งานเทศกาลภาพยนตร์นานาติเซี่ยงไฮ้ ครั้งที่ 22 บุษฎี สันติพิทักษ์ วิทยา มะเสนา ศศิริทธิ์ ตันกุลรัตน์

สัมภาษณ์พิเศษ อธิบดีฯ กระทรวงการต่างประเทศ, กงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ และ เลขาธิการสมาพันธ์สมาคมหนังไทย ประเด็นหนังไทยในประเทศจีน

Home / ข่าวหนัง / สัมภาษณ์พิเศษ อธิบดีฯ กระทรวงการต่างประเทศ, กงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ และ เลขาธิการสมาพันธ์สมาคมหนังไทย ประเด็นหนังไทยในประเทศจีน

การจัด งานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเซี่ยงไฮ้ ครั้งที่ 22 นี้ไม่ได้มีเพียงแต่ความน่าตื่นตาตื่นใจที่ได้เห็นเหล่านักแสดงชื่อดังจากทั้งจีนและเทศเดินทางมาเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่งเท่านั้น แต่ยังถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการแลกเปลี่ยนทางด้านวัฒนธรรม แลกเปลี่ยนทางด้านความรู้ความสามารถในขั้นตอนการทำหนังที่แตกต่างกัน รวมไปถึงการต่อยอดสร้างความสัมพันธ์ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจในหมู่คนแวดวงหนังอีกด้วย

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วจึงถือเป็นภารกิจสำคัญที่หน่วยงานภาครัฐจะเข้ามามีบทบาทผลักดันและส่งเสริมให้หนังไทยคุณภาพบ้านเราได้มายืนอยู่ในงานเทศกาลหนังนานาชาติ และได้มีโอกาสจัดฉายในโรงหนังทั่วเซี่ยงไฮ้ เพื่อให้คนจีนเองหรือผู้ที่สนใจได้ดูได้เรียนรู้ได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอย่างกว้างขวางต่อไป

MThai Movie ของเราจึงได้รับเกียรติจากทางท่านอธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ คุณบุษฎี สันติพิทักษ์ ให้สัมภาษณ์และตอบคำถามที่น่าสนใจในประเด็นเรื่องบทบาทของกระทรวงการต่างประเทศที่สนับสนุน ส่งเสริม และผลักดันให้หนังไทยได้เป็นที่รู้จักในต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะในครั้งนี้ได้มาร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเซี่ยงไฮ้ ครั้งที่ 22

ปัจจุบันกระทรวงการต่างประเทศมีแนวทางการดำเนินการส่งเสริมหนังไทยในต่างประเทศอย่างไร

กระทรวงการต่างประเทศได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการทูตสาธารณะและการส่งเสริมการทูตวัฒนธรรม ประเทศไทยสามารถนำเสนอตัววัฒนธรรม อาหาร การท่องเที่ยว ฯลฯ เพื่อเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวให้รู้จักประเทศไทยและมาเที่ยวในบ้านเราเพิ่มขึ้น ซึ่งอุตสาหกรรมหนังไทยสามารถตอบโจทย์ตรงนี้ได้เป็นอย่างดียิ่ง 

ทางกระทรวงฯ เอง จึงส่งเสริมให้ฉายหนังไทยในต่างประเทศ โดยเน้นมาที่จีน เพราะเรามองว่าประเทศไทยและประเทศจีนนั้นมีความสัมพันธ์ที่ดี ประชากรทั้งสองประเทศเองก็มีความสัมพันธ์อันดี หากคนจีนที่เคยมาเมืองไทยได้ดูหนังไทยก็จะรู้สึกประทับใจมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันคนจีนที่ไม่เคยมาเมืองไทยก็จะได้เรียนรู้ผ่านหนังได้ด้วยเช่นเดียวกัน

การดำเนินงานที่ประเทศจีนครั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้บูรณาการการทำงานร่วมกับทางกระทรวงวัฒนธรรม และสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นปีที่ 9 แล้ว ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 เพื่อนำหนังไทยมาฉายในงานเทศกาลหนังนานาชาติเซี่ยงไฮ้ ครั้งที่ 22 และมาฉายในงาน Thai Film Festival หรือ Thai Film Week ด้วย ที่สำคัญในปีนี้เราได้รับเกียรติจากผู้กำกับและนักแสดงนำจากหนังมาร่วมในงานนี้ด้วย

นอกเหนือจากการเผยแพร่ทางวัฒนธรรมแล้ว การมาร่วมงานเทศกาลหนังนานาชาติเซี่ยงไฮ้ในครั้งนี้ยังได้โอกาสในการต่อยอดทางธุรกิจของผู้ที่อยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมหนังบ้านเราอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี สถานที่สวยงามของไทย นวัตกรรมใหม่ ๆ หรือการเปิดโอกาสที่จะได้ร่วมทุนสร้างหนังด้วยกัน ก็ถือว่าเป็นการหาช่องทางใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมหนังในบ้านเราให้เติบโตและมีศักยภาพมากยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกันหากมองในอีกด้านหนึ่ง การที่ได้มาร่วมงานเทศกาลหนังระดับนานาชาติแบบนี้ก็ได้สะท้อนให้เห็นว่าประเทศอื่น ๆ เติบโตและพัฒนาในแวดวงอุตสาหกรรมนี้ไปมากน้อยแค่ไหน ทำให้เราเกิดการตื่นตัวและรับรู้ระหว่างกันในอุตสาหกรรมหนังว่าเรามีส่วนใดต้องปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาต่อไปอย่างไร เพื่อดึงดูดให้เกิดการลงทุนสร้างหนังในบ้านเรา และเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำคัญที่นานาประเทศให้การยอมรับและเข้ามาสร้างหนังในประเทศไทยต่อไป

ขณะเดียวกันกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ คุณศศิริทธิ์ ตันกุลรัตน์ ได้ให้เกียรติมาร่วมสัมภาษณ์พูดคุยในประเด็นกระแสตอบรับที่ชาวจีนมีต่อหนังไทยและนักแสดงไทยในปัจจุบัน

ในช่วงที่ผ่านมาสัดส่วนของหนังไทยที่ได้เข้ามาฉายในจีนมีเพิ่มมากน้อยแค่ไหน

หนังไทยที่เข้ามาฉายในจีนนั้นมีแนวโน้มที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงสามปีที่ผ่านมามีหนังไทยที่เข้ามาทำตลาดในจีนจนถึงขั้นติดบ็อกซ์ออฟฟิศอันดับหนึ่งของจีนหลายสัปดาห์อย่าง ฉลาดเกมส์โกง ที่เข้ามาฉายในปี 2560 ไม่เพียงแต่โด่งดังในบ้านเราเท่านั้น แต่หนังยังทำรายได้รวมแล้วกว่า 260 ล้านหยวน ขณะที่หนังเรื่องอื่น ๆ จะทำรายได้ราว 2 – 3 ล้านหยวน

ขณะเดียวกันในปี 2561 ที่ผ่านมาหนังเรื่อง๙ศาสตราก็ได้มีโอกาสเข้ามาฉายแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการทำหนังแอนิเมชั่นในบ้านเราและในปีนี้เองก็ได้หนังแนวครอบครัวน้อง.พี่.ที่รักเข้ามาฉายอีกด้วยซึ่งโดยภาพรวมแล้วถือได้ว่าคนจีนให้การตอบรับหนังไทยเป็นอย่างดี

ในช่วงที่ผ่านมา ซีรีส์ของจีนหลายเรื่องมีนักแสดงไทยร่วมแสดงด้วย ชาวจีนเองอยากเห็นนักแสดงไทยร่วมงานในแวดวงหนังของจีนบ้างหรือไม่

เชื่อว่าดาราไทยก็มีความสามารถชาวจีนก็น่าจะให้การต้อนรับมีดาราที่เริ่มเข้ามาเล่นซีรีส์ในจีนตั้งแต่ป้องณวัฒน์ตั้งแต่ปี 2558 ก็เริ่มดังเรื่อยมายังมีคุณไมค์พิรัชต์เริ่มต้นจากซีรีส์ของจีนเองฉะนั้นโอกาสที่ดาราไทยจะได้เข้ามาเล่นหนังจีนก็มีความเป็นไปได้สูง

ปิดท้ายด้วยเลขาธิการสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ คุณวิทยา มะเสนา ได้ตอบคำถามและพูดถึงความเป็นไปได้ที่คนทำหนังบ้านเราจะไปทำหนังที่ประเทศจีน ควรต้องทำอย่างไร ในปัจจุบันนี้ประเทศจีนมีนโยบายในการส่งเสริมการทำหนังอย่างไรบ้าง รวมไปถึงสิ่งที่อยากฝากไปถึงภาพรัฐของบ้านเราเพื่อเป็นแนวทางให้อุตสาหกรรมหนังบ้านเราเติบโตต่อไป

ประเทศจีนมีจุดเด่นอะไรบ้างที่จะดึงดูดให้คนทำหนังในบ้านเราสนใจมาถ่ายทำหนังที่ประเทศจีน

ประเทศจีนเป็นประเทศที่ใหญ่ เป็นประเทศที่มีความหลากหลาย ธรรมชาติที่สวยงาม ความเป็นอยู่ของชาวจีน การพัฒนาต่าง ๆ ไปได้ดีมาก ก็คิดว่าคนไทยน่าจะได้เข้ามาถ่ายทำหนังที่นี่ ถือว่าเป็นบ้านพี่เมืองน้องด้วย จีนเองก็ถือว่าเป็นประเทศมหาอำนาจ แต่ก่อนเราเน้นไปทางตะวันตก ตอนนี้ไม่ต้องมาที่จีนก็ได้มีครบหมดเลย

ในรอบปีที่ผ่านมามีหนังไทยหลายเรื่องที่เดินทางไปถ่ายทำหนังในต่างประเทศ แต่ที่มาถ่ายทำในจีนเองยังแทบไม่ค่อยเห็น ท่านจะส่งเสริมผลักดันอย่างไร

ที่จีนยังมีเรื่องของโควตาหนัง เขายังไม่ค่อยเปิดเต็มที่ ซึ่งถือเป็นอุปสรรคของคนที่คิดจะมาทำหนังที่นี่ ถ้าเราจะเข้ามา ในรูปของการโคโปรดักชั่นจะดีที่สุด ร่วมมือกันกับทางจีน จีนเป็นตลาดที่ใหญ่มาก ตลาดหนังใหญ่เล็กดูที่ประชากร ประชากรของจีนประมาณพันสี่ร้อยกว่าล้านคน หนังที่เข้ามา ฉลาดเกมส์โกง ประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย ถ้าหนังไทยมาที่จีน ถ้าโคโปรดักชั่นจะไม่ค่อยมีปัญหา 

ตอนนี้เขาตั้ง Belt and Road Film Festival Alliance ก่อนหน้านี้มี 29 ประเทศ ตอนนี้มี 33 ประเทศแล้ว มันคลุมประมาณ 3 – 5% ของตลาดหนังของโลก เรื่องการฉาย เรื่องการสร้างบทสร้างเรื่องต่าง ๆ ใหญ่โตมโหฬาร เช่น รัสเซีย เกาหลี ไทย อิหร่าน จีน อินเดีย มันคลุมใหญ่มาก สู้กับฮอลลิวูดได้สบาย ๆ ถือเป็นโอกาสสำคัญ

หากคนทำหนังบ้านเรามาถ่ายทำหนังที่จีน ที่นี่จะมีมาตรการรองรับ ให้คำแนะนำ สนับสนุนเราอย่างไร

เขาอยากช่วย ไม่งั้นเขาไม่มาสร้างกลุ่ม Belt and Road Film Festival Alliance จีนเขาทำทุกด้านเพื่อให้เป็นชาติมหาอำนาจ จีนเองเข้ามามีส่วนร่วมในเชิงโคโปรดักชั่นถึงจะเข้ามามีส่วนร่วมน้อย แต่ขอให้ผ่านสายตาระแวดระวังจากทางเขาก่อน ที่จีนตลาดใหญ่มาก คือรายได้ที่จะกลับคืนมา 

อยากเห็นอุตสาหกรรมหนังไทยเติบโตไปอย่างไร

หนังไทยต้องปรับตัว เรื่องบท เรื่องค่านิยม ต้องสอดคล้องกับค่านิยมของแต่ละประเทศด้วย เราทำหนังออกมาเพื่อสนองความต้องการของตลาดไทย เราต้องทำหนังตอบสนองความต้องการของตลาดโลกด้วย ถ้าไปที่จีนต้องทำอย่างหนึ่ง ไปอินเดียต้องทำอีกอย่าง เพื่อให้สอดคล้องกับบ้านเขา

ท่านคิดว่าภาครัฐควรสนับสนุนวงการหนังไทยอย่างไร

ตอนนี้หนังไทยโดนควบคุมอยู่เยอะ ที่บ่น ๆ กันมาเรื่อง พรบ. ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ที่ยังมีปัญหาอยู่ ต้องปรับ โดยเฉพาะประกาศที่ให้อำนาจในการควบคุมการเซนเซอร์ ต้องให้มันสอดคล้องกับที่ปฏิบัติจริง ให้มันเกิดความคล่องตัว ไม่ใช่ควบคุมจนทำอะไรไม่ได้ ต้องเปิดกว้าง