จิต กำเหนิดรัตน์ ชิน ชินวุฒ หนัง แช่ง หน่อง ธนา เดวิด อัศวนนท์ แช่ง

กว่าจะมาเป็น ‘แช่ง’!! คุยเบื้องหลังงานสยองขวัญกับ จิต กำเหนิดรัตน์ ผู้ให้กำเนิด 3 เรื่องอาถรรพ์

Home / ข่าวหนัง / กว่าจะมาเป็น ‘แช่ง’!! คุยเบื้องหลังงานสยองขวัญกับ จิต กำเหนิดรัตน์ ผู้ให้กำเนิด 3 เรื่องอาถรรพ์

ถือเป็นภาพยนตร์ไทยที่เปิดต้นปีมาอย่างเกินความคาดหมายทีเดียว สำหรับ แช่ง ผลงานการกำกับของ จิต กำเหนิดรัตน์ จากมันเวิร์ค โปรดักชั่น ที่ได้นักแสดงเจ้าบทบาทอย่าง เดวิด อัศวนนท์, ชิน ชินวุฒ, หน่อง ธนา รวมไปถึงน้องใหม่บนจอเงินอย่าง กวาง วรรณปิยะ มาแสดงนำในทั้งสามตอน จากความสนุกสุดระทึกส่งผลให้หนังที่เข้าฉายเพียงไม่กี่วันก็ขึ้นแท่นหนังทำเงินสูงสุดประจำสัปดาห์แล้ว

จากกระแสปากต่อปากจนทำเอาแฟนหนังให้ความสนใจจนเกิดเป็นความนิยม รวมทั้งเรื่องราวที่มีความลึกลับสร้างสีสันใหม่ๆ เริ่มต้นปีด้วยความสยองขวัญ วันนี้ MThai Movie จึงขอพาไปคุยกับผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ แช่ง ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหนคือผู้กำกับ จิต กำเหนิดรัตน์ ผู้รังสรรค์ความน่ากลัวจากประสบการณ์ที่ได้พบเจอมาสู่เรื่องราวบนจอภาพยนตร์

ที่มาที่ไปของหนัง แช่ง ทำไมต้องมี 3 ตอน

คือที่จริงมันมีการพูดคุยกันถึงโปรเจ็กต์ที่อยากจะทำ เราอยากทำหนังเลยคิดกันว่ามีประเด็นอะไรบ้างที่อยู่ในใจ สำหรับตัวผมมีความเชื่อเรื่องคำพูด ผมรู้สึกว่าเรื่องคำพูดมันเป็นสิ่งที่ดี มันเป็นสิ่งที่พระเจ้าให้กับมนุษย์มาว่าสิ่งที่ออกมาจากปากของมนุษย์มันเป็นพร แต่ในขณะเดียวกันมันก็สามารถทำลายสิ่งทุกอย่างด้วยคำพูดเหมือนกัน

พอมันเป็นประเด็นที่เราอยากทำงานเกี่ยวกับคำพูด ก็เลยเกิดเป็นว่าจะเป็นพรหรือคำแช่งสาปกันดี ทีนี้คำว่าแช่งมันรู้สึกว่าตรงทาง คำนี้มันแข็งแรงมันน่าจะเอามาพูดกับคนทั่วไปได้ตรงดี เราก็เลยเริ่มพัฒนาจากคำว่าแช่ง แช่งมันมีหลายแง่มุมอย่างที่บอกว่าเราเห็นวิธีการแช่งของคนสมัยโบราณ เผาพริกเผาเกลือทำพิธีอะไรก็แล้วแต่ มันมีมุมมองวิธีคิด มีความโกรธ มีความแค้น มันมีความเจ็บปวด มันมีความสะใจที่ได้แช่งเขา ซึ่งมันเป็นวิธีการที่เราเห็นมาโดยตลอด

แต่พอมันมาทำเป็นหนังเราพยายามบิดสร้างพยายามหาเรื่องพี่มันเป็นคู่ขนานเกี่ยวกับคำว่าแช่ง คำว่าแช่งมันมีเรื่องคำพูดสำคัญ เพราะฉะนั้นมันเลยแตกออกเป็นสามเรื่อง อย่างเรื่องแรกเราอยากจะดันเรื่องของความเป็นเมจิกคัลเรียลลิสม์ มันเป็นเรื่องเมจิกนิดๆ ว่าสิ่งที่ออกจากปากของเด็กคนหนึ่งที่อยู่ในป่ามันส่งผลให้เกิดแง่บวกและแง่ลบได้ในเวลาเดียวกัน เรื่องราวของตอนแรกมันก็เลยเป็นเรื่องของการไปตามหาว่าเหตุการณ์การตายครั้งใหญ่ของหมู่บ้านนี้มันเกิดขึ้นจากคำพูดของเด็กคนนี้หรือเปล่า

ทีนี้เรื่องที่สองแช่งมันก็มีอีกมุมหนึ่ง คือว่าเราเคยไปเจอเรื่องราวของคนโบราณ แล้วก็คุณสมัยก่อนเวลาเค้าอยากรักษาของเค้าจะทำโจ คือโจมันจะใส่คำแช่งเอาไว้ ใครมาเอาของหรือขโมยไปคำแช่งนี้จะเล่นงานจนตาย มันมีมุมนี้เราก็เลยเอาคำแช่งตรงนี้มาใส่กับเรื่องราวของยุคปัจจุบันที่เกิดขึ้นกับคนสังคมเมือง ว่าจริงๆ แล้วมันมีโจอยู่นะ มันถูกประยุกต์ทำใหม่ขึ้นมาในสมัยนี้ เราสามารถแช่งกันเอาไว้ได้ โดยที่เราอาจจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไปว่าเราอาจจะโดนใครทำโจใส่เรา

ในมุมที่สามเราก็มองหาว่าจะมีมุมไหนอีกบ้าง เรารู้สึกว่าคำพูดของคนมีผลต่อสมองและจิตใจของเรา บางสิ่งที่เราได้ฟังบ่อยๆ เยอะๆ มันกลับกลายเป็นผลที่เกิดขึ้นกับเด็กคนนั้นจริงๆ มันเป็นความเชื่อจากที่ผมเห็นบ่อยๆ เวลาเด็กโดนแม่ชอบด่าไอ้โง่ ไอ้ตัวซวย เลยรู้สึกว่าเรื่องนี้ต้องระวัง เรื่องที่สามเลยอยากจะเน้นไปที่เรื่องคำพูด คำพูดไม่ดีก็เหมือนคำแช่ง ยิ่งเป็นคู่รักที่พูดไม่ดีต่อกันเรื่อยๆ มันจะเกิดผลร้ายต่อชีวิตของเขานะ หนังก็เลยจะพาผจญภัยไปสู่สิ่งที่เกิดผลเสียจากคำพูด ทำให้รู้ว่าสิ่งที่เกิดกับพี่ของเรามันมีอะไรบ้าง และเขาต้องเผชิญอะไรต่อจากนั้นอีกจากคำพูดคำนี้

แต่ละตอนมีความเชื่อมโยงกันหรือไม่อย่างไร

ผมเลือกที่จะแยกจากกันเลย ไม่เชื่อมโยงเลย

ทำไมถึงเลือกกำกับเองทั้งสามเรื่อง เพราะปกติก็เห็นว่าถ้าเป็นหนังรวมสามตอนมักจะมีผู้กำกับหลายคน

(หัวเราะ) อันนี้ผมว่าก็ไม่จำเป็นเสมอไป จากว่าผมก็มีมุมมองทั้งสามมุมในการเล่าเรื่องมันก็เป็นไปได้ที่จะกำกับคนเดียว

แฟนหนังได้ชมตอน วิปลาส ที่ เดวิด อัศวนนท์ เล่นแล้วมีกระแสตอบรับดีมาก

ก็ดีใจครับที่มีคนชอบ อย่างที่บอกเรื่องแรกเป็นความตั้งใจมากๆ เลย ผมอยากพาคนดูไปเห็นโลกๆ หนึ่ง ผมพยายามสร้างโลกที่มันมีความเมจิกคัลเรียลลิสม์ มันมีเรื่องลึกลับลี้ลับในหมู่บ้านนี้ ก็ดีใจที่มีกระแสตอบรับที่ดี

ผลงานที่ผ่านมามีภาพยนตร์รัก แล้วพอเรื่องนี้มาเป็นสยองขวัญทำไมถึงเลือกมาแนวนี้เลย

จริงๆ แล้วทั้งรักหรือว่าสยองขวัญคือเรื่องเล่าของมนุษย์ ผมรู้สึกว่ามนุษย์เรามันมีทั้งมุมที่แบบที่ชีวิตของเราจะเจอมุมที่สวยงามมันก็มีความสุข แต่ในขณะเดียวกันถ้าเรามาเจอปัญหาที่มากระทบต่อชีวิตของเรามากขึ้น มันก็เป็นเรื่องที่เจ็บปวด มันสะเทือนใจ ซึ่งตรงนี้แหละมันก็นำพาไปสู่หนังสยองขวัญ ซึ่งแกนมันก็คือชีวิตของมนุษย์ ว่าทั้งสามเรื่องสุดท้ายมันก็ออกมาในความเป็นมนุษย์เหมือนกัน และในบทสรุปสุดท้ายของเรื่องแช่ง

ในขณะเดียวกันผมก็มีความเชื่อว่าอย่างที่บอกว่าคำพูดมันเป็นสิ่งสำคัญ ผมอยากให้ทุกคนดูจบแล้วมันมีความรู้สึกบวกขึ้นมาเหมือนเดิม มันก็ยังคงเป็นแกนหลักในชีวิตของผมที่ทำหนังสะท้อนแง่บวกให้กับคนดู เราพาคนดูไปเจอความเจ็บปวด ด้านลบที่สุดแล้ว ในขณะเดียวกันมันจะมีแสงสว่างด้านบวกที่เกิดขึ้น มันมีอีกมุมหนึ่งที่ตรงข้ามกับด้านลบ ด้านบวกนี่แหละมันจะเป็นคำตอบที่สวยงามให้กับชีวิตมนุษย์เราทุกคน

เบื้องหลังงานแสดงทั้งสามเรื่อง 3 ตอน มีนักแสดงหลากหลายคนมากบรรยากาศการทำงานเป็นยังไงบ้าง

ผมดีใจมากที่ได้ร่วมงานจากนักแสดงเก่งๆ ทุกคน ผมรู้สึกว่านักแสดงทุกคนไม่ว่าจะเป็นพี่เดวิด ไม่ว่าจะเป็นชิน ชินวุฒ เป็นกวาง วรรณปิยะ เป็นหน่อง ธนา เป็นจอย นุชพัชร ทุกคนเป็นคนที่มีศักยภาพ ทุกคนสร้างสรรค์และช่วยกันเติม ผมรู้สึกว่านี่แหละคือการทำงานภาพยนตร์ ทุกคนได้ร่วมกันคิดว่าตัวละครตัวนี้เค้าจะเล่นแบบไหน เขาเป็นยังไงกันแน่ เขารู้สึกอะไรแล้วมาคุยกับผม มันดีมากๆ ผมอยากให้ทุกคนได้ดู ทุกคนถ่ายทอดตัวละครออกมาในมุมที่แบบว่าเออว่ะ ผมรู้สึกอึ้งเลย

การทำงานกำกับทั้งสามตอนยากง่ายยังไงบ้าง

ตอนแรกค่อนข้างเป็นห่วงทีมงานเลย เพราะว่าเราต้องเข้าป่ากันไป เราต้องเข้าไปเซ็ตหมู่บ้าน โรงละครในป่า สิ่งที่เราเผชิญคือฝนตกกระหน่ำ เราต้องอยู่กลางป่าท่ามกลางฝน ว่าทุกคนก็ใจสู้สุดๆ เราเห็นหัวใจของทุกคนที่เขาพร้อมไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไรก็แล้วแต่เราจะทำให้มันออกมาดีที่สุด

เรื่องที่สองมันค่อนข้างทำงานในที่แคบ (หัวเราะ) ผมรู้เลยว่าทีมไฟทีมกล้องแต่ละคนนี่โอ้โห ร้อน เหนื่อย แต่ว่าทุกคนก็ทำออกมาเต็มที่ เหมือนกันเรื่องที่สามความยากมันต้องจินตนาการเยอะ เพราะมันต้องเป็นเรื่องที่อยู่ในสมอง มันมีการดีไซน์วิธีคิดของผีที่แตกต่างออกไป ทั้งสามเรื่องมันจะถูกดีไซน์วิธีการมาของผีที่แตกต่างกัน กับเรื่องที่สามเนื่องจากมันเป็นจินตนาการของพระเอก หลายครั้งเราต้องทำงานกับซีจี กับสิ่งที่มันไม่มีอยู่จริง อันนี้ก็เป็นโจทย์ที่เราต้องสร้างภาพให้เห็นตรงกัน

จากมุมมองคนทำงานเบื้องหลังเป็นผู้กำกับตอนนี้มองวงการภาพยนตร์ไทยเป็นยังไงบ้าง

เป็นคำถามที่ยากมาก (หัวเราะ) ผมเป็นคนชอบดูหนัง ความรู้สึกผม ผมรู้สึกว่าทุกคนมีความตั้งใจที่จะทำหนังออกมาให้มันดี ผมว่ามันมีขึ้นมีลงเป็นช่วงๆ เพราะเท่าที่สัมผัสผมว่ามันมีคนที่งานดีๆ ออกมาตลอด

นอกจากความสนุกความสยองขวัญคิดว่าคนที่ดูจะได้อะไรจากเรื่องนี้

คือสิ่งที่เราตั้งใจทำมากๆ เรื่องราวของทั้งสามเรื่องมีความเข้มข้น ความเป็นโศกนาฏกรรม มันมีความรัก ความหวัง มันมีศรัทธา มันมีอะไรหลายๆ อย่างมันอยู่ในนั้น มันไม่ใช่แค่หนังผีดูแล้วตกใจว่ากลัวอย่างเดียว เราอยากจะทำหนังผีที่ให้คนดูได้ร่วมผจญภัย สนุก

ในขณะเดียวกันในจบท้ายเรื่องสิ่งที่ทุกคนจะได้ ทุกคนก็กลับมามองตัวเอง กลับมามองสังคม มองคนรอบตัว ตระหนักคิดในสิ่งที่ต้องระวัง คำนึงถึงสิ่งที่เราพูด ฟัง สิ่งที่เรากำลังจะแสดงออกต่อกันมันมีผลต่ออีกคนหนึ่ง ผมคิดว่าถ้าคนเรามีโอกาสเปลี่ยนวิธีคิดเปลี่ยนวิธีพูด เราพูดดีต่อกันสังคมจะน่าอยู่ขึ้น นี่คือความตั้งใจของผม