กระสือสยาม มิวนิค BNK48 หนัง SisterS โจโจ้ พลอยยุคล

หนังไทยถ้าคนไทยไม่ดู แล้วใครจะดู?!! คุยกับสองสาว โจ้ พลอยยุคล และ มิวนิค นันท์นภัส กับหนังผีตีความใหม่ SisterS กระสือสยาม

Home / ข่าวหนัง / หนังไทยถ้าคนไทยไม่ดู แล้วใครจะดู?!! คุยกับสองสาว โจ้ พลอยยุคล และ มิวนิค นันท์นภัส กับหนังผีตีความใหม่ SisterS กระสือสยาม

เรียกได้ว่าในปีนี้คนไทยได้ดูหนังผีกระสือไทยกันถึง 2 เรื่อง 2 รสกันเลยทีเดียว อย่างเดือนมีนาคมที่ผ่านก็ได้ซาบซึ้งตรึงใจไปกับความรักวัยหนุ่มสาวจากหนัง แสงกระสือ มาเดือนเมษายนนี้ก็ได้มาสัมผัสเรื่องราวความแอคชั่นไซไฟบวกแฟนตาซีกับ SisterS กระสือสยาม จากค่ายสหมงคงฟิล์มฯ ซึ่งเป็นผลงานล่าสุดของผู้กำกับสายบู๊ ปรัชญาปิ่นแก้ว

โดยงานนี้ก็เป็นการหยิบเอาตำนานผีไทยมาปัดฝุ่นตีความใหม่ให้มีความทันสมัย เปรียบกระสือเป็นโรคชนิดหนึ่งมาถ่ายทอดผ่านเรื่องราวของพี่น้อง ที่คนหนึ่งเป็นกระสือ อีกคนก็เป็นทั้งหมอยาและหมอผีคอยรักษา ซึ่งได้สองสาวนักแสดงรุ่นใหม่ โจ้ พลอยยุคล โรจนกตัญญู และ มิวนิค นันท์นภัส เลิศนามเชิดสกุล หรือ มิวนิค BNK48 มาแสดงนำพร้อมด้วยรุ่นพี่ หญิง รฐา โพธิ์งาม ในบทนางพญากระสือ และ ต๊อก ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ ผู้ปกครองของสองสาว มาร่วมถ่ายทอดตำนสนใหม่ในครั้งนี้

กว่าจะออกมาเป็นเรื่องราวของพี่น้องที่แตกต่างกันใน SisterS กระสือสยาม นั้นไม่ง่าย ไปฟังเบื้องหลัง บรรยากาศการถ่ายทำ จากสองสาว โจ้ พลอยยุคล และ มิวนิค นันท์นภัส กันเลยว่ากว่าจะมาถึงจุดนี้ต้องผ่านประสบการณ์ครั้งสำคัญอะไรมาบ้าง

โจ้ – เป็นเรื่องความสัมพันธ์ของพี่น้อง วีณา เป็นพี่ ต้องยอมเสียสละทุกอย่าง เพื่อดูแลน้องที่ป่วยอยู่ ซึ่งจริงๆ เราก็ไม่ได้รู้สาเหตุแน่ชัดว่าน้องของเราป่วยเป็นอะไร แล้วจะมีแม่เราที่เป็นหมอยานักฆ่าปีศาจ นักฆ่ากระสือ คือเขาทะเลาะกันมาตั้งแต่รุ่นแม่แล้ว แต่ว่าเราเองก็ถูกหมายหัว เพราะชำระล้างแค้นรุ่นลูก ส่วนเราตั้งแต่จำความได้ก็ต้องเรียนการต่อสู้เรียนการใช้อาวุธ การใช้อาคมต่างๆ ซึ่งตัว ลุงสิงห์ รับบทโดย พี่ต๊อก ศุภกรณ์ ก็จะเป็นคนสอนทุกอย่างให้กับเรา เพื่อให้เรานำเอาไปปกป้องน้องอีกทีนึง แล้วจะมีจุดหนึ่งในเรื่องที่น้องต้องไปสู่ทางแยกว่าจะอยู่หรือจะไป คือชีวิตน้องขึ้นอยู่กับเรา

มิวนิค – ส่วนตัวโมราเป็นเด็กคนหนึ่งที่รู้แค่ว่าตัวเองป่วย แต่ไม่รู้ว่าตัวเองป่วยเป็นอะไร แล้วเขาจะมีพี่กับพ่อที่คอยดูแล แต่ก็ไม่ค่อยเชื่อฟังเพราะรู้สึกว่าทำไมเราต้องทำตามที่เขาบอก ทำไมเราไปไหนก็ไม่ได้ กินอะไรที่อยากกินก็ไม่ได้ ทั้งคู่จะมีสิ่งที่เหมือนกันก็คือจะไม่ได้ใช้ชีวิตในสิ่งที่ตัวเอง อยากจะทำอยากจะเป็น เพราะด้วยภาระหน้าที่

ฟีดแบ็คที่ได้รับจาก SisterS กระสือสยาม เป็นยังไงบ้าง

โจ้ – ฟีดแบ็คก็ดีค่ะ มีซีนสวยๆ งามๆ CG สวยไซไฟแฟนตาซี ตัวเองก็ไม่คาดฝันว่ามันจะออกมาขนาดนี้เหมือนกัน เพราะตอนที่เราเล่นเราก็เล่นกับบลูสกรีน ถ่ายกับอากาศกับผ้าเขียว แล้วก็ยังไม่รู้ว่าตัดออกมาแล้วจะมีภาพมู้ดโทนประมาณไหน

มิวนิค – ก็รู้สึกดีใจที่ได้การตอบรับที่ดีค่ะ

สองศรีพี่น้อง มิวนิค-โจ้
มารับเล่นเรื่องนี้ได้ยังไง

โจ้ – ก็พี่เขาได้คอนแท็กมาจากหนังเรื่องก่อนที่หนูเล่น #BKKY แล้วก็เรียกมาแคสต์ค่ะ

มิวนิค – ใช่ของหนูก็เคยแคสต์ภาพยนตร์กับทางบาแรมยูอยู่แล้ว ตอนนั้นยังไม่ได้เพราะดูเด็กเกินไป แต่พอมีโอกาสได้มาแคสอีกก็ได้มาเป็นเรื่องนี้ค่ะ

โจ้ – ผู้ใหญ่ตัดสินใจเลือกเรา เราก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดี

มิวนิค – หนังเรื่องนี้ถ่ายทำเสร็จตั้งแต่ยังไม่ได้เข้าเป็น BNK48 เลย ก็ถือว่าเป็นความท้าทายใหม่เป็นเรื่องที่รู้สึกว่าอยากทำมานานแล้ว คืออยากได้รับโอกาสในการแสดงภาพยนตร์ ครั้งนี้ก็ถือเป็นครั้งแรกก็รู้สึกดีใจมากๆ ที่ได้แสดงในเรื่องนี้ก็พยายามเต็มที่มากๆ รู้สึกได้เลยว่าเรื่องนี้ถ้าใช้ความสามารถและอัปเกรดความสามารถของเราไปเลย

โจ้ – คือเรื่องนี้มันก็ค่อนข้างแตกต่างโจ้รับบทเป็น วีณา มันเหมือนเราต้องเอาตัวเองไปเป็นตัวละครอีกตัวนึง คาแรคเตอร์และนิสัยบางอย่างมันก็มีความตรงกัน เพราะพี่ปรัช (ผู้กำกับ) ก็เลือกมาจากคาแรคเตอร์เราด้วย แต่บางอย่างสภาพแวดล้อมหรือครอบครัว อาจจะไม่ได้เหมือนกับชีวิตจริง ก็ต้องมาทำความเข้าใจใหม่ว่า วีณา มีความคิดความเข้าใจยังไง มีทัศนคติมองยังไง มันค่อนข้างมีกระบวนการที่ต่างกันพอสมควรกับหนังเรื่องแรก

มิวนิค – จริงๆ ก็ไม่ได้มีการปรับตัวอะไรเยอะมาก แค่ต้องทำการบ้านหนักขึ้น คือภาพยนตร์บทพูดจะน้อยแต่จะเน้นการสื่ออารมณ์มากกว่า ต้องขอบคุณพี่ผู้กำกับผู้ช่วยผู้กำกับที่คอยไกด์ไลน์ให้พวกเรา ก็ผ่านไปได้ด้วยดี

โจ้ – ของหนูจะต้องมีเรียนรำดาบเพิ่ม แล้วก็โรลเลอร์เบลด ก็ไม่เคยทำมาก่อนในชีวิตจริง เรื่องนี้ก็มีโอกาสได้ทำก็สนุก คือมันก็เหนื่อยแต่พอเราเห็นผลงานที่มันจะออกมาเป็นรูปเป็นร่าง มันก็รู้สึกว่าคุ้มค่า รู้สึกตื่นเต้นที่มาจะออกมาสู่สายตาคนดูแล้ว เพราะว่าพวกเราก็เต็มที่กับมันมากๆ เลย

เห็นว่ามีใช้สัตว์จริงๆ ในการถ่ายทำเลย

มิวนิค – มีกบเป็นกบสด คือเขาก็มีการเซฟตัวหนูด้วย แต่ว่าสัตว์ต้องใช้ตัวจริง พี่ปรัชอยากให้ใช้ตัวจริงมากกว่า เพราะถ้าใช้ม็อกอัปมันดูออก ได้มีโอกาสเล่นกับน้องกบตัวจริงก็เป็นซีนที่ค่อนข้างยาก แต่ว่าก็ผ่านไปได้ด้วยดี

โจ้ – ของหนูก็จะเป็นการแอคติ้งกับดาบธนูอุปกรณ์ ที่มันต้องมีท่าที่สวยงาม แล้วเราคือร่างกายบอบบาง ดูไม่มีแรงอะไรขนาดนั้น คือต้องพยายามซ้อมกับอุปกรณ์ให้ดูคล่องแคล่ว ให้ท่ามันสวยๆ

ขึ้นชื่อว่าหนังกระสือตอนถ่ายทำเป็นยังไงบ้าง

โจ้ – ผีก็กลัวอยู่แล้ว แต่พอถ่ายจริงก็จะกลัวเรื่องคิวกล้องคิวแอคติ้งมากกว่า เพราะมันมีตัวแปรหลายอย่าง เพราะมันจะมีบางสิ่งที่หนูต้องเขียนยันต์ไปด้วย พูดมนต์ไปด้วย แล้วผีกำลังจะมา ลิฟต์กำลังจะปิด

มิวนิค – มีอะไรหลายๆ อย่างเข้ามาในซีนเดียว

โจ้ – ใช่ คือมันต้องแยกประสาทให้ได้ เพราะบางทีหนูเขียนยันต์ปากก็ลืมพูด พอปากผู้ไดอะล็อกมือก็เขียนยันต์ไม่ได้ เหมือนมันมีอย่างอื่นให้พะวงเยอะ

หญิง รฐา ในบท นางพญากระสือ
บรรยากาศการทำงานกับรุ่นใหญ่

โจ้ – พี่ๆ เขาก็มีความเป็นมืออาชีพ พี่ต๊อก นี่เป็นสีสันของกองมาก อะไรก็พูดตลกไปหมด จะดึกดื่นแค่ไหนพี่ต๊อกก็ทำให้ขำตลกได้

มิวนิค – ส่วนพี่หญิงก็รับรู้ถึงออร่า รับรู้ถึงพลังที่เขาส่ง

โจ้ – นั่งเฉยๆ เราจ้องมาที่เรา

มิวนิค – ก็กลัวแล้ววว

โจ้ – โลเคชั่นร้างก็จริงแต่ทีมงานเยอะ

มิวนิค – มันไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นด้วยความทีมงานอยู่เยอะด้วย แล้วก็รู้สึกว่ามีพี่ๆคอยซับพอร์ต อยู่ตลอดเวลาก็เลยไม่ได้รู้สึกว่าโห..น่ากลัวอะไรขนาดนั้น แต่ว่ามันก็มีความวังเวงของสถานที่อยู่แล้วด้วย

เคยเจอประสบการณ์หลอนๆ ในชีวิตจริงบ้างไหม

มิวนิค – คือจริงๆ เราสองคนไม่ใช่คนที่มีเซ้นส์ ไม่ค่อยเจอประสบการณ์เรื่องอะไรแบบนี้เท่าไหร่แล้วก็ไม่อยากเจอด้วย

โจ้ – ก็ดีแล้วที่ไม่เจอแต่คือ ของหนูจะเป็นผีอะไรแบบนี้มากกว่า เวลาไปถ่ายงานที่ต่างจังหวัด แปลกที่แปลกทาง คือเราก็ไหว้ก็สวดมนต์อะไรก่อนนอนอยู่แล้วแหละ แต่ว่าครั้งนั้นเป็นครั้งที่แยกไม่ออกว่ารู้สึกฝันหรือจริง เพราะว่าภาพที่เราเห็นเหมือนห้องนอนที่เรานอนอยู่ แล้วที่พักตอนนั้นมันก็ไม่ใช่โรงแรมดีๆ ออกฟีลหอพักมากกว่า ก็เห็นเหมือนผู้หญิงแต่คือน่าจะฝันนั่นแหละ แต่รู้สึกว่ามันจริงมากเลย

ผีกระสือในความคิดของเราเป็นแบบไหน

มิวนิค – ก็เคยได้ยินเป็นเรื่องเล่าจากผู้ใหญ่มามากกว่า ส่วนใหญ่ก็จะเป็นภาพจำของหลายๆ คน ถอดหัว ห้อยไส้ อยู่ต่างจังหวัดอะไรอย่างนี้ค่ะ

โจ้ – กินของสด

คิดว่ากระสือในเวอร์ชั่นของเราต่างจากเวอร์ชั่นอื่นยังไง

โจ้ – ต่างมาก เพราะ พี่ปรัชญา ปิ่นแก้ว ก็หยิบเรื่องเล่าตำนานที่เก่าและเป็นแบบไทยๆ เป็นผีไทยแต่ว่ามาทำเป็นไซไฟ ซึ่งมันก็น่าสนใจเพราะไม่เคยเห็นมาก่อนว่า ผีไทยเวอร์ชั่นแฟนตาซีแบบนี้มันจะเป็นยังไง เอาจริงๆ เราก็ยังไม่เห็นภาพเลยเห็นตัวอย่างก็พร้อมกันวันแถลงข่าว หนังน่าจะได้เห็นพร้อมกันรอบสื่อ

มิวนิค – คิดว่าโหดระดับหนึ่ง จริงๆ ของเรามันไม่ได้เป็นทริลเลอร์ แต่เป็นแฟนตาซีมากกว่า

โจ้ – ความสวยงามปนความสยดสยองมากกว่า มันจะได้เห็นผีกระสือ วิชวลที่ไม่เคยได้เห็นที่ไหนมาก่อนแน่นอน หนูเชื่อว่าแบบนั้น แล้วก็จะได้เห็นแอ็คชั่นบู๊แน่นอน เพราะขึ้นชื่อว่าพี่ปรัชญาไม่พลาดเรื่องนี้อยู่แล้ว

มิวนิค – เรื่องนี้ครบรสค่ะ อาจจะได้เห็นทั้งความสัมพันธ์ของพี่น้อง รวมถึงความรักกุ๊กกิ๊กกุ๊กกิ๊กน่ารัก ก็คือมีหลายรูปแบบให้ได้ติดตาม ให้คนไทยเปิดใจไปดูหนังไทยมากขึ้น คือชอบไม่ชอบไม่เป็นไรขอแค่ลองเปิดใจมาดูพวกเรา

โจ้ – หนังไทยถ้าคนไทยไม่ดู แล้วใครจะดูใช่ไหมคะ (ยิ้ม)

SisterS
กระสือสยาม

ว่าด้วยเรื่องราวของความรักความผูกพันของ โมรา และ วีณา สองสาวพี่น้อง เมื่อคนหนึ่งกำลังรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามสายเลือดนักล่า และอีกคนต้องยอมพลีทั้งชีวิตฝึกฝนวิชาเพื่อให้ได้มาซึ่งสัญชาตญาณนักฆ่า จากความแค้นที่ฝังลึกในอดีตกับกระสือคู่อาฆาต สู่การต่อสู้กับชะตากรรมที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง…ที่ไม่อาจล่วงรู้ได้ว่าจะสิ้นสุดอย่างไร

Sisters กระสือสยาม เข้าฉายในไทย 4 เมษายน 2019