The Black Dahlia

Home / ข่าวหนัง / The Black Dahlia

วันที่ 15 มกราคม ในปี ค.ศ.1947 เช้าวันนั้น ในทุ่งโล่งใกล้ลีเมิร์ทพาร์ค ใกล้ย่านธุรกิจในลอสแองเจลิส มีคนพบร่างของหญิงสาวซึ่งทราบชื่อภายหลังว่า อลิซาเบท “เบ๊ตตี้” ช็อท นักแสดงหน้าใหม่วัย 22 ปี ครั้งสุดท้ายที่มีคนเห็นว่าเธอมีชีวิตคือเย็นวันที่ 9 มกราคม 1947 ที่ล็อบบี้ของโรงแรมบิลท์มอร์ บนถนนเลขที่ 5 ในตัวเมืองลอสแองเจลิส ก่อนจะมาพบเธออยู่ในสภาพเปลือยลำตัวถูกหั่นเป็น 2 ท่อนตั้งแต่เอวลงไป, อวัยวะภายในถูกควัก, เลือดไหลทะลักออกจากร่างบอบบางจนหมด เป็นภาพที่น่าสยดสยองจนรูปส่วนใหญ่ถูกห้ามไม่ให้เผยแพร่ออกสู่สาธารณชน ฆาตกรฟาดเธอที่ศีรษะ และเฉือนปากเธอจนฉีกถึงใบหูทั้ง 2 ข้างลักษณะเดียวกับตัวตลก การสืบสวนเป็นไปอย่างจริงจังและเคร่งเครียด คดีนี้กลายเป็นคดีฆาตกรรมรุนแรงที่สุดคดีหนึ่งของลอสแองเจลิสแม้กระทั่งบัดนี้ก็ตาม

เมื่อหมดลมหายใจ เธอถูกจดจำในชื่อ “ดอกรักเร่สีดำ” (The Black Dahlia) ตั้งแต่นั้น ซึ่งเป็นการล้อเลียนเธอที่มีผมสีดำสวมชุดสีดำและทัดดอกไม้เล็กๆ ที่ข้างหู จากหนัง Blue Dahlia หนังที่เพิ่งจะออกฉายเมื่อปีก่อน และถูกจดจำด้วยชื่อนั้นตลอดไป

นี่เป็นคดีฆาตกรรมลึกลับที่มีผู้ต้องสงสัยเป็นโขยง และทฤษฎีมากมาย แต่ไม่มีใครตอบได้ว่าใครเป็นคนฆ่าเธอ

The Black Dahlia สร้างจากนิยายของนักเขียนชื่อดัง เจมส์ เอลล์รอย เจ้าของผลงานอย่าง L.A. Confidentia, American Tabloid โดยเรียงร้อยเรื่องราวเกี่ยวกับความหมกมุ่น, คนหน้าตาเหมือนกัน และผู้คนที่เข้ามาเกี่ยวพันกับการฆาตกรรม โดยหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะช่วยกำจัดปีศาจร้ายจากแม่ของเขา ที่ถูกฆ่ารัดคอในปี 1958

โดยเล่าเรื่องราวเกี่ยว ตัณหา, ความรัก, ความฉ้อฉล, ความละโมบ และความเสื่อมทราม ที่วนเวียนอยู่รอบๆ คดีฆาตกรรมโหดหญิงสาวนักแสดงฮอลลีวู้ดที่ช็อคคนทั้งอเมริกา ในปี 1947 ในลอสแองเจลิสยุคมืดหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่นักการเมืองฉ้อฉลบงการตำรวจสกปรก พวกเขาสมรู้ร่วมคิดกับมาเฟียจ่ายเงินให้พวกนักทำหนังห่วยๆ เพื่อหลอกนักแสดงสาวๆ ที่อยากดังในฮอลลีวู้ด


ตำรวจ 2 นาย ลี แบลนชาร์ด (แอรอน เอ็กฮาร์ท) และ ดไวท์ “บัคกี้” ไบลเคิร์ท (จอช ฮาร์ทเน็ตต์) คู่หูดาวเด่นในกรมตำรวจแอลเอและอดีตนักมวยเพื่อนร่วมสังเวียน ได้รับมอบหมายจากนักสืบมิลลาร์ด (ไมค์ สตาร์) ผู้บังคับบัญชา ให้สืบสวนคดีฆาตกรรมนักแสดงหนังเกรดบีสาวสวย เบ๊ตตี้ ชอร์ท (มีอา เคิร์ชเนอร์) หลังจากที่ทั้งคู่เพิ่งผ่านเหตุยิงกันมาหยกๆ

เช่นเดียวกับคนอื่นๆ ในเมืองมายาแห่งนี้ แบลนชาร์ดและไบลเคิร์ทถูกดึงเข้าไปในโลกแอลเออันโสมมของเบ๊ตตี้ ไบลเคิร์ทหมกมุ่นกับคดีนี้จนมีปัญหากับแฟนสาว เคย์ เลค (สการ์เล็ตต์ โจแฮนสัน) ส่วนไบลเคิร์ทก็สืบเรื่องจนได้พบกับหญิงสาวลึกลับชื่อ แมดเดอลีน แลนสก๊อตต์ (ฮิลลารี่ สแวงก์) ลูกสาวตระกูลดังที่พัวพันและมีหน้าตาละม้ายคล้ายเบ๊ตตี้

แบลนชาร์ดจริงจังกับคดีนี้จนถึงขั้นหมกมุ่น เขาคิดว่าเบ๊ตตี้คือโอกาสในการแก้ตัวความผิดพลาดครั้งก่อนที่เขาไม่อาจปกป้องหญิงสาวอันเป็นที่รักได้ ซึ่งความรู้สึกนั้นยังตามมาหลอกหลอนเขา

ไบลเคิร์ทก็เช่นกัน เขาเริ่มถามตัวเองถึงความรู้สึกที่มีต่อหญิงสาว 2 คนที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง คนแรกคือ เคย์ ที่ดูเหมือนจะเป็นผู้บริสุทธิ์ ส่วนอีกคนคือ แมดเดอลีน สาวลึกลับเสน่ห์เย้ายวน ที่ดูเหมือน ราโมน่า (ฟิโอน่า ชอว์) แม่สติไม่ดีของเธอนั้นจะกุมความลับบางอย่างไว้มากกว่าเบาะแสฆาตกรรม

ผู้ที่มาทำหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราวทั้งหมดคือ ไบรอัน เดอ พัลม่า เจ้าของผลงานอย่าง Mission Impossible, Scareface, Carrie, Dressed to Kill, Blow Up ฯลฯ นอกจากนี้เขายังเป็นผู้กำกับฯระดับตำนานที่โด่งดังจากภาพยนตร์ดราม่าอาชญากรรมสุดคลาสสิค อาทิ The Untouchables, Scarface และ Carlito”s Way ซึ่งเป็นในผู้ถนัดหนังแนวนี้ที่สุด

เป็นเวลากว่า 60 ปีแล้วที่เรื่องราวหนึ่งทำให้คนทั้งเมืองหวาดผวาและส่งอิทธิพลต่อนักข่าวหนังสือพิมพ์, นักเขียนนวนิยาย และนักเขียนบทภาพยนตร์ ให้ถ่ายทอดความโหดร้ายของมนุษย์เพื่อเป็นอุทาหรณ์สอนใจสาวสวยทั้งหลายที่อยากเดินทางมาตามความฝันในเมืองใหญ่ เพราะเรื่องทั้งหมดเริ่มต้นจากหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งที่กระหายอยากดัง

เมื่อครั้งยังมีชีวิตเธอชื่อ เอลิซาเบธ “เบ๊ตตี้” ชอร์ท อายุ 22 ปี เป็นนักแสดงจากอีสต์โคสต์ที่ชอบทัดดอกไม้น้อยๆ บนเรือนผมอันดำขลับ เบ๊ตตี้เป็นหลายอย่างของใครหลายคน ทั้ง เพื่อนรัก, น้องสาวสุดที่รัก, ลูกสาวผู้ห่างเหิน, แฟนสาวแสนดี และโสเภณีชั้นต่ำ

40 ปีหลังเหตุฆาตกรรม นักเขียนชื่อ เจมส์ เอลล์รอย ได้เขียนนวนิยายเรื่อง The Black Dahlia ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในนวนิยายจตุภาคเกี่ยวกับแอลเอของเขา ซึ่งในวัย 10 ขวบ เอลล์รอยลุ่มหลงในเรื่องเกี่ยวกับ เบ๊ตตี้ ชอร์ท ซึ่งมันเชื่อมโยงกับการที่แม่ของเขาถูกฆ่ารัดคอในปี ค.ศ.1958 นี่เลยเป็นเหมือนการแก้ปมในจิตใจเขาก่อนที่จะไปเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับการฆาตกรรมแม่ของเขาในนวนิยายเรื่อง My Darkest Places

“สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้แตกต่างไปจากหนังฆาตกรรมเรื่องอื่นๆ ก็คือผลของเหตุการณ์ในเรื่อง ที่ส่งผลกระทบกับทุกๆ คนที่อยู่รอบๆ มัน หนังเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับว่าใครเป็นคนฆ่าเธอ แต่เกี่ยวกับความหมกมุ่นและผลกระทบของมันต่อผู้คนในกรมตำรวจแอลเอและผู้หญิงที่เกี่ยวข้องกับพวกเขา” อาร์ท ลินสัน โปรดิวเซอร์ของ The Black Dahlia กล่าว

ทีมงานที่เข้ามาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวนี้กับเดอพัลมา ได้แก่ มาร์ค อิสแฮม นักแต่งเพลงประกอบจาก Crash, บิล แพนโคว มือตัดต่อจาก Carlito”s Way, ดังเต้ เฟอร์เร็ตติ ผู้ออกแบบงานสร้างจาก Cold Mountain และ วิลมอส ซิกมอนด์ ผู้กำกับภาพจาก The Deer Hunter อำนวยการสร้างโดย อาร์ท ลินสัน จาก Fight Club, เอวี่ เลอร์เนอร์ (The Wicker Man), โมเช่ ดิอามองต์ (Tristan & Isolde) และรูดี้ โคเฮน (The I Inside)

เดอ พัลม่า กล่าวว่า สิ่งที่เขาชอบเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ก็คือ “โดยพื้นฐานแล้วทุกๆ คนโกหก ในฉากที่มีความสำคัญที่คุณคิดว่ากำลังมีคนเปิดเผยความจริง ที่จริงแล้วเขาก็แค่พูดสิ่งที่ตรงกันข้ามกับที่พูดก่อนหน้านี้เท่านั้น คนทุกคนมีด้านที่ประนีประนอมในตัวเอง แล้วเราจะได้เห็นตัวละครที่ติดกับ ด้านนี้ของตัวเองจนติดอยู่ในนรก”

เบ๊ตตี้มุ่งมั่นอยากดัง แต่ชะตากำหนดให้สิ้นชื่อ ดูเหมือนเธอจะส่งอิทธิพลต่อผู้คนตอนเป็นศพมากกว่าตอนมีชีวิต เธอฝันอยากมีรูปลงหนังสือพิมพ์ในฐานะดาราดัง แต่รูปที่ว่ากลับเป็นรูปชันสูตรศพ วันนี้ ผู้กำกับฯ เดอ พัลมาได้กำกับฯ The Black Dahlia ด้วยสัญชาตญาณและสไตล์เฉพาะตัวที่จะนำเราเข้าสู่โลกของเบ๊ตตี้และผู้คนที่เกี่ยวข้องกับเธอ

ติดตาม The Black Dahlia ฟิล์มนัวร์เรื่องเยี่ยมแห่งปี วันที่ 4 มกราคมปีหน้า

ที่มาจากหนังสือพิมพ์