เทศกาลหนังกรุงเทพฉบับเมดอินไทยแลนด์ ตำนาน”สมเด็จพระนเรศวร”จะเป็นหนังเปิด

Home / ข่าวหนัง / เทศกาลหนังกรุงเทพฉบับเมดอินไทยแลนด์ ตำนาน”สมเด็จพระนเรศวร”จะเป็นหนังเปิด

เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า เทศกาลหนังกรุงเทพ ครั้งที่ 5 ซึ่งจะจัดขึ้นในปีหน้า ระหว่างวันที่ 26 มกราคม-กุมภาพันธ์นี้ จะดำเนินการโดยคนไทยทั้งหมด

ก่อนหน้านี้มีฝรั่งหลายคนได้เสนอตัวเข้ามาขอทำงานกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บางคนนั้นเห็นชื่อแล้วได้แต่ร้องยี้คำเดียว เผอิญทีมเทศกาลชุดใหม่เขามีวิสัยทัศน์ก็เลยไม่ได้จ้างฝรั่งเหล่านั้น โดยผู้ที่จะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการหรือไดเร็คเตอร์ของเทศกาล ก็มิใช่ใครอื่นไกล คือ เกรียงศักดิ์ ศิลากอง ผู้ดูแลเทศกาลหนัง World Film of Bangkok มากว่า 4 ปีแล้ว และผู้ที่จะทำหน้าที่เป็นโปรแกรมเมอร์คัดเลือกหนังให้คนไทยดูก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อสายไทย ได้แก่ วิทวัส เมฆสวรรค์ และ ชลิดา เอื้อบำรุงจิตต์ จากมูลนิธิหนังไทย

บุคคลทั้งสามต่างก็เคยร่วมงานกับเทศกาลหนังกรุงเทพมาก่อนทั้งสิ้น โดยเกรียงศักดิ์เข้าร่วมจัดเทศกาลหนังกรุงเทพในปีแรกในฐานะตัวแทนจากค่ายเดอะเนชั่น ก่อนที่จะพบปัญหามากมายและตัดสินใจแยกไปจัดเทศกาลของตนเอง หลังจากนั้น จนกลายเป็นเทศกาลหนังเล็กๆ ที่เริ่มมีความสำคัญขึ้นเรื่อยๆ ส่วนสองคนหลังนั้นทำงานกับทางเทศกาลมาตลอด แต่ไม่มีสิทธิมีเสียงมากนัก ต้องทำงานภายใต้การตัดสินใจของฝ่ายอเมริกันทั้งหมด

ถ้าฝรั่งจัดดีได้เหมือนคานส์ เบอร์ลิน เวนิชหรือปูซาน ก็จะไม่ว่าอะไรเลย แต่เท่าที่รู้มา หนังบางสายก่อนหน้านี้ เช่น สายอาเซียนก็เป็นคนไทยนี้แหละที่คัดเลือกรอบแรก แต่ให้ฝรั่งตัดสินใจ เป็นอะไรที่สวนกระแสวัฒนธรรมโลก เพราะเทศกาลอื่นเขาจะให้ทีมงานต่างชาติช่วยเลือกรอบแรก แต่เจ้าของถิ่นจะเป็นผู้ที่เซย์เยสเอง

สำหรับการจัดงานในปีหน้านี้ เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า ตำนานสมเด็จพระนเรศวร จะเป็นหนังเปิดในวันที่ 26 มกราคม 2550 โดยจะฉายทั้งภาค 1 และภาค 2

ทางเทศกาลจะเน้นหนังอาเซียนให้เป็นหนังสายหลักของการประกวด ที่ชื่อว่า ASEAN Competition โดยก่อนหน้านี้หนังในสายนี้เป็นเพียงสายประกวดที่ตัดสินโดยนักวิจารณ์จากสมาพันธ์นักวิจารณ์นานาชาติ (fipresci)

นายเคลาส์ เอเดอร์ เลขาธิการประจำสมาพันธ์นักวิจารณ์นานาชาติ ก็ได้ตอบตกลงที่จะส่งตัวแทนเข้าเป็นกรรมการตัดสินเหมือนเดิม ว่าไปแล้ว การประกวดหนังสายอาเซียนที่ทางทีมอเมริกันเป็นผู้จัดนี้ ก็เกิดจากการเสนอแนะจากนายเคลาส์ เอเดอร์ ทั้งสิ้น ไม่ได้เกิดจากคุณเจนนิเฟอร์ โปรแกรมเมอร์ฝรั่งคนเดิมเลย

ส่วนหนังสายนานาชาตินั้น คงเหลือแค่การประกวดหนังเรื่องแรกๆ ของผู้กำกับ ที่เรียกว่า First Film Competition เท่านั้น

สำหรับหนังไทยนั้นจะอยู่ในสาย Panorama เหมือนเดิม และสายรีโทรสเปคทีฟนั้นจะมีสองสาย สายแรกได้แก่ผลงานของ เชิด ทรงศรี ส่วนอีกสายหนึ่งคือผลงานของ หลุยส์ บุนนีเอล ผู้กำกับหนังทดลองรุ่นแรกๆ ของโลกและยังคงทันสมัยอยู่เหมือนเดิม

และที่สำคัญคือ กาลครั้งนี้จะมีผลงานส่วนหนึ่งที่มีซับไตเติ้ล เพราะเวลาที่ค่อนข้างจำกัดครั้งนี้จะให้หนังมีซับไตเติ้ลทั้งหมดคงค่อนข้างยาก

ส่วนในสายตลาดค้าหนัง ซึ่งจัดขึ้นเป็นเวลา 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์นั้น ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะยังคงเดิมไว้หรือไม่ เนื่องจากเวลาที่ค่อนข้างจำกัด และในช่วงเดียวกันนี้ก็มีสองเทศกาลหนังสำคัญของโลกที่มีตลาดค้าหนังเหมือนกัน ได้แก่ เทศกาลหนังร็อตเตอร์ดัม (21 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์) และ เทศกาลหนังเบอร์ลิน (8-18 กุมภาพันธ์) ขณะนี้ นายกิติพงศ์ ประพัฒน์ทอง จาก ททท.จะเป็นผู้ดูแล

ดูตามรูปการแล้วทุกอย่างเป็นไปตามเทศกาลหนังที่ควรจะเป็น แต่ในระยะเวลาที่เหลือเพียง 40 วัน จะทำให้งานสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ คงจะเป็นเรื่องยาก

อย่างไรก็ตาม ก็ขอให้กำลังใจกับเทศกาลหนังเมดอินไทยแลนด์ฉบับนี้จริงๆ

ที่มาจากหนังสือพิมพ์