ชาติชาย เกษนัส มาร-ดา หนัง The Only Mom

ถ้าเปรียบหนังเป็นส้มตำ นี่คือปูปลาร้าที่จัดจ้าน!! คุยกับ ชาติชาย เกษนัส ผู้กำกับหนังสัญชาติเมียนมา The Only Mom

Home / ข่าวหนัง / ถ้าเปรียบหนังเป็นส้มตำ นี่คือปูปลาร้าที่จัดจ้าน!! คุยกับ ชาติชาย เกษนัส ผู้กำกับหนังสัญชาติเมียนมา The Only Mom

หลังจากหนังร่วมทุ่นสร้างระหว่างไทยกับเมียนมา From Bangkok To mandalay ถึงคน..ไม่คิดถึง (2016) ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย พร้อมทั้งยังได้กระแสตอบรับทั้งจากคนไทยและเมียนมาเป็นอย่างดี งานนี้ทำเอาผู้กำกับ แน็ต ชาติชาย เกษนัส ยิ้มแก้มแทบปริกับความสำเร็จในครั้งนั้น

ล่าสุดเจ้าตัวก็มีผลงานภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่คราวนี้ไม่ใช่การร่วมของสองประเทศอีกต่อไป แต่เป็นหนังสัญชาติเมียนมาโดยแท้จริงกับ The Only Mom มาร-ดา หนังผีสุดหลอนที่ถล่มบ็อกซ์ออฟฟิศทำรายได้ไปเกือบ 50 ล้าน และได้ฉายยาวๆ ไปกว่าสองเดือน แถมงานนี้ยังได้สองซูเปอร์สตาร์แห่งเมียนมา วุด มน ชเว ยี และ ดาง์ว นักแสดงหนุ่มสุดฮอตที่กำลังมาแรงขวัญใจสาวๆ มาร่วมแสดง

หนังกระแสดีขนาดนี้แน่นอนว่าต้องไม่พลาดนำมาฉายที่ไทย ซึ่ง MThai Movie ได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้กำกับ แน็ต ชาติชาย ถึงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น งานนี้เจ้าตัวยังเล่าที่มาที่ไป รายละเอียดเบื้องลึกเบื้องหลังกว่าจะมาเป็น The Only Mom มาร-ดา ให้คอหนังได้ฟังกันสนุกๆ อีกด้วย

ที่มาที่ไปของหนัง The Only mom มาร-ดา

หนังเรื่องนี้ตั้งแต่ทำ From Bangkok To mandalay ก็คิดว่าจะต้องทำหนังผีสักเรื่องนึง คือตอนนั้นนายทุนอยากได้หนังผีแต่เรายังไม่พร้อม เพราะว่าผีมันเป็นเรื่องเซนซิทีฟ เราต้องรู้จักวัฒนธรรม มันเป็นเรื่องความเชื่อความเคารพถ้าเราจะไปทำ โดยที่เราไม่เข้าใจไม่ได้ เราก็เลยบอกให้เขารอก่อน จนกระทั่งเราทำทุกอย่างเสร็จแล้ว เราพร้อมเราก็เลยเสนอโปรเจกต์หนังผี ซึ่งก็สนุกดี (หัวเราะ)

หนังเรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องกับความเชื่อของเมียนมามากแค่ไหน

เยอะครับผม คือตัวหนังโดยเทคนิคทางภาพยนตร์ ก็จะเป็นหนังแบบสากล มาตรฐานการถ่ายทำต่างๆ นานาก็เป็นสากล แต่ว่าตัววัตถุดิบที่เราใช้ปรุง มันจะมาจากเมียนมาเป็นหลัก ความเชื่อเรื่องผีอาจจะคล้ายกับไทย แต่ว่ามันมีจักรวาลที่แตกต่างกัน อยากจะให้ดูกันเองมากกว่า มันอาจจะดูคล้ายๆ แต่ว่าความเข้มข้นมันต่างกัน

แสดงว่าในวงการหนังเมียนมาชอบหนังผี

ค่อนข้างชอบจริงๆ แล้วไทยเป็นที่ผลิตหนังผีดีมากในย่านนี้ ถ้าคนไทยทำหนังผีก็ค่อนข้างประสบความสำเร็จ แต่ว่าทีมงานเราเองก็มีประสบการณ์ในการทำหนังผีมาตลอดทุกท่าน เพียงแต่ว่าเราก็เริ่มหมดมุกกับหนังผีไทย เราก็อยากจะลองของใหม่ดู การเปลี่ยนที่ย้ายไปทำที่เมียนมาก็ทำให้เรามองอะไรได้สนุกขึ้น

ทำไมถึงหยิบเรื่องราวของแม่ลูกมาทำเป็นหนังผี

คือหนังผีที่ผมกับทีมงานชอบมาตลอด มันจะมีเรื่องความสัมพันธ์อยู่ตลอดเวลา บวกกับว่าเอาเข้าจริงๆ แล้วเพลงกล่อมเด็กไทย หรือว่านิทานก่อนนอนไทย ในย่านนี้ด้วยส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่โหดมาก ไม่ว่าจะเป็นนางสิบสองควักลูกตา หรือว่าปลาบู่ทองกินแม่อะไรพวกนี้ แล้วความรุนแรงในครอบครัวจริงๆ แล้วมันเป็นพื้นฐานของทุกอย่าง ก็เลยเออถ้าเกิดจะทำหนังผีก็พูดถึงเรื่องผีที่อยู่ในบ้านดีกว่า

จากหนังรักมาเป็นหนังผีความยากง่ายต่างกันมากแค่ไหน

มันก็ยังเป็นเรื่องเดิมเป็นเรื่องความรักอยู่ ความยากเนี่ยตอน From Bangkok To mandalay มันยากเรื่องการเดินทาง ส่วนเรื่องนี้เดินทางน้อยแต่ความยากมันอยู่ที่ความเข้มข้น ในแต่ละซีนแต่ละช็อต พ่อมันทำหนังผีเกี่ยวกับเรื่องความกลัวจิตวิทยา เราต้องอยู่ในอารมณ์นั้นตลอดเวลา ดังนั้นการอยู่แบบนั้นทุกเดือน (ส่ายหน้า) ถ่ายหนังรักดีกว่า (หัวเราะ)

ส่วนระยะเวลาการถ่ายทำอยากให้จะมองว่าเป็นโปรเซสทั้งหมดเป็นระยะเวลา 2 ปี ส่วนเรื่องวันถ่ายทำจริงๆ แล้วคนจะเข้าใจว่าหนังคือกองถ่าย แต่การทำบทก็จะกำหนดการถ่ายทำ เสร็จแล้วการตัดต่อกระบวนการโพสโปรดักชั่น มันก็จะเป็นตัวชี้ชะตากองถ่าย คือเราจะเลือกแก้ปัญหากับสิ่งที่ได้มา ผมให้ความสำคัญกับกระบวนการนี้ทั้งหมด ถึงแม้ว่าเราจะใช้เวลาถ่ายแค่เดือนกว่าๆ ผมชอบถ่ายทีเดียวเสร็จเบรกแค่วันสองวันต่ออาทิตย์ คือให้ทุกคนอยู่ในบรรยากาศเดียวกันตลอดการถ่ายทำ แล้วมันเป็นเรื่องของการคุมงบประมาณด้วย แต่ว่ากระบวนการทั้งหมดตั้งแต่คิดเจรจาค่าตัวดาราทั้งหลาย ล้วนแล้วแต่มีความสำคัญ ดังนั้นหนังเรื่องนี้พูดได้เต็มปากว่า 2 ปี

แน็ต ชาติชาย เกษนัส
การกลับมาร่วมงานกับดาราสาว วุด มน ชเว ยี อีกครั้ง หลังจากหนัง From Bangkok To mandalay

ทำงานกับเขาแล้วสนุก เขาโอเคที่จะลองกับเรา เขาไม่เคยแสดงแบบนี้ อาจจะมีหนังผีอะไรบ้าง แต่ว่าไม่เคยจริงจังแบบนี้ เธอเซซิทีฟและพร้อมที่จะไปกับเรา หนังทั้งเรื่องเนี่ยถ่ายไม่เกิน 3 เทก คือเราอยากจะลองความสดอะไรบางอย่าง ก็ลองลุยแล้วมันก็มีความสดอะไรบางอย่างมาจริงๆ แล้วเรื่องนี้ไม่มีคนไทยแสดง หนังเรื่องนี้สัญชาติพม่า เพียงแต่ว่าเรากับทีมงานคนไทยประมาณ 10 กว่าคนเข้าไปทำ เรื่องราวภาษาที่ใช้มันคือพม่าเลย

ถามว่าน่าสนใจอะไรกับสังคมไทย คือถ้าเกิดอยากจะกินส้มตำปูปลาร้ารสชาติจัดๆ ก็คือแบบนี้แหละครับ คืออยากจะให้รับทราบการเป็นปูปลาร้า เที่ยวนี้เป็นพม่ามันมีวัตถุดิบจากที่นั่นจริงๆ เพียงแต่เราไปจัดการเรื่องหีบห่อ อยากจะให้ลองสัมผัสชิมดูสักที เราดูหนังไทยก็เยอะแล้วหนังฮอลลิวูดก็เยอะแล้ว ลองหนังพม่าบ้างสักเรื่องนึงก็น่าจะสนุกดี

ความคาดหวังกับหนังเรื่องนี้

ตอนแรกก็แค่คาดหวังขอให้คืนทุน เพราะเรามีโอกาสได้ถ่ายแค่ 50 จอ ซึ่งการคำนวณที่นั่งกับราคาตั๋วมันยากมากที่จะคืนทุน แต่ปรากฏว่ามันกลับได้กำไรเกือบเท่าตัว ตอนนี้ได้ประมาณ 170 เปอร์เซ็นต์ ก็เลยโอเคก็ดีใจอยู่ แต่ที่นั่นคือคนดูเขาแฮปปี้ ชื่นชม แล้วเขาก็รู้สึกดีใจที่เราทำตรงนี้ ส่วนที่ไทยไม่คาดหวัง แต่อยากจะให้ลองดู สารภาพเลยนะเรื่องนี้ไม่ได้เพอร์เฟกต์ แต่ว่าเราทำดีที่สุดในข้อจำกัดที่เรามี แล้วก็มันดูสนุก ที่สำคัญเรากับเมียนมาร์มันมีความใกล้เคียงกัน เรื่องผีดูเผินๆ มันเหมือนกัน แต่ดูเข้าไปลึกๆ แล้วมันไม่เหมือนกัน อยากจะชวนมาดูหนังเรื่องนี้กัน

The Only Mom
มาร-ดา

ว่าด้วยเรื่องราวของครอบครัวแสนสุขที่ค้นพบภาพถ่ายฟิล์มกระจกบานหนึ่ง แต่หารู้ไม่ว่าในนั้นยังมีวิญญาณเด็กที่ถูกกังขังมาหลายสิบปี นับจากวันนั้นมา ลูกสาวตัวน้อยของพวกเขาก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป และกลายเป็นความท้าทายในการนิยามความเป็นแม่ขั้นสุด

The Only Mom มาร-ดา เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์