่ห์ของนักแสดงนำ และภาพจำจากเหตุการณ์ทั้งหมดทั้งมวลที่สะท้อนให้เห็นบ้านเมืองในช่วงเวลานั้นจะยังคงโลดแล่นให้คอหนังทุกคนได้คลายคิดถึงและเข้าไปตื่นเต้นกับมันทุกครั้งที่เปิดหนังเรื่องนี้ออกดูก็น่าจะเพียงพอแล้ว

ข้อมูลจากเว็บไซต์ comicbook.com