นางมาร สวมปราด้า แล้ว

Home / ข่าวหนัง / นางมาร สวมปราด้า แล้ว

คอลัมน์ บันเทิงต่างประเทศ
raikorn@hotmail.com

“เดอะ เดวิล แวร์ ปราด้า” ( The Devil Wears Prada ) น่าจะเป็นภาพยนตร์อีกเรื่องที่ถูกใจผู้หญิง โดยเฉพาะผู้หญิงที่รักชอบแฟชั่น เพราะแค่ได้เห็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับนานาที่ แอนน์ แฮ็ทธาเวย์ นางเอกใส่วิ่งขาแทบขวิด หรือเดินนวยนาดในเรื่องก็เพลิดเพลินเจริญตาน่าดูชมแล้ว

ว่าแล้ววันนี้เราก็มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับเบื้องหลังการทำงานของ “เมอริล สตรีฟ และ แอนน์ แฮ็ธธาเวย์ มาเล่าสู่กันฟัง โดยระหว่างที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ซึ่งสร้างจากหนังสือขายดีชื่อเดียวกัน อันเป็นผลงานการเขียนเม้าธ์อดีตเจ้านายของ ลอว์เรน ไวส์เบอร์เกอร์ อดีตผู้ช่วย แอนนา วินทัวร์ บรรณาธิการชื่อดังของนิตยสารแฟชั่นชื่อกระฉ่อนโลก “โวค” (VOUGE) ออกฉายในอเมริกา ดาราเอกทั้งสอง คือ เมอริล สตรีฟ ผู้รับบท “มิแรนด้า พรีสต์ลี่ย์” บรรณาธิการตัวร้าย ที่ใครก็ว่าน่าจะเป็นตัวละครที่หมายถึงแอนนา วินทัวร์ นั่นแหละ และแอนน์ แฮ็ทธาเวย์ ผู้รับบทผู้ช่วยของมิแรนด้าก็ได้ให้สัมภาษณ์หนังสือหลายฉบับถึงการทำงานเบื้องหลังที่น่าสนใจไม่น้อย อย่างเช่นที่เมอริล สตรีฟ เล่าว่า ระหว่างถ่ายทำเธอต้องพยายามทำตัวเหินห่าง ไม่ไปสุงสิง พูดคุยกับเพื่อนนักแสดงในกองถ่าย ผิดกับธรรมชาติความเป็นคนน่ารัก เฟรนด์ลี่ของเธอ ทั้งนี้ก็เพื่อรักษาระยะห่างของความสนิทสนม จะได้สวมบทบาทเป็นมิแรนด้า เจ้านายผู้ไว้ตัว และลูกน้องต่างกลัวกันลนลานได้อย่างแนบเนียน

แล้วยังเรื่องที่เล่นไป…เล่นไป คุณเมอริลก็ “น้ำหนักตัวลดลง” กระทั่งเดือดร้อนถึง แพทริเซีย ฟิลด์ ผู้รับหน้าที่คอสตูม ดีไซน์เนอร์ หรือคนออกแบบชุดเสื้อผ้าของนักแสดงในเรื่องต้องวิ่งวุ่นหาชุดใหม่ เพื่อให้เมอริลใส่ได้สวยเนี้ยบ พอดีหุ่น ซึ่งนางเอกเจ้าบทบาทวัย 57 เล่าถึงเหตุที่เล่นแล้วได้รีดน้ำหนักตัวโดยไม่ต้องพึ่งยาลดความอ้วนที่ไหนว่า คงเป็นเพราะเธอ “ซึมซับความเครียด” ของตัวละครนี้ไปโดยไม่รู้ตัว?

“ฉันคิดว่าคงเป็นเพราะความวิตกกังวลอะไรหลายๆ อย่าง ตัวละครนี้มีความตึงเครียดเยอะแยะมากมายในชีวิต จึงไม่ใช่เรื่องสนุกเลยที่ได้อยู่ในร่างของผู้หญิงคนนี้ หรืออาจเป็นเพราะฉันอินกับความรู้สึกกดดันต่างๆ ที่เธอต้องเผชิญ ตั้งแต่ได้อ่านบทภาพยนตร์ และฉันรู้ดีว่าชีวิตของผู้หญิงวัยกลางคนในสังคมทุกวันนี้เป็นอย่างไร จึงไม่ใช่เรื่องสนุกเลยกับการเป็นมิแรนด้า”

และนี่คงเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้แม้จะได้อยู่ท่ามกลางชุดเสื้อผ้าสวยๆ ซ้ำยังราคาแพงมากมาย อย่างกระเป๋าบางใบที่แพทริเซียไปหยิบยืมจากดีไซเนอร์ดังๆ มาเข้าฉากนั้น ข่าวว่ามีราคาสูงถึงใบละ 12,000 ดอลลาร์ (ราว 450,000 บาท) ก็ไม่ได้ทำให้เมอริลเคลิบเคลิ้มกับการเป็นมิแรนด้าแม้แต่น้อย ถึงขนาดเคยให้สัมภาษณ์ว่า “ทันทีที่ผู้กำกับสั่งคัท ฉันก็สามารถสลัดวิญญาณตัวละครนี้ออกจากร่างได้ทันที เพราะมันเครียด”

หรืออย่างสีผมที่หงอกขาวทั้งศีรษะของมิแรนด้า นางเอกรุ่นใหญ่ผู้มากฝีมือก็เล่าว่าเธอและช่างแต่งผม ช่างแต่งหน้าได้ช่วยกันคิดและตัดสินใจเลือกสีผมนี้ด้วยกัน เพราะคิดว่าเหมาะกับเจ้าแม่วงการแฟชั่นผู้มีบุคลิกโดดเด่น ไม่เหมือนใครในนิวยอร์กที่สุด และไม่ว่าจะไปปรากฏตัวอยู่ตามมุมไหนในงานแฟชั่นโชว์ ผู้คนก็จะเห็นเธอได้ง่าย

ด้านแอนน์ แฮ็ธธาเวย์ นางเอกหน้าหวาน ซึ่งเล่นหนังเรื่องนี้เหมือนได้เป็นนางแบบมากกว่านางเอก ก็เล่าว่า ในบรรดาเสื้อผ้าสวยหรูของดีไซเนอร์มากมายที่เธอได้ใส่ เธอติดใจรองเท้าบู๊ธของชาแนล (Chanel) และชุดราตรีจากฝีมือออกแบบของ จอห์น กัลเลียโน ดีไซเนอร์ชื่อดังจากเกาะอังกฤษที่ต้องใส่ไปงานราตรีมากที่สุด

ทั้งยังเล่าถึงความรู้สึกที่มีต่อ “โลกแฟชั่น” หลังจากได้เล่นหนังเรื่องนี้ว่า ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกหลงใหล คลั่งไคล้แฟชั่นมากขึ้น แต่ทำให้เธอได้รู้ถึงลูกไม้อย่างหนึ่งในวงการแฟชั่นที่ไม่เคยรู้มาก่อน!!!

“ฉันเป็นคนชอบเรียนรู้ แม้จะเป็นเรื่องมุมมืด ความลับในวงการแฟชั่นฉันก็อยากรู้ และสิ่งหนึ่งที่ทำให้ฉันประหลาดใจมากก็คือ ฉันเพิ่งรู้ว่านิตยสารแฟชั่นส่วนใหญ่จะไม่มีเลขที่หน้า เพื่อว่าเวลาคุณอยากอ่านเรื่องอะไร ก็ต้องพลิกหน้าหนังสือหาไปเรื่อยๆ ซึ่งนี่เป็นกลวิธีที่ทำให้หน้าโฆษณาสินค้าต่างๆ ได้ผ่านสายตาคนอ่าน ซึ่งเป็นกลอุบาย ลูกไม้ที่ร้ายและแยบยลมากในความรู้สึกฉัน”

นางเอกสาวสวยยังเล่าว่า จากที่ความเป็นดารานักแสดง ทำให้เธอเคยรู้จักกับดีไซเนอร์ในวงการแฟชั่นอยู่บ้าง แต่หลังจากเล่น “เดอะ เดวิล แวร์ ปราด้า” เธอรู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองไต่ระดับขึ้นมาอีกนิด และมีดีไซเนอร์มากมายสนใจส่งชุดสวยๆ มาให้เธอใส่ด้วย

ขณะที่นางเอกรุ่นใหญ่อย่างเมอริล สตรีฟ ก็บอกว่าเธอยังเป็นคนเดิมที่ไม่สนใจแฟชั่น ไม่เคยไปนั่งดูแฟชั่นโชว์รายการไหน แม้แต่รองเท้ายี่ห้อปราด้าก็มีกับเขาแค่คู่เดียว แถมยังไม่ชอบใส่อีกต่างหาก เพราะว่าใส่แล้วเจ็บเท้า “แต่ฉันไม่โทษรองเท้าเลยนะ รองเท้าทำออกมาได้สวยมาก แต่ฉันโทษเท้าของตัวเอง ฉันได้เท้าของแม่มาเปี๊ยบเลย” นางเอกเจ้าบทบาทซึ่งมีชื่อติดเข้าชิงออสการ์มาแล้ว 13 ครั้ง และได้ไป 2 ตัว จากเรื่อง “Kramer vs. Kramer” ในฐานะดาราสนับสนุนหญิงเมื่อปี 2521 และออสการ์ดารานำหญิงจาก “Sophie”s Choice” เมื่อปี 2525 ให้สัมภาษณ์ในนิตยสารมาดาม ฟิกาโร่ ฉบับภาษาฝรั่งเศส

ขณะที่นางเอก 2 คน 2 วัย ยังมีความเห็นเกี่ยวกับแฟชั่นในฐานะผู้บริโภคตรงกันว่าอย่าวิ่งไล่ตาม กระทั่งตกเป็นเหยื่อ “หนังเรื่องนี้บอกเราว่าอย่ายิ้มเยาะวงการแฟชั่น เห็นเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ฉันยังคิดว่าหนังได้เสนอภาพเบื้องหลัง วงในของวงการแฟชั่นให้เราเห็นการทำงานของคนในนั้นว่าเป็นอย่างไร แต่ฉันคิดว่าในชีวิตจริงเราไม่ควรจะเทิดทูนแฟชั่นเอาจริงเอาจังเหมือนที่มิแรนด้าทำ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ควรยิ้มเยาะหลายสิ่งหลายอย่างในวงการนี้”

เมอริล สตรีฟ ยังให้ทัศนะเมื่อถูกถามถึงเรื่องที่วงการแฟชั่นชอบใช้นางแบบหุ่นผอมแห้ง กระทั่งมีเสียงวิจารณ์ว่าจะเป็นผลเสียต่อเด็กสาววัยรุ่นให้อยากผอมตามด้วยว่า “ฉันเห็นด้วยในฐานะแม่ที่มีลูกสาว 3 คน และฉันเองเมื่อตอนเป็นวัยรุ่นก็เคยอยากผอมตามนางแบบมาแล้ว ดังนั้นตอนนี้ฉันจึงไม่ค่อยสนใจเรื่องแฟชั่นเท่าไหร่ และคิดว่ามันสามารถส่งผลเสียอย่างรุนแรงได้ แต่ฉันก็ไม่รู้คำตอบหรอกนะว่าต้องทำยังไง แต่ฉันคิดว่าคนเราต่างอยากทำสิ่งที่ตัวเองต้องการทำ แต่บางครั้งคุณก็ต้องกล้าที่จะแข็งขืน ไม่ยอมปล่อยตัวเองไปตามกระแส และพยายามเป็นตัวเองให้ได้”

ที่มา มติชน