มะลิลา รางวัลสุพรรณหงส์ อนุชา บุญยวรรธนะ

เกินคาด!! นุชี่ อนุชา เผยความในใจในวันที่หนัง มะลิลา ประสบความสำเร็จ

Home / ข่าวหนัง / เกินคาด!! นุชี่ อนุชา เผยความในใจในวันที่หนัง มะลิลา ประสบความสำเร็จ

เรียกได้ว่าขึ้นแท่นเป็นภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและกวาดรางวัลจากเวทีสุพรรณหงส์มามากที่สุด สำหรับ มะลิลา ภาพยนตร์โรแมนติกดรามาฝีมือการกำกับของ นุชี่ อนุชา บุญยวรรธนะ แน่นอนว่าก็คว้ารางวัลผู้กำกับมาด้วยเช่นกัน

จากงานประกาศผลเมื่อค่ำคืนวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมาหลายคนคงได้ฟังถ้อยแถลงหลังเจ้าตัวรับรางวัลมาแล้ว ซึ่งนอกจากคำขอบคุณที่ทำให้หนังได้รับรางวัลแล้ว ดูเหมือนเหมือนอีกเรื่องที่สร้างความฮือฮาได้ไม่แพ้กันก็คือ ประเด็นที่เกี่ยวกับการสนับสนุนจากรัฐบาลต่ออุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่ว่า

ดิชั้นก็ได้รางวัลมาตั้งแต่ปีที่แล้วก็เยอะมาก แต่พอเรามองไปถึงอนาคต มันมองไม่เห็นอนาคตที่สดใสนัก คือจะดีใจก็ดีใจได้ไม่เต็มที่นะคะ คือภาพยนตร์ไทยไม่ได้รับการปกป้อง ไม่ได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลที่ผ่านมาเท่าที่ควรค่ะ ดิชั้นอยากขอชื่นชมนักทำหนังทุกท่านนะคะ ผู้กำกับทุกคนที่ว่ามีใจต่อสู้ค่ะ

ถึงแม้เราจะไม่ได้รับการเหลียวแล แต่ก็พยายามทำ พยายามสู้ในสิ่งที่ตัวเองเชื่อจนเกิดเป็นผลงานขึ้นมา ก็อยากจะชื่นชมทุกท่าน หวังว่าในอนาคตถ้ามีรัฐบาลใหม่ก็จะสนใจและดูแลภาพยนตร์ไทยให้ดีขึ้นกว่านี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ

จากประเด็นนี้เอง ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ซึ่งได้ขึ้นมามอบรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ต่อจากผู้กำกับ นุชี่ อนุชา ได้กล่าวถึงประเด็นดังกล่าวว่า

ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ไม่ต้องรอรัฐบาลหน้าสนับสนุนหรอกครับ รัฐบาลนี้ก็สนับสนุนได้

เรียกว่าสร้างความฮือฮาไปทั่วทั้งหอประชุมใหญ่เลยทีเดียว

แน่นอนว่าหลังจากจบค่ำคืนแห่งความประทับใจแล้ว ผู้กำกับ มะลิลา ได้เผยความในใจผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวหลังจากหนังคว้ารางวัลมามากมาย ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งเจ้าตัวได้ขอบคุณและเผยเบื้องงานสร้างภาพยนตร์ที่กว่าจะออกมาได้นั้นต้องผ่านความยากลำบากมากมาย รวมไปถึงเหตุผลในการดึงเอานักแสดงแนวหน้าของไทยอย่าง เวียร์ ศุกลวัฒน์ และ โอ อนุชิต มาร่วมแสดงจนประสบความสำเร็จดังที่เกิดขึ้น

เมื่อวานนี้ภาพยนตร์เรื่อง มะลิลา ได้รับรางวัลสุพรรณหงส์ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และรางวัลอื่นๆ อีก 7 รางวัล นุชี่อยากขอขอบคุณเพื่อนๆ พี่น้องในวงการภาพยนตร์ไทยมากๆ ที่ให้การยอมรับภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นอย่างดีค่ะ #เกินคาดมากๆค่ะ

เมื่อได้มีโอกาสขึ้นไปพูดขอบคุณบนเวที นุชี่รู้สึกตื่นเต้นมาก พูดข้าพเจ้าสลับกับดิฉันมั่วไปหมด #ตื่นเต้นจริงค่ะ แต่เมื่ออยู่บนเวทีได้เห็นเพื่อนๆ พี่น้องในวงการภาพยนตร์นั่งอยู่รวมกัน ก็รับรู้ได้ถึงพลังในการต่อสู้เพื่อภาพยนตร์ไทย แต่ละท่านต่างมีวิถีทางของตัวเองในการที่จะสร้างสรรค์งานเพื่อขับเคลื่อนวงการ และเชื่อว่าทุกคนต้องผ่านเส้นทางอันยากลำบากกว่าที่จะผลงานภาพยนตร์ออกสู่สายตาประชาชนได้

ในนาทีนั้นเมื่อมีโอกาสได้มายืนในจุดที่สามารถบอกกับภาครัฐและสังคมได้ นุชี่รู้สึกว่าเป็นหน้าที่ในฐานะผู้กำกับภาพยนตร์ไทยคนหนึ่ง ที่จะต้องพูดอะไรบางอย่างเพื่อสะท้อนความเป็นจริงให้ภาครัฐและสังคมไทยหันมาสนับสนุนภาพยนตร์ไทยให้มากขึ้น

มะลิลาเองก็เป็นภาพยนตร์ที่ต้องผ่านการเดินทางอันยากลำบากมากมาย นุชี่ร่วมเขียนบทกับคุณวาสุเทพเมื่อเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา ในตอนเริ่มต้นต้องอาศัยความเชื่อมั่นในเรื่องราวที่อยากจะถ่ายทอด โดยในวันนั้นก็ไม่มีใครมองเห็นว่าหนังจะมีอนาคตอย่างไร ได้สร้างหรือไม่ ยังไม่ต้องคิดว่าจะมีคนดูหรือไม่ ขายได้หรือเปล่า แต่ก็ทุ่มเทมันสมองและประสบการณ์ชีวิตลงไปกันอย่างเต็มที่ เมื่อบทเสร็จ สิ่งที่ยากมากลำดับถัดไปก็คือ จะสร้างได้อย่างไร จะหาเงินมาจากไหน นุชี่และจีวิลเลจ รวมทั้งโปรดิวเซอร์ทุกคน ในเวลานั้นยังไม่สามารถที่จะหาทุนมาสร้างหนังเรื่องนี้ได้ เวลาผ่านไปหลายปี นุชี่จึงคิดว่าหมดหนทางแล้ว มีอยู่ทางเดียว คือนุชี่จะต้องนำบ้านไปจำนองกับธนาคารเพื่อเอาเงินมาสร้างภาพยนตร์ จริงๆได้ติดต่อธนาคารไว้หลายที่ เตรียมเอกสารไว้พร้อมแล้ว เหลือแค่ดำเนินการให้เรียบร้อย แต่จังหวะนั้นโชคชะตาก็ส่งโปรเจค “อนธการ” เข้ามาให้นุชี่มีโอกาสได้ทำหนังเป็นเรื่องแรก คนที่ให้โอกาสก็เป็นเพื่อนพี่น้องในวงการนี่ล่ะค่ะ หนังเรื่องแรกจึงได้เกิดขึ้นและมีโอกาสต่อยอดมาถึงเรื่องมะลิลา ที่บางท่านได้รู้จักและหลายท่านอาจรู้จักมากขึ้นเมื่อวาน

มาถึงมะลิลา นุชี่ได้เรียนรู้ว่า สไตล์ทำหนังแบบศิลปะนั้น ยากที่จะมีคนมาดูมากมายจนสามารถเก็บเกี่ยวรายได้เพื่อคืนทุน นุชี่จึงตัดสินใจสู้ด้วยการนำพระเอกอันดับต้นๆ ของประเทศไทย คือ คุณเวียร์ ศุกลวัฒน์ และ คุณโอ อนุชิต มาเพื่อหวังจะดึงให้คนไทยสนใจภาพยนตร์แนวศิลปะมากขึ้น ซึ่งทั้งคู่ก็มอบการแสดงอันดีเยี่ยมเป็นที่กล่าวขวัญถึง นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนทุนสร้างจำนวนหนึ่งจากกระทรวงวัฒนธรรม และได้รับโอกาสให้นำโปรเจคไปนำเสนอที่เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ซึ่งได้รับการตอบรับดีพอสมควร จนในที่สุดสามารถสร้างภาพยนตร์ได้สำเร็จออกฉายที่เทศกาลภาพยนตร์ในต่างประเทศ ได้รับรางวัลมากมาย

เมื่อมาฉายในประเทศไทย ได้ปรึกษากับเครือโรงหนังได้วันฉายเป็นวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ซึ่งชนกับภาพยนตร์ Black Panther แต่ก็ต้องตัดสินใจสู้ต่อ ทั้งการต่อรองจำนวนโรงและการทำคอนเทนท์ประชาสัมพันธ์ทุกรูปแบบด้วยตัวเอง ตามกำลังทรัพย์ที่มี เพื่อเชิญชวนให้คนดูหันมาสนใจภาพยนตร์ไทยเรื่องนี้ ซึ่งภาพยนตร์ก็ได้รับกระแสชื่นชมในแง่บวกเป็นที่น่าพอใจในเรื่องของคุณภาพที่ตั้งใจสร้างสรรค์ คนดูจำนวนมากตีความภาพยนตร์ออกมาและได้รับแง่คิด ความงามของศิลปะไทย ความไม่จีรังของชีวิต ความทุกข์และความตายตามพุทธปรัชญา อย่างที่นุชี่ตั้งใจไว้ เมื่อจบโปรแกรมฉาย ได้รายได้เพียง 2.5 ล้านบาท แต่ก็ยังรวบรวมพลังใจทั้งหมดเดินทางเผยแพร่ภาพยนตร์เรื่องนี้ต่อไปด้วยช่องทางอื่นๆ

จนในวันนี้ ได้รับรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ ซึ่งเป็นรางวัลที่ทรงเกียรติน่าภาคภูมิใจ นาทีที่ยืนอยู่ตรงนั้นคือความรู้สึกอย่างจริงใจที่ต้องการให้เกิดการสนับสนุนสร้างโอกาสให้ภาพยนตร์ไทยมากขึ้น

สุดท้ายนี้ นุชี่อยากกราบขอโทษกระทรวงวัฒนธรรมที่ลืมพูดขอบคุณบนเวทีค่ะ ตอนนั้นรู้สึกตื่นเต้นมากจริงๆค่ะ นุชี่รู้สึกชื่นชมและทราบซึ้งใจอยู่เสมอที่อย่างน้อยยังมีหน่วยงานจากภาครัฐอย่างกระทรวงวัฒนธรรมมองเห็นให้การสนับสนุนหนังเรื่องมะลิลา แม้ว่าจะเล่าเรื่องประเด็นอ่อนไหวอย่างศาสนาและความหลากหลายทางเพศ แต่ก็ให้อิสระและเปิดโอกาสนุชี่ได้นำเสนอความงามของศิลปะภาพยนตร์อย่างเต็มที่ นุชี่ต้องขอขอบคุณกระทรวงวัฒนธรรมมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

ขอขอบคุณทีมงานและนักแสดงทุกท่านที่ทำงานจนอาจเรียกได้ว่าอุทิศตนให้กับหนังเรื่องนี้ รวมไปถึงทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการสนับสนุนส่งเสริมภาพยนตร์เรื่องมะลิลา และขอขอบคุณคนดูทุกท่านด้วยค่ะ

นุชี่ อนุชา

ติดตามเรื่องราวความรักครั้งนี้ได้ใน มะลิลา Malila: The Farewell Flower ทาง MONOMAX พิเศษ! สมัครวันนี้..รับชมฟรี 30 วัน

Download App MONOMAX
iOS: https://apple.co/2QJ7ypJ
Android: http://bit.ly/2Mo6uq0
Website: http://bit.ly/2CcoOhk