สุรศักดิ์ ป้องศร ไทบ้านเดอะซีรีส์ ไทบ้านเดอะซีรีส์ 2.2

ผู้กำกับ ไทบ้านเดอะซีรีส์ 2.2 เผยหมดเปลือกในวันที่ต้องหั่นฉากสำคัญที่สุด!!

Home / ข่าวหนัง / ผู้กำกับ ไทบ้านเดอะซีรีส์ 2.2 เผยหมดเปลือกในวันที่ต้องหั่นฉากสำคัญที่สุด!!

หลังจากที่ภาพยนตร์อีสานภาคต่ออย่าง ไทบ้านเดอะซีรีส์ 2.2 ต้องประสบปัญหาเกือบไม่ได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ แต่ในที่สุดก็สามารถจัดการสิ่งที่เกิดขึ้นและเข้าฉายได้ตามปกติแม้จะเลยเวลาที่กำหนดไว้แต่แรกถึง 2 วัน แต่สุดท้ายหนังก็กวาดรายได้ทั่วประเทศทะลุ 100 ล้านบาทไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ล่าสุดผู้กำกับ สุรศักดิ์ ป้องศร ก็ได้เข้าร่วมงานเสวนาในหัวข้อ “กู้อิสรภาพหนังไทย” ณ หอศิลปวัฒนธรรมแหงกรุงเทพมหานคร ห้องออดิทอเรียมชั้น 5 เมื่อไม่กี่วันก่อน ซึ่งจัดโดยสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ร่วมกับ มูลนิธิศิลปวัฒนธรรมเพื่อประชาชน และ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร งานนี้เจ้าตัวก็ได้เผยเรื่องราวอย่างหมดเปลือกที่เกิดขึ้นในวันที่ ไทบ้านเดอะซีรีส์ 2.2 เตรียมจัดฉายรอบสื่อ แต่แล้วก็ไม่ได้ฉาย รวมไปถึงเหตุผลที่แท้จริงที่ต้องหั่นฉากสำคัญในเรื่องก่อนผ่านการเซ็นเซอร์จนได้เข้าฉาย ดังนี้

จริงๆ แล้วหนังเรื่องนี้มันมีตั้งแต่ภาคแรก ภาคสองนี่แบ่งเป็น 2 Part 2.1 กับ 2.2 ซึ่งภาคแรกไม่ได้เกี่ยวกับพระ แต่พอภาคสิงเราต้องการพัฒนาตัวละครแต่ละคนเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้มันน่าสนใจและมีอะไรให้เล่นมากขึ้น โครงเรื่องก็บอกว่าคนที่อกหักจากแต่ก่อนเป็นเพลบอยอีสาน จีบผู้หญิงไม่เลือกหน้า เปลี่ยนผู้หญิงเรื่อยๆ ในภาคแรก แล้วอยู่ดีๆ ก็มาอกหักเสียเอง ซึ่งเส้นเรื่องของเราแฟนหนีไปแต่งงาน พอมีภาคสองก็เลยต้องเปลี่ยนให้เขาเหนือกว่า ด้วยคาแรคเตอร์ของเขาจะเป็นไปได้ไหมว่าเขาไปบวชแล้วจะเป็นแบบไหน แล้วจะไปบวชเพราะอะไร

ที่นี่ในภาคสองมันก็เลยมาเกี่ยวกับพระ ตั้งใจไปบวชเพื่อนที่จะลืมผู้หญิงคนหนึ่ง ในภาค 2.1 เล่าเรื่องเกี่ยวกับพระไปแล้ว ซึ่งมันก็จะมีฉากจับมือสีกา แต่ตอนนั้นเราไม่ได้ตั้งใจที่จะไปจับเพราะว่าด้วยความเป็นพระ แต่ตั้งใจด้วยความเป็นมนุษย์ที่เสียใจ ซึ่งคนเราเวลาเสียใจต้องมาพะวงกับอะไรบ้าง ไม่มีนะครับ ส่วนใหญ่แล้วถ้ามีสติอาจจะพะวง ถ้าเกิดว่าขาดสติ สิ่งที่อยู่ในแวบแรกของเขาคือเขาต้องการจะทำอะไรสักอย่างหนึ่ง ณ จุดนั้นมากกว่าที่จะพะวงว่าจะดูไม่ดีในสายตา ก็เลยให้ตัวละครนี้ไปตามอารมณ์ ไปจับมือญาติโยม ซึ่งภาค 2.1 ไม่มีปัญหา เพราะคณะกรรมการฯ คนละทีม

พอมา 2.2 เราดีไซน์ซีนนั้น ต้องบอกว่าเราต้องการให้ซีนนั้นชกคนดู เพราะก่อนหน้านี้เราทำการตลาดมาหมดแล้วว่า สิ่งที่เหนือความคาดหมายในหนัง อย่างสโตร์ผักเราก็ปล่อยออกมาให้คนเห็นแล้ว มันเป็นไปได้ แต่สิ่งหนึ่งที่คนดูคาดไม่ถึงคือช็อตนี้

จริงๆ แล้วต้องโทษเราด้วย เนื่องด้วยว่าเราส่งไฟล์ช้า สาเหตุที่ส่งช้าต้องบอกไว้ก่อนว่าการตลาดของยุคนี้ มันแตกต่างจากยุคก่อนๆ ยุคนี้เราจะต้องระบุว่าเราจะเข้าฉายวันไหนก่อน เพราะไม่งั้นจะไปชนกับหนังบ็อกซ์ออฟฟิศ เดี๋ยวมีปัญหา เขาก็เลยระบุไป พอระบุไปปุ๊บ เรายังทำหนังไม่เสร็จเลย มันก็ต้องเร่งทำตามกำหนด ด้วยที่เราไม่ค่อยมีทุนในการทำการตลาด เราก็ต้องบอกไว้ก่อน พอไปถึงจุดหนึ่งเราก็ส่งช้าไป

พอส่งช้าไปคณะกรรมการฯ ก็ได้ทำการตรวจพิจารณาในวันที่ 19 พฤศจิกายน และวันที่ 20 เป็นวันรอบสื่อ ในวันที่ 19 ตอนเย็นโปรดิวเซอร์หนังโทรมาบอกว่า พี่หนังของเราไม่ผ่านนะ เขาอยากให้ตัดซีนนี้ออก ตอนแรกเราได้เรต 15 สักพักเป็นเรต 18 พอคุยอีกรอบเขาบอกว่า 18 ก็ไม่ได้ ต้องตัดออกถึงจะได้เป็นเรต 18 คือเขามีประเด็นตรงที่เคาะ แต่ตอนนั้นเราก็พยายามยื่นอุทธรณ์ พยายามเจรจา เพราะตามจริงใจผมไม่อยากให้เขาตัดนะ ก็อ้างเรื่องของความเป็นมนุษย์ แต่ยังไงเยาก็บอกให้ตัด ที่เขาให้ตัดเขาให้เหตุผลว่า มันอาจจะกระทบต่อศีลธรรมอันดีงาม ซึ่งผมก็พยายามให้เหตุผล

โอเค ผมอยากลองเอาเคสคนดูทั่วไปสัก 10-20 คน มาดูแล้วให้เขาลองพูดไหมว่าหนังผมมันไปกระทบตรงไหนบ้าง ถ้ามีเกินครึ่ง หรือ 3 ใน 10 โอเค ผมยอมรับ ตัดให้เลย แต่ในที่สุดก็ไม่ได้ เราก็พยายามขอจัดเป็นเรต 20+ ก็ได้ เพราะว่าฉากนี้มันสำคัญมาก ถ้าตัดไปหนังผมจะไม่มีอะไรเลยนะ ซึ่งถ้าพูดในเรื่องโครงสร้างของบทมันคือจุดตกต่ำสุดของตัวละคร เราก็พยายามอธิบายไป

พรุ่งนี้รอบสื่อจะฉายอยู่แล้ว เราขอได้ไหม ณ ตอนนั้น เขาก็บอกว่ารอดูก่อน ซึ่งงานเชิญแขกมาหมดแล้ว เราก็โทษเขาไม่ได้ เพราะเราก็ส่งช้า เราก็พยายามขอแค่ให้ได้ฉายวันพรุ่งนี้ จากนั้นเราจะแก้ไข เราะว่าตอนนั้นแก้ไขไม่ทันแน่ๆ แต่ก็ไม่ได้ฉายในรอบสื่อ

อันนั้นเป็นความตั้งใจ ในระหว่างที่รอบสื่อรันกิจกรรมไป ข่าวเริ่มมาทางอินเทอร์เน็ต เป็นกระแส คนแชร์เยอะมาก ทางผู้ใหญ่ก็ไม่สบายใจในหลายๆ ฝ่าย งั้นเราก็ออกมารับผิดชอบยังไม่ฉาย ซึ่งถ้ามันกระทบหลายฝ่ายเราก็ไม่อยากไปดื้อรั้น เรามองภาพรวมเป็นหลัก เราก็วิเคราะห์หลายเรื่องเลยว่าถ้าฉายกระทบอะไรบ้าง ข้อดีข้อเสียเป็นยังไง แต่ถ้าไม่ฉายข้อเสียเป็นยังไงบ้าง วิเคราะห์กันแล้วตกตะกอนมาว่างั้นเราเลื่อนไปก่อน

ถามว่าสุดท้ายทำไมถึงตัด ถ้าในมุมมองของผู้กำกับ นักเล่าเรื่อง เราไม่อยากให้ตัด เพราะเรารู้แก่ใจว่ามันส่งผลอะไรกับหนัง แต่ถ้าเป็นมุมมองของนักธุรกิจเราต้องตัด ถ้าเอามาชั่วน้ำหนักกันดีๆ ผลเสียมันเยอะกว่าผลดี ผลดีคือหนังเราสมบูรณ์แบบ ผลเสียคือไม่ตัดได้แต่ต้องยื่นอุทธรณ์ใช้เวลา 6 เดือน ถ้านับไปตอนเข้าฉายก็ชนกับบ็อกซ์ออฟฟิศ เราก็อิงจากความเป็นจริงก่อนว่าเราต้องการใช้เงิน เราไม่ได้อินดี้ขนาดนั้น สุดท้ายก็ยอมตัดแต่เป็นตอนนั้นไม่ได้ มันต้องใช้เวลาเลยเลทไป 2 วัน แต่วันนี้ผมได้บทเรียนแล้ว

ทั้งนี้ภายในงานเสวนายังได้พบกับ กิตติศักดิ์ สุวรรณโภคิน หรือ อาจารย์แดง นักวิจารณ์ภาพยนตร์ชื่อดังและเป็นหนึ่งในคณะกรรมการฯ ทั้ง 5 ชุด แต่ไม่ได้เป็นผู้ตรวจพิจารณาภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ให้เหตุผลจากการสอบถามคณะกรรมการฯ ที่สั่งให้ตัดฉากพระเคาะโลงของ ไทบ้านเดอะซีรีส์ 2.2 ว่าเนื่องจากในตอนที่พระเคาะโลงนั้น พระกำลังปฏิบัติกิจของสงฆ์ เพราะฉะนั้นพระไม่ควรแสดงความเป็นคนออกมาในขณะนั้น

รับชมภาพยนตร์ ไทบ้านเดอะซีรีส์ คมชัด เต็มเรื่อง ถูกลิขสิทธิ์ ได้ที่เว็บไซต์ monomax.me