ทารอน เอเจอร์ตัน หนัง Robin Hood ออตโต บาตเฮิร์ส อีฟ ฮิวสัน เจมี ดอร์แนน เจมี ฟ็อกซ์ เบน เมนเดลสัน

16 เรื่องน่ารู้ ที่จะทำให้ดูหนัง Robin Hood เต็มอรรถรสมากยิ่งขึ้น

Home / ข่าวหนัง / 16 เรื่องน่ารู้ ที่จะทำให้ดูหนัง Robin Hood เต็มอรรถรสมากยิ่งขึ้น

เหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งสัปดาห์ ปฏิบัติการล่าโจรกรรมครั้งสำคัญในหนัง Robin Hood เวอร์ชั่นล่าสุด จะมาให้แฟน ๆ ชาวไทยได้ติดตามกันแล้ว และนี่คือ 16 เรื่องน่ารู้ ที่จะทำให้การดูหนังเรื่องนี้สนุกสนานเต็มอรรถรสมากขึ้น

1. เปิดตัวโรบินฮู้ดคนใหม่ของโลก ทารอน เอเจอร์ตัน (Taron Egerton) นักแสดงหนุ่มสายเลือดอังกฤษที่โด่งดังไปทั่วโลกจากบทบาทแจ้งเกิดในหนังแฟรนไชส์ Kingsman รับบทเป็น พยัคฆ์ร้ายโรบินฮู้ด ที่รับรองว่าแตกต่างจากโรบินฮู้ดทุกเวอร์ชั่น และเข้าถึงคนเจเนอเรชั่นใหม่อย่างแน่นอน

จากนายทหารผ่านศึกในสงครามครูเสดก้าวสู่ฐานะวีรบุรุษจอมโจรที่มากับตัวตนที่วัยรุ่นกว่า กล้าได้กล้าเสีย บู๊มันสะใจ ลีลาการต่อสู้สุดโลดโผน มุ่งมั่นปล้นคนชั่วคืนศักดิ์ศรีให้ชาวเมืองนอตติงแฮม

2. ประกบด้วยเจ้าของรางวัลออสการ์ เจมี ฟ็อกซ์ (Jamie Foxx) จาก Ray (2004) และผลงานบล็อกบัสเตอร์อย่าง The Amazing Spider-Man 2 (2014) และ Baby Driver (2017) ในบทบาทของ ลิตเติล จอห์น สหายคนสนิทที่เป็นเสมือนเมนเทอร์คู่หูของโรบินฮู้ด คอยฝึกฝนวิชาการต่อสู้อันเหนือชั้น และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการพลิกโฉมจากนายทหารให้เป็นวีรบุรุษจอมโจรของปวงชน

3. นักแสดงสาวสุดสวยชาวไอริช อีฟ ฮิวสัน (Eve Hewson) ที่แจ้งเกิดจากผลงานคุณภาพของ สตีเวน สปีลเบิร์ก (Steven Speilberg) เรื่อง Bridge of Spies (2015) สู่บทนางเอกเต็มตัวกับการรับบทของ แมเรียน สาวงามมาดเลดี้แต่หัวใจแกร่งไม่แพ้บุรุษ เธอเกิดมาเป็นผู้นำที่มองออกว่าบ้านเมืองของเธอต้องการการเปลี่ยนแปลง และเธอผู้นี้คือผู้หญิงที่เป็นเหมือนแสงสว่างนำทางให้ผู้ชายอย่างโรบินฮู้ดยินดีจะมอบทั้งชีวิตให้

4. เสริมกำลังรบทีมพยัคฆ์โดย เจมี ดอร์แนน (Jamie Dornan) นักแสดงหนุ่มหล่อที่จะล้างภาพของหนุ่มเซ็กซี่สะท้านโลกในไตรภาค Fifty Shades ด้วยการพลิกบทบาทในหนังแอคชั่นเต็มตัว รับบท วิล สการ์เล็ต โจรหนุ่มหัวกบฏที่ฝีมือเดือดไม่แพ้ใครผู้ต้องการทวงความยุติธรรรมกลับคืนให้ผู้คนเช่นกัน อย่างไรก็ดี ถึงวิลจะเป็นเพื่อนร่วมรบแต่ก็เป็นเสี้ยนหนามหัวใจของโรบินฮู้ดเมื่อทั้งสองต่างปรารถนาในตัวหญิงสาวคนเดียวกัน

5. เบน เมนเดลสัน (Ben Mendelsohn) อีกหนึ่งนักแสดงดาวร้ายของทศวรรษนี้ จากเจ้าของบทผู้บัญชาการสุดเหี้ยม ออร์สัน เครนนิก ที่แฟนหนังจดจำได้ดีใน Rogue One: A Star Wars Story (2016) สู่บทบาท นายอำเภอแห่งนอตติงแฮม ผู้กระหายอำนาจเหนือทุกสิ่ง แต่การถ่ายทอดบทนายอำเภอของเขาในเวอร์ชั่นนี้ซับซ้อนยิ่งกว่า อำมหิตกว่า และมีเป้าหมายเดียวคือต้องการให้คนอื่นทุกข์ทรมานเช่นเดียวกับตัวเขาที่เคยเติบโตมาอย่างเด็กกำพร้า

6. Robin Hood ในเวอร์ชั่น 2018 นี้ ได้ซูเปอร์สตาร์หนุ่ม ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ (Leonardo DiCaprio) มานั่งแท่นผู้อำนวยการสร้าง ด้วยความประทับใจในแก่นเรื่องที่สุดคลาสสิก และมองเห็นโอกาสในการตีความใหม่ต่อต้นกำเนิดความเป็นขบถของโรบินฮู้ดให้เข้ากับผู้ชมในยุคปัจจุบัน

7. ผู้กำกับหนังรุ่นใหม่อย่าง ออตโต บาตเฮิร์ส (Otto Bathurst) ที่ฝากผลงานจากสองซีรีส์ที่ประสบความสำเร็จอย่าง Black Mirror และ Peaky Blinders ได้รับมอบหมายในการปฏิวัติภาพของโรบินฮู้ดที่คนทั้งโลกเคยเห็นกันจนชินตา ให้เป็นทั้งหนังแอคชั่นและหนังจารกรรมที่เสี่ยงตาย มันระทึก กระชับฉับไว แต่ยังคงจิตวิญญาณแอนติฮีโร่ที่ไม่ขอยอมรับการกดขี่ข่มเหงในทุกรูปแบบเอาไว้อย่างครบถ้วน

8. ทำไมโรบินฮู้ดถึงกลายเป็นตำนานที่เล่าขานกันมากว่า 800 ปี นั่นเป็นเพราะโรบินฮู้ดเป็นเสมือนตัวแทนที่สะท้อนให้เห็นว่าเขาก็เหมือนกับเราทุกคนที่ไม่ได้เกิดมามีพลังพิเศษแบบซูเปอร์ฮีโร่ แต่เขาคือตัวแทนที่ขอลุกขึ้นสู้กับความบ้าอำนาจ คอรัปชั่น และการกดขี่จากคนที่เป็นใหญ่ในสังคม ซึ่งมีอยู่บนโลกใบนี้ทุกยุคทุกสมัย

และไม่ใช่แค่โลกของหนังเท่านั้น เพราะโรบินฮู้ดยังเป็นตำนานที่จุดประกายให้กับนักเขียน ศิลปิน นักเล่าเรื่อง และคนทำละครมาตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมาในการสร้างสรรค์จินตนาการเรื่องราวของเขาในมุมมองที่แตกต่างกันไป

9. ผู้กำกับหนังยกเครื่องเมืองนอตติงแฮมใหม่ทั้งหมด โดยเปลี่ยนให้นอตติงแฮมในเวอร์ชั่นนี้มีเอกลักษณ์เป็นเมืองอุตสาหกรรม เป็นศูนย์กลางทางการเมืองและศาสนา หากนอตติงแฮมล่มสลาย จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในแผ่นดินอังกฤษแน่นอน

10. ทารอน เอเจอร์ตัน ต้องฝึกยิงธนูอย่างหนักกับสองปรมาจารย์แห่งศาสตร์ยิงธนู สตีฟ ราล์ฟส และ ลาร์ส แอนเดอร์เซน เพื่อสวมวิญญาณเป็นนักรบธนูของแท้ และเข้าฉากแอคชั่นแบบไม่ต้องใช้ตัวแสดงแทน

และทั้งสองต่างต้องทึ่งกับทักษะการยิงธนูแบบชวนตะลึงของทารอน โดยเขาสามารยิงธนู 3 ดอก ภายในเวลาแค่ 2 วินาที! แน่นอนว่า เพียงแค่ความเร็วสูงของธนูก็เปลี่ยนมุมมองที่ผู้คนมีต่อโรบินฮู้ดไปตลอดกาล

11. ธนูของโรบินฮู้ด 2018 ไม่ใช่ธนูธรรมดาสำหรับต่อสู้ระยะไกลเท่านั้น แต่ในภาคนี้ธนูของโรบินยังสามารถสู้ในระยะประชิดได้อีก โดยทางทีมออกแบบอาวุธ ได้ออกแบบให้ธนูของเขาติดสนับมือที่ด้ามจับ เพื่อใช้ปลายธนูแหลมโจมตีระยะประชิดได้อีกด้วย

12. ธนูไม่ใช่อาวุธเดียวที่ได้รับการพัฒนาเท่านั้น แต่หนังยังได้ ทิม ไวล์ดกูส นักออกแบบอาวุธชื่อดัง (จากผลงานอย่าง World War Z (2013) และ Assassin’s Creed (2016) เป็นต้น) มาเป็นหัวหอกในการออกแบบอาวุธต่อสู้สุดเจ๋งอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นหน้าไม้ที่ยิงได้ต่อเนื่องไม่ต่างจากปืนกล, ปืนอาร์พีจีแบบยิงลูกธนู 30 ดอกพร้อมกัน, หน้าไม้ยิงระเบิดแก๊ส, ธนูสไนเปอร์ และ กระบองนอตติงแฮม ซึ่งอาวุธที่ใช้ในเรื่องทุกชิ้นสามารถใช้งานได้จริง

13. ทุ่มทุนใช้อุปกรณ์การถ่ายทำระดับโปร ผู้กำกับภาพใช้กล้อง Panavision DXL 65mm ที่สามารถบันทึกความละเอียดได้ถึง 8K รวมทั้งการถ่ายทำในฟอร์แมต 65 มม. ด้วยเลนส์ความละเอียดสูง Primo 70 ทำให้ควบคุมความชัดลึกชัดตื้นได้อย่างแม่นยำ และยังใช้อุปกรณ์แฮนด์เฮลด์แบบพิเศษในการถ่ายฉากกระโจนข้ามหลังคาช่วยให้ภาพออกมาดุเดือดสมจริงไม่ต่างจากหนังสงครามอย่าง Black Hawk Down (2001)

14. ลงทุนถ่ายทำฉากหลักใน 2 ประเทศ ตลอดระยะเวลาเวลา 120 วัน ของการถ่ายทำ ได้แก่เมืองประวัติศาสตร์ของ UNESCO อย่างเมืองดูบรอฟนิก ประเทศโครเอเชีย ที่เคยใช้ถ่ายทำซีรีส์มหากาพย์ Game of Thrones สตูดิโอในบูดาเปสต์ ฮังการี ที่เนรมิตให้เป็นเมืองนอตติงแฮมและฉากหลังของสงครามครูเสดสุดยิ่งใหญ่

15. ทีมงานหนังเรื่องนี้ได้ออกแบบตัดเย็บเสื้อผ้าขึ้นมาใหม่ถึง 95% ของจำนวนทั้งหมด โดยฉีกกฎการออกแบบให้เป็นยุคกลางที่มีกลิ่นอายโมเดิร์น ทะมัดทะแมง รวมทั้งชุดสำคัญของเรื่อง เสื้อฮู้ด ของโรบินฮู้ด ที่ได้แรงบันดาลใจจากชุดของแก๊งมอเตอร์ไซค์มาผสมผสานกับผ้าคลุมนักรบซามูไร

16. ฮู้ด ที่โรบินฮู้ดสวมใส่ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือที่ใช้อำพรางตัวเท่านั้น แต่มันยังเป็นสิ่งที่ปลุกจิตวิญญาณของนักรบที่ลุกมาต่อต้านอำนาจมืด ฮู้ดจึงเป็นเสมือนส่วนหนึ่งในตัวเขาทุกครั้งที่เขาสวมมัน

Robin Hood

ว่าด้วยเรื่องราวในยุคเริ่มต้นของตำนาน โรบิน ฮู้ด หลังจากที่เขาไปร่วมรบในสงครามครูเสด เมื่อกลับมาจึงพบว่าเมืองของเขาถูกคนชั่วยึดครอง โรบิน ฮู้ด จึงรวบรวมตั้งกองกำลังใหม่เพื่อลุกขึ้นต่อสู้

Robin Hood เข้าฉายในไทย 22 พฤศจิกายน 2018