ประเด็นเกาหลีเหนือ อบอวลเทศกาลหนังปูซาน

Home / ข่าวหนัง / ประเด็นเกาหลีเหนือ อบอวลเทศกาลหนังปูซาน

คอลัมน์ สกู๊ปพิเศษ

เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติที่เมืองปูซานของเกาหลีใต้ ครั้งที่ 11 ปีนี้โดนบรรยากาศวิกฤตการณ์เกาหลีเหนือบดบังตั้งแต่เริ่มจนจบงานเมื่อวันที่ 12-20 ต.ค.ที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ถึงกับซึมเซาแต่อย่างใด โดยเฉพาะเมื่อมีภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเกาหลีเหนือเข้าฉายด้วย และดึงดูดความสนใจจากผู้ชมจำนวนมาก

ภาพยนตร์ดังกล่าวเป็นหนังสารคดี 2 เรื่อง ได้แก่ Crossing the Line (ข้ามเส้น) ฝีมือสร้างของผู้กำกับชาวอังกฤษ แดเนียล กอร์ดอน ร่วมกับผู้อำนวยการสร้าง นิค บอนเนอร์ มีเนื้อหาเกี่ยวกับชายชาวอเมริกัน 3 คนที่แปรพักตร์ หนีทัพข้ามแดนเข้าไปอยู่ในเกาหลีเหนือ หนึ่งในนั้นคือเจมส์ เดรสน็อก วัย 64 ปี ที่หันหลังให้บ้านเกิดมาอยู่ในเกาหลีเหนือนานถึง 44 ปี

ส่วนอีกเรื่องคือ Comrades in Dreams (สหายในความฝัน) ฝีมือของอูลี่ จัลเคอ ผู้กำกับชาวเยอรมัน เสนอภาพชีวิตของคนฉายหนังที่อาศัยอยู่ในประเทศบูร์กินาฟาโซ อินเดีย เกาหลีเหนือ และอเมริกา

ผู้กำกับชาวเยอรมันเดินทางบุกเข้าไปยังประเทศปิดอย่างเกาหลีเหนือ และพบกับหญิงผู้เด็ดเดี่ยว ฮัน จอง-ซิล วัย 48 ปี ตัวละครเอกในเรื่อง

การคัดเลือกภาพยนตร์ที่จะมาฉายในเทศกาลปูซานปีนี้ สวนทางกับประชาคมโลกที่กำลังคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ ด้วยการทุ่มความสนใจให้กับหนังที่มาจากประเทศนี้มากขึ้นกว่าแต่ก่อน ภาพยนตร์เกาหลีเหนือ 2 เรื่องนี้ผ่านเข้าสู่การคัดเลือก หลังจากที่เกาหลีเหนือออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 9 ต.ค. ว่าทดสอบนิวเคลียร์ใต้ดินและเป็นชาติที่ 9 ของโลกที่มีนิวเคลียร์ในครอบครอง ซึ่งอีก 6 วันต่อมาคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นก็ลงมติเอกฉันท์ยุติการค้าอาวุธและการสนับสนุนทั้งหมดต่อเกาหลีเหนือ

คิม ดอง-โฮ ผู้จัดงาน กล่าวว่า “เราโชคดีมากๆ ที่ได้ฉายสารคดี 2 เรื่องนี้ เราตั้งใจที่จะเพิ่มสารคดีและภาพยนตร์ที่เกี่ยวข้องกับเกาหลีเหนือมาฉายในเทศกาลหนังให้มากขึ้นในอนาคต แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับผลตอบรับ เกาหลีเหนือยังไม่มีหนทางที่ดีที่จะเปิดสู่โลก”

ในงานเดียวกันยังสะท้อนถึงความนิยมของภาพยนตร์เกาหลีที่มีเป้าหมายบุกตลาดอเมริกามากขึ้น


หนังเกาหลีนอกจากจะเฟื่องฟูในบ้านเกิด ก็ยังเป็นที่จับตามองของผู้ชมชาวอเมริกัน ผู้สร้างหนังในอุตสาหกรรมหนังเกาหลีพยายามสร้างความน่าสนใจและขยายความร่วมมือกับผู้สร้างต่างชาติเพื่อที่จะรองรับการเติบโตในอนาคตเพราะตลาดในบ้านเกิดกำลังเข้าสู่ขั้นสุกงอมเต็มที

ซัง จุน-โอ จากบริษัทกราวิตี้ บริษัทรับสร้างหนังและผลิตเกม กล่าวในการสัมมนาตลาดหนังเอเชียว่าด้วยเรื่องรูปแบบเนื้อหารุ่นใหม่: อนาคตธุรกิจภาพยนตร์ว่า “อุตสาหกรรมหนังเกาหลีตอนนี้ถึงจุดอิ่มตัวแล้ว ผู้สร้างหลายเจ้าหันไปหาตลาดในสหรัฐ ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดและเป็นศูนย์กลางจำหน่ายที่สำคัญที่สุดในโลก”

สำหรับภาพยนตร์เกาหลีเรื่อง King and the Clown หนังเกาหลีที่โด่งดังที่สุดในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2549 ของลี จุน-อิค ซึ่งได้รับคัดเลือกให้เข้าชิงภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์ มาฉายในประเภทหนังเกาหลีวันนี้ด้วยก่อนบุกไปตลาดอเมริกา

ในงานนี้ยังแสดงให้เห็นว่าธุรกิจหนังเกาหลียังคงพยายามรักษาตลาดเดิมในเอเชียไว้ การมอบรางวัลให้หลิวเต๋อหัว ในฐานะ “ผู้ผลิตภาพยนตร์แห่งเอเชีย” ในเทศกาลครั้งนี้เป็นการยืนยันเป้าหมาย

ขณะเดียวกันเกาหลียังเปิดช่องทางร่วมมือกับผู้ผลิตหนังในเอเชียมากขึ้น เช่น หนังเรื่อง Battle of Wits ของผู้กำกับฮ่องกง จาค็อบ ชุง ได้ดารานำอย่างหลิวเต๋อหัว เป็นการร่วมลงทุนของบริษัทจากจีน ฮ่องกง เกาหลี และญี่ปุ่น มีเนื้อหามาจากการ์ตูนชื่อดังของญี่ปุ่น เนื้อหาเป็นเรื่องย้อนยุคของญี่ปุ่นสมัยเซงโงกุ เกี่ยวกับสงครามกลางเมืองช่วงศตวรรษที่ 15 และต้นศตวรรษที่ 17 ส่วนใหญ่ถ่ายทำที่จีน

ซาโตริ อิเซกิ หนึ่งในผู้อำนวยการสร้างหนังเรื่อง Battle of Wits กล่าวว่า “เราต้องการสร้างหนังที่ใช้กระบวนการผลิตทั้งหมดในเอเชีย เมื่อ 10-12 ปีที่แล้วผู้สร้างหนังเอเชียจำเป็นต้องพึ่งพาชาวอเมริกันหรือยุโรปในการจัดจำหน่าย ส่วนหนึ่งก็เพราะอุตสาหกรรมหนังของจีนยังอยู่ในช่วงบุกเบิก แต่ตอนนี้หลายอย่างเปลี่ยนไปแล้ว”

ที่มาจากหนังสือพิมพ์

http://www.piff.org/